หน้าแรก เศรษฐกิจ คลัง เกาะติดป...

คลัง เกาะติดปัจจัยศก. คาดงบ 1.15 แสนล.รองรับได้ เด้งรับขุนคลัง สั่งเตรียมมาตรการเพิ่ม

20.06.25 | 13:21 น.

คลัง เกาะติดปัจจัยเศรษฐกิจรอบด้าน คาดงบกระตุ้น 1.15 แสนล้านบาทรองรับได้ รับลูกขุนคลังสั่งเตรียมมาตรการเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 20 เมษายน นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากกรณีปัจจัยทางเศรษฐกิจต่างๆที่เข้ารุมเร้าในขณะนี้ สศค.อยู่ระหว่างติดตามประเมินสถานการณ์ต่างๆ ขณะเดียวกัน สศค.ได้ร่วมกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้พิจารณาอนุมัติ โครงการข้อเสนอพื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงิน 1.15 แสนล้านบาท ซึ่งแต่ละโครงการจะช่วยเสริมในเรื่องของการจ้างงาน และการลงทุนต่างๆ

ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการหระตุ้น ได้รับทราบข้อมูลจากสภาพัฒน์ฯ และ สศค. ว่ามีเป้าหมายการจ้างงานประมาณ 7 ล้านคน ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นวงเงินแล้ว คาดว่าเป็นวงเงินงบประมาณกว่า 3 หมื่นล้านบาท จากงบกลางทั้งหมด 1.15 แสนล้านบาท คิดเป็นประมาณ 30% ของวงเงินรวมที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ส่วนที่เหลือเม็ดเงินจะลงไปสู่ภาคการผลิตทั้งหมดเชื่อมั่นว่ามาตรการดังกล่าวจะเป็นตัวช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่ของปี 2568 ประเมินว่าส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ประมาณ 0.4-0.5% ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถรองรับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในทุกๆ ด้านได้

“สถานการณ์ความไม่แน่นอนต่างๆ นั้น ต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด สศค. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทางกระทรวงการคลัง ไม่ว่าจะเป็น ปลัดกระทรวงการคลัง หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้สั่งการให้ สศค.เตรียมดูว่าต้องมีมาตรการอะไรรองรับในส่วนที่อาจมีการประเมินแล้วพบว่ามีผลกระทบเพิ่มเติม ซึ่งสศค.กำลังดำเนินการอยู่” นายพรชัย กล่าว

นายพรชัย กล่าวว่า ส่วนมาตรการจะเป็นรูปแบบใด จะต้องดูรายละเอียด เพราะได้ใช้งบกลาง 1.57 แสนล้านบาทไปในระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังมีบางส่วนเหลืออยู่ 4.2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังมีสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่สามารถช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจได้

Advertisement

นายพรชัย กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการยกร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณประจำปี 2569 ยังคงเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย คือช่วงนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรโดยคณะกรรมาธิการ ดังนั้นกระบวนการเป็นอย่างไรก็คงต้องเป็นไปตามกฎหมาย