Q1″เอสเอ็มอี”ควักเงินลงทุนคึกคัก-ส่วนรายใหญ่ยังต้วมเตี้้ยม

9.04.17 | 14:44 น.

นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า ยอดการแจ้งเริ่มประกอบและเริ่มส่วนขยายโรงงานช่วงไตรมาสแรกของปี มีจำนวน 936 โรงงาน ลดลง 14.90 % จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมามี 1,100 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 9.96 หมื่นล้านบาท ลดลง 26.76 % จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 1.36 แสนล้านบาท แบ่งเป็นแจ้งเริ่มประกอบกิจการ จำนวน 819 โรงงาน ลดลง 12.59 % จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 937 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 5.57 หมื่นล้านบาท ลดลง 40.04 % จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 9.29 หมื่นล้านบาท แจ้งเริ่มส่วนขยาย จำนวน 117 โรงงาน ลดลง 28.22 % จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมามี 163 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 4.39 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.22 % จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 4.38 หมื่นล้านบาท โดยอุตสาหกรรมที่มีการแจ้งประกอบและเริ่มส่วนขยายโรงงานที่มีมูลค่ามากที่สุดคือ การผลิตเครื่องจักรและเครื่องกล มูลค่าการลงทุน 1.49 หมื่นล้านบาท อุตฯอาหาร มูลค่าการลงทุน 1.26 หมื่นล้านบาท ผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ มูลค่าการลงทุน 1.06 หมื่นล้านบาท อุตฯเครื่องดื่ม 7.36 พันล้านบาท ผลิตภัณฑ์โลหะ 5.95 พันล้านบาท

นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ภาพรวมการขอใบอนุญาต ร.ง.4 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป อย่างไรก็ตามพบว่าจำนวนโรงงานเพิ่มแต่มูลค่าลดลง เพราะเป็นโครงการขนาดกลางและเล็ก(เอสเอ็มอี)ที่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสัญญาณการส่งออกที่เริ่มมีการขยายตัวจากช่วงที่ผ่านมาตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เริ่มคลี่คลาย รวมทั้งได้รับแรงกระตุ้นจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ ที่ให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ส่วนนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) คาดว่าจะมีผลให้เอกชนลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากขณะนี้เอกชนรอดูความชัดเจนของโครงการ ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมากโดยเฉพาะสนามบินอู่ตะเภาที่ตั้งเป้าเป็นเมืองการบินภาคตะวันออก