วันหนึ่งหลังได้ฟังเชิงวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองของประเทศไทย กับ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นักธุรกิจพันล้านที่ผันตัวเล่นการเมือง ในเวลาอันพอควรแล้ว
จากนั้นก็ได้อัพเดตการทำธุรกิจ ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิม ก็ทราบว่ากำลังเปิดตัวร้าน SAMAS

“ขอย้อนไปถึงแนวคิดผมตั้งแต่ปี 2550 หรือ 18 ปีก่อนก่อนผมเล่นการเมือง ตอนนี้ผมทำธุรกิจ Appliances เครื่องครัว เริ่มเมื่อปี 2549-50 ตอนนั้นเป็นช่วงเปลี่ยนยุคพอดี ครัวแบบฝรั่งเข้าไทยมากขึ้น สมัยก่อนเหมือนครัวโชว์ เหมือนเฟอร์นิเจอร์ชุดหนึ่ง จุดเริ่มจากเจ้าของบริษัทตัวแทนนำเข้าและจำหน่าย Tecnogas จากอิตาลี ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ดังมากทั่วยุโรป เขาทำมา 20 ปี ยอดขายต่อปีแค่ 50 ล้านบาท และยังขาดทุนทุกเดือน เขาไปไม่ไหว จากให้ผมไปแนะนำก็กลายเป็นอยากให้ผมไปทำแทน ตอนนั้นผมมีชื่อเสียงเหมือนซินแส เป็นหมอทางด้านธุรกิจ ใครเจอปัญหาก็มาให้ไปแนะนำ แก้ปัญหาและปรับปรุงจนเป็นที่รู้จัก ทั้งด้านอสังหาริมทรัพย์ โรงพยาบาล เป็นต้น”

สนธิรัตน์เล่าต่อว่า เมื่อเข้าเป็นผู้บริหาร Tecnogas วิเคราะห์รอบด้านทั้งตัวสินค้า ตลาดเครื่องครัวโดยรวมในขณะนั้นและเทรนด์ในอนาคต รวมถึงพฤติกรรมการผู้บริโภคและเป้าหมายทางธุรกิจ จึงได้ตั้งชื่อบริษัทว่า “เดอะ ซิกเนเจอร์ แบรนด์” เพราะต้องการหาแบรนด์ซิกเนเจอร์จากทั่วโลกมาไว้ที่นี่ จนปัจจุบันมี 7-8 แบรนด์ อาทิ Elica, Barazza, Fabita และ Chambord เป็นต้น เพียงปีแรกทำรายได้ทะลุ 100 ล้านบาท ปีที่สองรายได้200 ล้านบาท ปีที่สามรายได้ 300 ล้านบาท และก้าวกระโดดไปเรื่อยๆ จากปีแรก 2550 จนถึงปี 2557 รายได้ต่อปีกว่า 800 ล้านบาท จนเข้าเวทีการเมืองก็ให้รุ่นลูกลาออกจากงานบริษัทใหญ่ที่ทำอยู่ มาบริหารงานแทน

“ผมวางวิชั่น (วิสัยทัศน์) ของธุรกิจไม่ใช่แค่จำหน่ายเครื่องครัว ไม่ใช่แค่โปรดักต์ แต่เป็นไลฟ์สไตล์โปรดักต์ จึงมีการต่อยอดใช้เครื่องครัวออกมาเป็นรูปแบบการนำเสนอ การตลาดแบบใหม่ๆ การแตกแขนงของธุรกิจบนฐานเครื่องครัว ซึ่งในนั้นคือร้าน SAMAS ที่เป็นองค์ประกอบหนึ่งในบ้านเรือนไทยเก่าทรงปั้นหยา อายุเก่าแก่ 140 ปี ที่เหลือหลังเดียวในย่านสาทร แรกๆ ตั้งใจเปิดแนวอาหารสไตล์ Chef’s Table แต่เกิดโควิด-19 ระบาด จะไม่มีคนมาทาน จึงเปิดเป็น CUCINA GALLERIA โชว์รูมเครื่องครัวระดับไฮเอนด์สัญชาติอิตาลีและฝรั่งเศส เพิ่มเติมด้วยร้านกาแฟชื่อดัง ‘Brave Roasters’ (เบรฟ-โรส-เตอร์) การันตีด้วยรางวัลระดับประเทศและสากล มีบาร์ไวน์ซึ่งลูกสาวผมมีความเชี่ยวชาญมาก พร้อมต่อเติมอาหารทำโซนห้อง Cucina Home ให้ลูกค้าได้เข้ามาชมและได้ทดลองสินค้าจริง โดยเราสร้างบรรยากาศให้ดูอบอุ่นเสมือนให้ลูกค้าอยู่ที่บ้าน”

“การเมืองเป็นเรื่องของความหลงใหล” ยังใช้ได้ถึงวันนี้ ดังนั้น ย้อนถามสนธิรัตน์กับบทบาททางการเมือง ก็เปิดประเด็นค้างไว้ว่า “ผมมีหลายแนวคิด ทั้งการชูเรื่องเพิ่มมูลค่าสินค้าการเกษตร ซึ่งจะทำให้บรรลุอย่างยั่งยืน การเมืองมีส่วนสำคัญ ผมกำลังคุยกับกลุ่มเกษตรกร บริษัทรับซื้อสินค้าไทย และบริษัทนำเข้าสินค้าไทยในต่างประเทศ ทำโปรเจ็กต์นำร่อง อีกทั้งมีแนวคิดสร้างนักการเมืองเลือดใหม่ที่จะล้างความคิดและความกังวลเดิมๆ การเมืองไทยอีก 4-5 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนโฉมใหญ่อีกครั้ง”

ในครั้งนี้ทายาทรุ่นสอง สรวิช สนธิจิรวงศ์ (โจ้) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาธุรกิจและจัดซื้อ บริษัท เดอะ ซิกเนเจอร์ แบรนด์ จำกัด เล่าเสริมว่าเราคุยว่าอยากทำร้านอาหาร โจทย์ของคอนเซ็ปต์ที่นี่ด้วยเราเป็นครอบครัวขายเครื่องครัวมากว่า 30 ปีแล้ว เมื่อผมไปเมืองนอกจะเห็นเครื่องครัวแบรนด์ดีๆ ที่มีอีกมากในยุโรป ก็เพิ่มนำเข้ามาขายเรื่อยๆ ประจวบกับได้บ้านเรือนไทยหลังนี้อายุ 140 ปี เรือนไทยหลังสุดท้ายในสาทร สไตล์ผสมผสานยุโรโปรตุกีสบังกะโล เริ่มปรับมาเป็นโชว์รูม CUCINA GALLERIA ศูนย์รวมเครื่องครัวแห่งใหม่ในย่านสาทร เราได้รวบรวมแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่มีความโดดเด่นทั้งด้าน Innovation, Design และคุณภาพระดับไฮเอนด์มาไว้ในที่นี่ เพื่อให้คนไทยได้มีประสบการณ์การเข้าครัวที่เพิ่มขึ้น สินค้าแต่ละแบรนด์นั้นจะมีดีไซน์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร มาช่วยเพิ่มความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ให้ห้องครัวของคุณ

“แนวคิดทำธุรกิจ เรานำความเป็นไลฟ์สไตล์มาใช้ จากธุรกิจที่เรามีเดิมทำเป็นโชว์รูมที่ทันสมัย เพิ่มไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต อย่างร้านกาแฟ บาร์ไวน์ เพื่อดึงดูดลูกค้าไม่แค่มาดูเครื่องครัวแล้วหายไป บาร์ไวน์เปิดได้ 2 ปีกว่า การดำเนินงานก็ดี เมื่อลูกค้ามาดื่มไวน์ก็อยากได้อาหารแยะกว่านี้ ก็คุยกับเซฟแนวฟิวชั่น บางคนอยู่ร้านมิชลินมาก่อน จากที่แค่เป็นไวน์บาร์ก็ขยับเป็นร้านอาหาร SAMAS (ส-ม-า-ส) ชื่อเกิดจากคำว่า ‘สมาท-สน-ธิ’ เป็นการผสมผสานระหว่างอาหารกับไวน์ ซึ่งจะเป็นร้านสไตล์ Fine-Casual Dining รังสรรค์อาหารในสไตล์ Modern Asian โดยเป็นการนำเอาเทคนิคของอาหารตะวันตกมาผสมเข้ากับกับวัตถุดิบและรสชาติแบบเอเชีย ผ่านการเลือกใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนผลผลิตจากชาวประมงไทยและเกษตรกรไทย โดยคอนเซ็ปต์ของร้าน SAMAS หยิบนำบ้านเก่าอายุกว่า 140 ปี มาทำให้เป็นบรรยากาศที่มีความโมเดิร์น”

การทดลองเปิดในเดือนมิถุนายน อาหารของร้าน SAMAS จะทั้งหมด 6 คอร์ส มีเป็ดและเนื้อเป็นจานหลัก โดยจะเปลี่ยนทุก Seasonal หรือทุก 3 เดือน รอบหน้าก็จะเป็นปลาชนิดต่างๆ พื้นที่รับได้เพียง 20 ที่นั่ง ราคาอาหารคอร์สละ 2,200 บาท และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเดือนกรกฎาคมนี้

“ผมกับพี่สาวเป็นสายกิน ตระเวนกิน เชื่อว่ามีประสบเรื่องการกินพอควร ก็ลองมานำใช้ให้เกิดประโยชน์ มีร้านมีครบทั้งเครื่องครัว กาแฟ ไวน์ เพิ่มอาหาร ก็เป็นบิซิเนสที่ค่อนข้างกลมมากขึ้นพ่อก็อยากให้ลูกๆ เอาประสบการณ์ที่มีใช้ลองเปิด ผมดูแลเครื่องครัว ถือหนึ่งบียูของบ้านหลังนี้ เป็นโปรเจ็กต์สนุกๆ ขายเครื่องครัว ทำการตลาด ขายอาหาร ช่วยกันดูแล เป้าหมาย2 กลุ่ม วันนี้คนไทยอาจน้อยต้องเจาะนักท่องเที่ยวคนเอเชียมากขึ้น อย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลี กลุ่มเหล่านี้ชอบดื่มและเข้ามาได้ทุกวัน สอดรับกับการทำธุรกิจในวันนี้ต้องตื่นตัว ปรับให้ธุรกิจดูสดชื่นขึ้นเรื่อยๆ ผสมผสานกันมากขึ้น อย่างยอดขายเครื่องครัวจากสภาพเศรษฐกิจค่อนข้างทรงตัว รายได้ก็ยืน 900-1,000 ล้านบาทแต่การแข่งขันยังมีต่อเนื่อง จึงต้องตามให้ทันการเปลี่ยนแปลงและดึงสิ่งที่เราถนัดออกมาใช้ให้เต็มที่ เราไม่ปรับก็จะลำบากในวันหน้า จากนี้ก็ยังเห็นแบรนด์ใหม่ๆ และแตกไลน์ในธุรกิจที่ทำอยู่ อย่างร้านกาแฟ กลายเป็นธุรกิจที่ยังมีอนาคต”

ใครอยากดื่มด่ำ ร้าน Fine Dining ที่ผสมผสานระหว่างอาหาร Asian Twist กับบรรยากาศร้านโมเดิร์น ย่านเซนต์หลุยส์ ในซอยสาทร 12 แนะนำร้าน SAMAS เป็นอีกทางเลือกที่ไม่ควรพลาด

