ธุรกิจแอลกอฮอล์ หวังยกร่างกม.ใหม่ ผ่านสภาวาระ2-3 รวด ยันเดินหน้าร้องคลาย 3 ปม อุปสรรคการค้า
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน นางสาวชัชฎา จันทรางศุ กรรมการสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย และประธานมูลนิธิแก้ไขปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ เปิดเผยถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับใหม่) นั้นว่า คาดหวังว่าจะกลับเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภา ที่จะเปิดประชุมอีกครั้งในเดือนกรกฎาคมนี้ และผ่านความเห็นชอบ ในวาระที่ 2 และ 3 เพื่อเข้ากระบวนการต่างๆ ตามกฎหมาย และสามารถมีผลบังคับใช้ในต้นปี 2569
“พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับนี้ ภาคเอกชนร่วมมือเพื่อผลักดันให้เกิดขึ้นมาตั้งแต่มีนาคม 2567 และมีความคืบหน้าก็น่าจะ 80%แล้ว ซึ่งทุกภาคส่วนเข้าใจว่าจะดี ไม่แค่อุตสาหกรรม แต่รวมถึงธุรกิจท่องเที่ยวและภาคบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบางประเด็นของกฎหมายที่ใช้ไม่ได้สอดรับกับสภาพโดยรวมที่เปลี่ยนแปลงไป ก็หวังว่าหากจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ก็อยากให้รัฐบาลและสภาฯชุดปัจจุบัน เร่งการพิจารณากฎหมายที่ค้างคา โดยเฉพาะกฎหมายที่ใช้มานานและไม่สอดรับกับดสภาพการณ์ที่เปลี่ยนไปในปัจจุบันและในอนาคต “นางสาวชัชฎา กล่าว
นางสาวชัชฎา กล่าวว่า ทั้งนี้ ประเด็นที่ภาคเอกชนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ 1. ยกเลิกข้อห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ซึ่งต้องยกเลิกประกาศของคณะปฎิวัติ เมื่อปี 2515 ที่สามารถออกเป็นกฎหมายลูกกำหนดระเบียบของพื้นที่จำหน่ายที่เหมาะสมกับสอดคล้องกับกิจกรรมหรือแหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น 2. กำหนดพื้นที่เปิดให้บริการและจำหน่าย หรือการกำหนดโซนนิ่ง การประกอบธุรกิจ และทบทวนเรื่องเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบการที่สามารถให้จำหน่ายและดื่มกินได้ ในเวลาที่กำหนด 3. จัดทำนิยามด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์และช่องทางจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งจะสร้างความชัดเจนทั้งสุรานำเข้าและสุราพื้นบ้านในไทย
“ในเรื่องความกังวลของภาคสังคม ต่อเยาวชนและความปลอดภัยในการขับขี่ ภาคเอกชนและสมาคมฯก็จะเดินหน้ารรณรงค์ ผ่านทุกมิติ อาทิ หลังพรบ.ฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ เราเตรียมจัดประชุมสมาชิกและหน่วยงานต่างๆ สร้างความรู้ความเข้าใจต่อระเบียบของกฎหมายใหม่ การสนับสนุนการรณรงค์ป้องปรามปัญหาที่ภาคสังคมกังวล อย่างไรก็ตาม หากพรบ.ฉบับใหม่ อาจมีเหตุต้องชะงักในช่วงการเมืองเปลี่ยนแปลง สมาคมฯก็ยังเดินหน้าที่จะปลดล็อกอุปสรรคที่มีอยู่ใน 3 ด้านที่บรรจุในพรบ.ฉบับนี้ เพื่อไม่ให้ระเบียบข้อบังคับเป็นคู่ขนานกับความเป็นจริงของการทำธุรกิจในวันนี้ “ นางสาวชัชฎา กล่าว
นางสาวชัชฎา กล่าวถึงสถานการณ์ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นั้น มูลค่าตลาดรวมอาจไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก คาดอยู่ที่ประมาณ 3 แสนล้านบาท แต่คาดมีการปรับเปลี่ยนการเลือกซื้อชนิดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น และดูที่ราคาจำหน่ายมากขึ้น เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจมีผลต่อการจัดกิจกรรมและสังสรรค์ที่ลดลง หรือ ใช้จ่ายไม่ได้สูงอย่างในอดีต ตอนนี้ตลาดอยู่ในช่วงซบเซาจากภาวะเศรษฐกิจในครัวเรือนไม่ดีนัก การเมืองไม่แน่นอน สงครามการค้าและสงครามการเมืองระหว่างประเทศ กระทบต่อทุกอุตสาหกรรม ไม่หวือหวา
“ ทุกค่ายต้องปรับตัว ทั้งเร่งออกสินค้าใหม่ ร่วมจัดกิจกรรม มุ่งตอบโจทย์ความต้องการ อย่างตอนนี้ เหล้ารสหวาน เช่นเหล้ารัม โตมาก ขยายตัวกว่า 100% ที่โตมากส่วนหนึ่งใช้เป็นส่วนผสมในการปรุงอาหารและขนมหวานเพื่อทานกับเครื่องดื่มทั่วไป ส่วนสุราชุมชนยังไม่มีผลกระทบต่อสุรานำเข้า เพราะส่วนใหญ่ยังนิยมซื้อเป็นของขวัญตามเทศกาล มากกว่าซื้อเพื่อดื่มประจำวัน ส่วนไฮซีซั่นในไตรมาส4ปีนี้จะเป็นอย่างไร ต้องดูสถานการณ์การเมืองและบรรยากาศการจัดกิจกรรมต่างๆ “ นางสาวชัชฎา กล่าว

