คมนาคม เดินหน้า ดันรถไฟทางคู่ เฟส 2 จำนวน 6 เส้นทาง มูลค่ารวมกว่า 2.9 แสนลบ.
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้า โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 6 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,249 กิโลเมตร (กม.) มูลค่ารวมประมาณ 297,924 ล้านบาทว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้นำเสนอโครงการต่อสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการในการยกระดับการขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น
นายสุริยะกล่าวว่า รฟท.ได้จัดลำดับความสำคัญตามคำแนะนำของสภาพัฒน์ โดยพิจารณาจากปัจจัยหลัก 5 ด้าน คือความต้องการขนส่งผู้โดยสาร, ความต้องการขนส่งสินค้า, ความจุทาง, เศรษฐศาสตร์และการเงิน และยุทธศาสตร์และนโยบาย รวมถึงปัจจัยรองอีก 11 ด้าน เช่น ข้อมูลผลการคาดการณ์จำนวนผู้โดยสาร, ข้อมูลสถิติผู้โดยสารปัจจุบัน, ข้อมูลผลการคาดการณ์ปริมาณสินค้า, การเชื่อมโยงโครงข่ายภายในประเทศและระหว่างประเทศ, ความพร้อมในการดำเนินโครงการ เป็นต้น
นายสุริยะกล่าวด้วยว่า รฟท.ได้แบ่งความสำคัญของการดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 6 เส้นทาง ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม 1 ความสำคัญอันดับต้น จำนวน 3 เส้นทาง คือเส้นทางสุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท, เส้นทางปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 218 กม. วงเงินประมาณ 81,143 ล้านบาท, เส้นทางชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงินประมาณ 30,422 ล้านบาท กลุ่ม 2 ความสำคัญอันดับกลาง จำนวน 2 เส้นทาง คือเส้นทางชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงินประมาณ 44,095 ล้านบาท, เส้นทางเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. วงเงินประมาณ 68,222 ล้านบาท และ กลุ่ม 3 ความสำคัญอันดับท้าย คือหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงินประมาณ 7,772 ล้านบาท
รมว.คมนาคมกล่าวว่า นอกจากนี้ รฟท. ยังได้ปรับปรุงข้อมูลและข้อสมมุติฐานที่ใช้ในการคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารและสินค้า การวิเคราะห์แผนการเดินรถและความจุทางให้เป็นปัจจุบันเรียบร้อยแล้ว รวมถึงยังได้จัดส่งบัญชีแสดงปริมาณงานและราคา (BOQ) ของทุกโครงการที่สามารถแจกแจงรายละเอียดรายการลงทุนตามการออกแบบโครงสร้างทาง, งานสถานี, จุดตัดทางรถไฟและถนนเสมอระดับ และสิ่งอำนวยความสะดวก
“ในส่วนของแนวทางการใช้ประโยชน์สถานีรถไฟขนาดใหญ่และย่านกองเก็บตู้สินค้า รฟท.ได้ชี้แจงแผนการเพิ่มรายได้และแผนธุรกิจที่ชัดเจน ขณะเดียวกัน รฟท.ยังได้ทบทวนแผนการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟและถนนเสมอระดับของแต่ละโครงการให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังได้มีการวิเคราะห์ผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของ รฟท. ทั้งในกรณีมีโครงการและไม่มีโครงการที่สอดคล้องกับการจัดลำดับความสำคัญของโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 แล้ว” รมว.คมนาคมกล่าว
นายสุริยะกล่าวต่อว่า สำหรับโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 มีเป้าหมายหลักคือการเปลี่ยนการขนส่งสินค้าจากทางถนนมาสู่ทางราง ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางลงได้ถึง 30% เนื่องจากไม่ต้องรอหลีกขบวนรถ ทำให้ขบวนรถตรงต่อเวลามากขึ้น พร้อมทั้งยังช่วยลดอุบัติเหตุ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ

