หน้าแรก เศรษฐกิจ แสนสิริผุด‘Fu...

แสนสิริผุด‘Future Harvest’ โมเดลสร้างอาชีพ-ลดอากาศพิษ

23.06.25 | 13:34 น.
แสนสิริผุด‘Future Harvest’ โมเดลสร้างอาชีพ-ลดอากาศพิษ

แสนสิริผุด‘Future Harvest’
โมเดลสร้างอาชีพ-ลดอากาศพิษ

ในภาวะที่ภาคเหนือของไทยเผชิญปัญหาฝุ่นควันPM2.5 อย่างต่อเนื่อง แสนสิริ ในฐานะบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ ตระหนักถึงบทบาทของภาคธุรกิจในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง จึงเกิดเป็นแนวคิดของโปรเจ็กต์ “Future Harvest” หรือการสนับสนุนต้นกล้าเพื่อขยายพื้นที่ในการเพาะพันธุ์กาแฟไทยให้กับเกษตรกร ที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน 

เป้าหมายเปลี่ยนวิกฤต PM2.5 ให้กลายเป็นโอกาสสร้างป่า สร้างอาชีพ และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้ชุมชนเชียงใหม่ ก่อนขยายโมเดลแบบนี้สู่ชุมชนอื่นในภาคเหนือ

สมัชชา พรหมศิริ Chief of Staff บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า แสนสิริเล็งเห็นปัญหามลภาวะทางอากาศในภาคเหนืออันเกิดจากการเผาป่าที่เป็นสาเหตุหลัก จึงเกิดแนวคิดในการช่วยลดมลภาวะทางอากาศ สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับชุมชน รวมถึงต่อยอด
ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต เกิดเป็นโปรเจ็กต์การสนับสนุนต้นกล้ากาแฟ เพื่อขยายพื้นที่ในการเพาะพันธุ์กาแฟไทยให้กับเกษตรกรใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งเราเรียกโปรเจ็กต์นี้ว่า “Future Harvest” 

กาแฟ พืชทางเลือก-ลดเผา-ทำลายป่า

Advertisement

ในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ พืชเศรษฐกิจอย่างข้าวโพดและอ้อยต้องใช้วิธีการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก กลายเป็นหนึ่งในต้นตอของฝุ่นควันและการสูญเสียพื้นที่ป่า โครงการ “Future Harvest” จึงมุ่งเน้นส่งเสริมการปลูกกาแฟพันธุ์ดีที่สามารถปลูกวนในระบบเกษตร ช่วยรักษาป่า ลดการบุกรุก และเป็นแหล่งรายได้ที่ยั่งยืนให้เกษตรกร

ทั้งนี้ ในปี 2567-2568 แสนสิริได้นำร่องสนับสนุนต้นกล้ากาแฟพันธุ์ดี จำนวน 5,200 ต้น ให้กับเกษตรกร 15 ราย ใน อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ คิดเป็นพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 26 ไร่ โดยมี “ไร่แสนชัย” ของ แสนชัย
จูเปาะ เจ้าของไร่ Saen Chai Estate ที่ได้รับรางวัลในระดับประเทศ เป็นที่ปรึกษาและต้นแบบสำคัญในการปลูกและแปรรูปกาแฟพิเศษไทย 

สำหรับต้นกล้ากาแฟที่แสนสิริสนับสนุนนี้ จะช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 57.2 ตันต่อปี ขณะเดียวกัน เกษตรกรยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากผลผลิตกาแฟที่ปลูก โดยเมื่อเข้าสู่ปีที่ 4 ต้นกาแฟนี้จะให้ผลผลิตเฉลี่ย 1 กิโลกรัมต่อต้น คิดเป็นรายได้รวมกว่า 1.56 ล้านบาทต่อปี และปีที่ 5 เป็นต้นไป รายได้อาจเพิ่มขึ้นถึง 2.73 ล้านบาทต่อปีจากผลผลิตที่มากขึ้น

สร้างรายได้ครัวเรือนปีละกว่าแสนบาท

ด้านแสนชัยเสริมว่า กาแฟยังสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและสูงกว่ามากเมื่อเทียบกับพืชผลดั้งเดิม โดยแต่ละครอบครัวสามารถมีรายได้หลักแสนบาทต่อครอบครัวต่อปี ทำให้เกษตรกรสามารถส่งเสียลูกให้เรียน สร้างบ้าน มีรถ และเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ดีขึ้นได้ แตกต่างจากพืชผลอื่นๆ กาแฟมีตลาดโลก ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาพ่อค้าคนเดียว และมีทางเลือกในการส่งออกหากราคาในประเทศต่ำ กาแฟยังเป็นพืชที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย จึงช่วยปกป้องคุณภาพดิน แหล่งน้ำ และระบบนิเวศโดยรอบ ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนบนพื้นที่สูงที่รักป่าและไม่ต้องทำลายบ้านของพวกเขา 

โดยเฉพาะ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นปอดของเอเชียจากพื้นที่ป่าที่กว้างใหญ่ ทำให้กาแฟเป็นเครื่องมือสำคัญในการอนุรักษ์ การปลูกกาแฟยังสอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่น เป็นเหตุผลให้คนรุ่นใหม่ที่ไปศึกษา หรือทำงานในเมืองกลับมายังบ้านและครอบครัว ช่วยส่งเสริมความผูกพันในครอบครัว และช่วยให้ชุมชนสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน โดยไม่ต้องถูกบังคับให้ตัดไม้ทำลายป่า หรือหันไปใช้การปฏิบัติที่ทำลายล้างเนื่องจากความสิ้นหวัง

“การเป็นผู้นำด้วยการเป็นแบบอย่าง แทนที่จะแค่บอกให้คนอื่นหยุดทำสิ่งที่ไม่ดี การแสดงให้เห็นว่ากาแฟเป็นอาชีพที่ ‘ยั่งยืน’ และเป็นไปได้ และความสำเร็จที่ทุกคนได้เห็นจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นเปลี่ยนจากการทำเกษตรกรรมที่ทำลายล้าง มาเป็นการทำเกษตรสร้างสรรค์”

สมัชชากล่าวอีกว่า การนำร่องสนับสนุนต้นกล้าพันธุ์กาแฟไทยให้กับเกษตรกร ถือเป็นพันธุ์กาแฟที่มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก และมีความต้องการสูง นอกจากนี้ การปลูกกาแฟยังช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่ ส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืนในระยะยาว และช่วยเพิ่มพื้นที่ป่า ลดมลภาวะทางอากาศ หรือฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ 

แสนสิริขับเคลื่อนแนวทางESG

โปรเจ็กต์ “Future Harvest” ยังนับเป็นโครงการที่สอดคล้องกับแนวทาง ESG (Environmental, Social, and Governance) ของแสนสิริในทุกมิติ ทั้งในด้าน Environment (E) แสนสิริได้ดำเนินการสนับสนุนให้เกษตรกรลดการเผาไร่ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และลดการปล่อยคาร์บอน ส่วน Social (S) แสนสิริพยายามสร้างอาชีพทางเลือกให้เกษตรกรในท้องถิ่น เช่น ธุรกิจด้านกาแฟ และ Governance (G) ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน

แนวทางการปฏิบัติของโครงการ “Future Harvest” ไม่เพียงแต่ลงมือทำ แต่ยังมีระบบลงทะเบียนเกษตรกร และมีทีมของคุณแสนชัยร่วมดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมกิจกรรมลงพื้นที่ประจำปีโดยทีมแสนสิริ เพื่อประเมินและส่งเสริมการดูแลต้นกล้าอย่างต่อเนื่อง

อนาคตในระยะต่อไป แสนสิริมีแผนขยายการแจกต้นกล้ากาแฟสู่กลุ่มเกษตรกรรายใหม่ และต่อยอดสู่พื้นที่อื่นๆ เพื่อขยายผลสำเร็จจาก อ.กัลยาณิวัฒนา ไปสู่ชุมชนที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนผ่านจากการเผาป่า สู่การอนุรักษ์ป่าด้วยโมเดลกาแฟยั่งยืน

“เราหวังว่าการช่วยเหลือเกษตรกรครั้งนี้ จะช่วยให้ อ.กัลยาณิวัฒนา ที่นำโดยไร่แสนชัย สามารถเป็นพื้นที่ต้นแบบที่ถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายผลสู่พื้นที่อื่นได้ และเกษตรกรที่ได้รับต้นกล้ากาแฟไปสามารถนำไปเพาะพันธุ์เพื่อส่งมอบให้กับเกษตรกรราย
อื่นๆ ต่อไปได้ ส่งเสริมให้เขาได้เรียนรู้ในการเป็นผู้รับและผู้ให้ในเวลาเดียวกัน ในระยะถัดไป อาจขยายผลไปยังอำเภอใกล้เคียง หรือพื้นที่ภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า” สมัชชากล่าว

โดยพนักงานแสนสิริและพลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้ช่วยแจกจ่ายต้นกล้ากาแฟและปลูกกาแฟที่ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ พร้อมกันนี้ แสนสิริสนับสนุนอุปกรณ์เป่าใบไม้ เพื่อใช้สร้างแนวกันไฟป่า หลังเห็นผลกระทบจากไร่แสนชัยที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าในปีที่ผ่านมา ทำให้กาแฟที่ปลูกไว้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก