ธุรกิจไทย เชียร์รัฐจริงจัง ยุทธศาสตร์แผนพลังงานชาติ ‘พึ่งพาตนเอง หันใช้พลังงานสะอาด’
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์สงครามภูมิรัฐศาสตร์คู่ใหม่ที่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านมีท่าทีจะลุกลามขยายความรุนแรงและเกิดสงครามที่มีประเทศร่วมวงสร้างความเสียหายมากขึ้น เสี่ยงต่อการเปิดสงครามโลกรอบใหม่ โดยส่งผลกระทบตลาดพลังงานโลก ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ สังคม การขนส่งคมนาคมเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ การปิดช่องแคบฮอร์มุซที่อยู่ระหว่างอิหร่านและโอมาน ซึ่งมีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์แหล่งพลังงานน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก เนื่องจากเป็นช่องทางหลักที่ค้าน้ำมันทางทะเลของโลก อีกทั้งเป็นเส้นทางออกทางมหาสมุทรทางเดียวส่วนใหญ่ของประเทศที่ส่งปิโตรเลียมออกในอ่าวเปอร์เซียส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน ปิโตรเคมี รวมทั้ง LNG ของกาต้าร์ ที่มีสัดส่วนการส่งออกถึง 1 ใน 5 ก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย ทั้งด้านต้นทุนอุตสาหกรรมพลังงานน้ำมัน LNG ปิโตรเคมีสูงขึ้น และการขาดแคลน
นอกจากนั้นต้นทุนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน สิ่งที่เป็นที่น่าห่วงใยและกังวลถึงการขยายวงคู่ขัดแย้งเป็นฉนวนสงครามโลกรอบใหม่ ซึ่งจะมีมาตรการตอบโต้ทั้งทางความมั่นคง เศรษฐกิจการค้า และการลงทุน
“ถึงเวลาที่ไทยจะทบทวนยุทธศาสตร์แผนพลังงานชาติที่จะต้องพึ่งพาตนเองใช้พลังงานสะอาด พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานทางเลือกเพื่อลดการพึ่งพานำเข้าจากต่างประเทศ เพิ่มเสถียรภาพพลังงานไทย และไทยต้องเร่งประเมินเพื่อเตรียมแผนยุทธศาสตร์ฉุกเฉินรองรับสงครามภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกที่ต้องมีฉากทัศน์รับภาวะฉุกเฉินทันที” นายแสงชัยกล่าว

