ที่ผ่านมาการผลิตสินค้าไทยมักถูกผูกติดอยู่กับการแข่งขันด้านราคา ด้วยสภาพเศรษฐกิจ เงินในกระเป๋าประชาชน
ส่งผลให้สินค้า Made in Thailand เริ่มถูกแทนที่ด้วยสินค้าถูกที่หลั่งไหลมาจากนอกประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่สามารถผลิตสินค้าได้ในจำนวนมากและราคาถูก
กระทั่งปัจจุบัน สินค้าเหล่านี้กลับกลายเป็นต้นทุนที่สังคมไทยกำลังแบกรับ ทั้งมลพิษจากขยะอุตสาหกรรม และความเสี่ยงจากสินค้าไร้คุณภาพที่อาจกระทบทั้งชีวิตและทรัพย์สินคนไทย
ส่งผลให้ “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศเดินหน้าปลดแอกอุตสาหกรรมไทยจาก “กับดักของถูก” และมุ่งหน้าสู่ยุคสมัยแห่ง “ของที่ถูกต้อง”
โดยรัฐมนตรีเอกนัฏระบุ สงครามราคากำลังสร้างภูเขาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกลักลอบนำเข้ามาทิ้ง, โครงสร้างอาคารที่ใช้เหล็กคุณภาพต่ำซึ่งอาจพังทลายได้ทุกเมื่อ หรือกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาตั้งโรงงานโดยใช้ “นอมินี” สูบทรัพยากรของไทยออกไปโดยที่คนไทยแทบไม่ได้อะไรเลย กัดกินประเทศมานานหลายทศวรรษ
พร้อมเดินหน้าการแข่งกันทำของที่ถูกต้อง ผ่าน 3 ถูกต้อง คือ
⦁ถูกต้องต่อกฎหมาย สร้างกติกาที่ศักดิ์สิทธิ์ ใครทำผิดต้องถูกลงโทษ ผ่านทีมตอบสนองเร็วอย่างระบบ “แจ้งอุต” ที่พร้อมรับฟังเสียงประชาชนและจัดการโรงงานที่ก่อมลพิษหรือเอาเปรียบสังคมอย่างเด็ดขาด
⦁ถูกต้องต่อผู้คนและโลก สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่พ่อแม่กล้าซื้อให้ลูกใช้ วิศวกรกล้าใช้ในการก่อสร้าง และเป็นมิตรต่อโลกที่คนรุ่นหลังจะต้องอาศัยอยู่ต่อไป
⦁ถูกต้องต่ออนาคตของชาติ เปิดประตูต้อนรับนักลงทุนคุณภาพ ที่ไม่ได้มองไทยเป็นแค่ฐานการผลิตราคาถูก แต่มองเห็นศักยภาพและพร้อมจะเติบโตไปกับเรา สร้างงานให้คนไทย และใช้วัตถุดิบของไทย
พร้อมสร้างหลักสูตร SGIL หรือผู้นำอุตสาหกรรมยั่งยืนและสีเขียว (SGIL) รวมผู้บริหารระดับสูง 67 ชีวิตเข้าร่วมโครงการ เรียนรู้ รับมือ โจทย์สุดท้าทาย เช่น ทำอย่างไรให้โรงงานเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม? จะปรับตัวอย่างไรเมื่อยุโรปตั้งกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) และจะสร้างนวัตกรรมอะไรเพื่อตอบโจทย์เศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy)
เพื่อปฏิวัติอุตสาหกรรมไทย จบวงจร “กับดักของถูก” สู่ยุค “ของที่ถูกต้อง” และยั่งยืน
ยุครัฐมนตรีเอกนัฏ!!
ปิยะวรรณ ผลเจริญ

