หน้าแรก เศรษฐกิจ ครม.เคาะ 1.15...

ครม.เคาะ 1.15 แสนล.บูสต์ศก.ดันจีดีพี 0.4% ‘สรวงศ์’ ชงเที่ยวคนละครึ่งเข้าบอร์ดททท.

25.06.25 | 06:45 น.

ครม.เคาะ1.15แสนล.บูสต์ศก.ดันจีดีพี 0.4% สรวงศ์ชงเที่ยวคนละครึ่งเข้าบอร์ดททท. 

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบข้อเสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จำนวน 481 โครงการ (8,939 รายการ) ภายในกรอบวงเงิน 115,375 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ได้ผลในระยะยาว นอกจากจะช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงผ่านการสร้างงาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ประเทศในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังผันผวนด้วย โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

1) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ข้อเสนอโครงการฯผ่านการพิจารณา 34 โครงการ (7,986 รายการ) วงเงินรวม 85,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็น

1.1โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ ข้อเสนอโครงการฯ ผ่านการพิจารณา 8 โครงการ (2,881 รายการ) วงเงิน 39,136 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1) การพัฒนาน้ำอุปโภคบริโภค 2) การปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำเดิมและพัฒนาระบบกระจายน้ำ 3) พัฒนาพื้นที่เกษตรน้ำฝน 4) พัฒนาพื้นที่หน่วงน้ำและการป้องกันน้ำท่วมชุมชนเมือง คาดว่าจะสามารถป้องกันอุทกภัยฤดูฝน สร้างพื้นที่กักเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับฤดูแล้ง และป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน พื้นที่ได้รับการป้องกันน้ำท่วมหรือการชะล้างพังทลายของดิน 191,167 ไร่ และสามารถกระจายน้ำไปยังชุมชนและพื้นที่ต่าง ๆ ผลิตน้ำเพื่อสนับสนุนภาคเกษตรในพื้นที่ทั่วประเทศ พัฒนาและปรับปรุงระบบน้ำประปา ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 192.22 ล้านลูกบาศก์เมตร ในภาพรวมมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 4,791,974 ไร่ครัวเรือนได้รับประโยชน์ 906,803 ครัวเรือน และสามารถสร้างการจ้างงานได้ 73,807 คนต่อเดือน

1.2โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ข้อเสนอโครงการฯ ผ่านการพิจารณา 26 โครงการ (5,105 รายการ) วงเงิน 45,864 ล้านบาท แบ่ง6 ด้าน ได้แก่1.ปรับปรุงและพัฒนาถนนเชื่อมเมืองรอง 2.เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง 3.พัฒนาโครงข่ายส่งเสริมพื้นที่เกษตรกรรม 4.ปรับปรุงจุดพักรถบรรทุกเพื่อให้บังคับใช้ได้ตามกฎหมาย 5.แก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟและถนนเสมอระดับ 6.แก้ไขปัญหาจราจร พื้นที่คอขวด และพื้นที่ขาดความเชื่อมโยง คาดว่า จะพัฒนาถนนในภาพรวมได้ 417 กิโลเมตร ซ่อมบำรุง ปรับปรุง และยกระดับเส้นทางได้ 1,689 แห่ง อำนวยความปลอดภัยได้ 3,604 แห่ง และสามารถสร้างการจ้างงานได้ 2.85 แสนคน

Advertisement

2) ด้านการท่องเที่ยว ข้อเสนอโครงการฯ ผ่านการพิจารณา 420 โครงการ (922 รายการ) วงเงินรวม 10,053 ล้านบาท แบ่ง 4 ด้าน ได้แก่1. ปรับปรุงและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สนามกีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ห้องน้ำ ห้องพัก สถานที่ ป้ายบอกทาง 2 .พัฒนาระบบอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว 3.พัฒนาและยกระดับความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว อาทิ การติดตั้งระบบโทรทัศน์วงจรปิด ในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวสำคัญ และ 4. กระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศโดยเฉพาะเมืองรอง โดยคาดว่า จะสนับสนุนให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่า 2,766,000 คน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 55,059 ล้านบาท และมีประชาชนได้รับประโยชน์จากการปรับปรุงเส้นทางเพื่อการท่องเที่ยวประมาณ 7.6 ล้านคน

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในส่วนงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ของกระทรวงการท่องเที่ยว 10,052 ล้านบาท รวม 420 โครงการหลักๆ จะนำมาใช้ดำเนินโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ที่มีการตั้งงบประมาณไว้ในวงเงิน 1,760 ล้านบาท สัปดาห์ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เปิดให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการล่วงหน้า และเตรียมจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพิ่มใน 1-2 วันนี้ เพราะต้องนำรายละเอียดเข้าบอร์ด ททท. วันที่ 26 มิถุนายนนี้ก่อน เพื่อให้ประชาชนเริ่มใช้สิทธิเที่ยวได้จริงในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

นายสรวงศ์ กล่าวว่า โครงการที่เหลือจะมีการสนับสนุนชาร์เตอร์ไฟล์ ใช้งบประมาณ 750 ล้านบาท สนับสนุนแพลตฟอร์มจองออนไลน์ (โอทีเอ) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 800 ล้านบาท การดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว 1,100 ล้านบาท การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมเมืองหลักเมืองรองของกรมทางหลวง 3,000 ล้านบาท Thailand summer blast – China & Overseas market stimulus plan 750 ล้านบาท การทำตลาดการท่องเที่ยวไทยผ่าน Platform Online ในการเสนอขายสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทย 800 ล้านบาท โครงการสร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยว 300 ล้านบาท โครงการสร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยว “trusted Thailand” 300 ล้านบาท แผนงานประชาสัมพันธ์กระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย 120 ล้านบาท โครงการประชาสัมพันธ์สร้างกระแสการเดินทางของกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพ 80 ล้านบาท โครงการกระตุ้นการกระจายตัวเดินทางท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวเชียงใหม่-ลำพูน (night market ) 150 ล้านบาท

นายสรวงศ์ กล่าวว่า คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางจาก”เที่ยวไทยคนละครึ่ง”ไม่น้อยกว่า 100,000 คน สร้างรายได้ให้แก่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวกว่า 14,125 ล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเพิ่มขึ้น 2.67 ล้านคนต่อครั้ง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยรวมกว่า 35,033 ล้านบาท การจ้างงานกว่า 40,669 คน ภาษีที่ภาครัฐได้รับกว่า 1,863 ล้านบาท