ชุมชนดินแดง ร้องรฟม.เวนคืนที่ดินราคาน้อย วอนสร้างบ้านคืนระยะ 2 กม.
นายประทีป นิลวรรณ ประธานชุมชนแม่เนี้ยวแยก 3 และ รองประธานสภาองค์กรชุมชนเขตดินแดง พร้อมกลุ่มชุมชนประชาสงเคราะห์ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเวนคืนรถไฟฟ้าสายสีส้ม ประมาณ 100 คน ยื่นหนังสือต่อ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ถึงข้อเรียกร้องค่าทดแทนจากการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เป็นธรรม
เนื้อหาในข้อเรียกร้องระบุ กลุ่มผู้เดือดร้อนขอเรียกร้องให้ รฟม. ได้โปรดพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์การกำหนดค่าทดแทนการเวนคืนใหม่ ให้สะท้อนความเป็นธรรมและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและศักยภาพการพัฒนาในปัจจุบันของพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนประชาสงเคราะห์ เขตดินแดงถูกจัดให้อยู่ในพื้นที่เขตกรุงเทพชั้นใน ที่มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ สถานศึกษาชั้นนำ โรงพยาบาลของรัฐและเอกชนมากมาย และยังเป็นเขตเศรษฐกิจใหม่ (new CBD) ที่ได้รับอานิสงส์จากการลงทุนภาคเอกชน และโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่จากภาครัฐ อันเป็นการเพิ่มมูลค่าที่ดินอย่างมีนัยสำคัญ แต่ผู้ถูกเวนคืนกลับต้องสูญเสียโอกาสนั้น
ทั้งนี้ ชุมชนประชาสงเคราะห์ มีอาณาเขตติดกับเขตห้วยขวาง เขตพญาไท เขตราชเทวี เขตจตุจักร ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าศูนย์วัฒนธรรมเพียง 2 กม. เท่านั้นโดยปัจจุบันราคาที่ดินแนวรถไฟฟ้าบริเวณศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย อยู่ที่ตารางวาละ 1ล้านบาท แต่ผู้ถูกเวนคืนได้รับราคาเพียง 1แสนกว่าบาท โดยที่ประชาชนในชุมชนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแม้ถูกเวนคืนที่ดินแต่ยังต้องการอยู่ในพื้นที่เดิม เราไม่ได้ขัดขวางความเจริญแต่ราคาที่ได้รับเป็นราคาที่ชาวบ้านไปต่อไม่ได้ บางคนมีหนี้สินแต่ยังมีบ้านเหลือให้อาศัย ให้ทำกินผ่อนใช้หนี้ หากวันนี้ รฟม.ใช้วิธีการบังคับขับไล่ พวกเราก็ต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน ไร้ที่ทำกิน เป็นภาระสังคม
สาเหตุที่ชุมชนประชาสงเคราะห์ถูกเวนคืนเป็นจำนวนมาก เพราะ รฟม.ไม่ยอมใช้หัวเจาะขุดใต้ดิน แต่กลับใช้วิธีเปิดหน้าดินแล้วกลบกลับ ต้องรื้อบ้านจำนวนเกือบ 200 หลังคาเรือน ทำให้พวกเราได้รับความเดือดร้อนมาก ดังนั้นหาก รฟม.ไม่สามารถตอบรับข้อเรียกร้องของชุมชนได้ ขอให้ รฟม.จัดหาที่ดินและสร้างบ้านคืนพวกเราในรัศมีไม่เกิน 2 กม.จากพื้นที่เดิม ในลักษณะเดิม

