เครือสหพัฒน์ มองศก. กำลังซื้อครึ่งปีหลังยังไม่เห็นแสงสว่าง แนะเก็บเงินสด รักษาสภาพคล่อง
วันที่ 26 มิถุนายน นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และประธานจัดงานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อในปี 2568 ยังชะลอตัว โดยเฉพาะกำลังซื้อปรับตัวลดลงอย่างมาก และยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัว สะท้อนจากภาพครึ่งปีหลังที่ยังมีปัจจัยกระทบจากสงครามต่างๆ ซึ่งบริษัทยังมองเหมือนกับทุกคนที่ยังเป็นปัญหาต้องเจอกันต่อไป และก็ต้องพยายามช่วยตัวเอง รักษาสภาพคล่อง เก็บเงินสด พร้อมทั้งเกาะติดต้นทุนที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่เครือสหพัฒน์ยังพยายามแบกต้นทุนและยังไม่ผลักภาระให้กับผู้บริโภค อย่างไรก็ดีมองว่าตอนนี้เป็นจังหวะที่ดีในการมองทบทวนองค์กรตัวเองในสภาวะแบบนี้ถ้าปรับตัวเองให้เข้ากับสภาพข้างนอกได้น่าจะเป็นทางรอดที่ดีที่สุด ซึ่งในช่วงนี้หลายบริษัทในเครือสหพัฒน์ก็มีการปรับองค์กรภายใน เช่น ลีนองค์กร เป็นต้น
“ปัจจัยที่เป็นตัวฉุดครึ่งปีหลัง ส่วนใหญ่ที่ส่งผลกระทบสำหรับเครือสหพัฒน์คือ ปัจจัยภายนอกล้วนๆ ถ้าภายในเรากำลังปรับอยู่ให้เข้ากับภายนอกให้ได้ในเรื่องของกำลังซื้อ ส่วนค่าบาทก็มีผลกระทบบ้าง อย่างไอ.ซี.ซี. เราทำธุรกิจแฟชั่น ปีนี้กำลังซื้อลดลงไปมากกว่า 10% ในครึ่งปีแรก และในครึ่งปีหลังก็ยังไม่เห็นแสงสว่าง ด้านการปรับตัวจะขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทและประเภทสิ่งทอ ตอนนี้เมื่อดีมานด์ลด ซัพพลายก็ต้องลด อาจจะไม่มีลงทุนใหม่ๆมาก รวมถึงลดกำลังการผลิตและปริมาณลง ขณะเดียวกันอาจจะมีปิดร้านค้าและแบรนด์บ้างแต่ไม่มาก เราก็พยายามทำให้ทุกอย่างดูดีขึ้นเรื่อยๆ“นายธรรมรัตน์กล่าว

นายธรรมรัตน์กล่าวว่า ทั้งนี้เพื่อช่วงค่าครองชีพของประชาชน เครือสหพัฒน์ ได้จัดงานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 26-29 มิถุนายนนี้ ภายใต้คอนเซปต์ Big Shop Big Show เพื่อตอบโจทย์กำลังซื้อปัจจุบันที่ชะลอนำสินค้ามากกว่า 1,000 รายการ จากกว่า 100 บริษัท ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ในครัวเรือน สินค้าเพื่อสุขภาพ มาจำหน่ายในราคาถูกกว่าข้างนอก 50-100% ซึ่งไฮไลต์ในงานยังมีไลฟ์สดผ่าน FRIDAY FAIR แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ฝีมือคนไทย 100% เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้สามารถซื้อออนไลน์ได้ด้วย
“ภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้ ยังชะลอตัวอยู่ เราก็พยายามจัดงานทุกปี ถ้าหากปีไหนที่มีปัญหาเศรษฐกิจ เราก็พยามทำทุกอย่างช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนซึ่งปีนี้นอกจากสินค้าราคาที่ช่วยลดค่าครองชีพแล้ว ยังมีโชว์นวัตกรรมใหม่ๆของแต่ละแบรนด์และกว่า 100 บริษัทโดยประเมินว่าการจัดในครั้งนี้จะมีเม็ดเงินสะพัดเป็นหลัก 100 ล้านบาท เพราะเราจำหน่ายสินค้าในราคาถูกกว่าข้างนอกมาก”นายธรรมรัตน์กล่าว
นายธรรมรัตน์กล่าวถึงเหตุการณ์ข้อพิพาทชายแดนไทยกับกัมพูชาว่า ของเครือสหพัฒน์ไม่ได้มีการลงทุนธุรกิจในกัมพูชามากถึงขนาดจะได้รับผลกระทบ แต่ในแง่ของการปรับตัว เช่น อาจจะชะลอการซื้อขายข้ามแดนไปก่อน ส่วนแรงงานยังไม่ได้รับกระทบเช่นกัน
“ส่วนโฉมหน้าการปรับครม.ใหม่ เราก็อยากเห็นเหมือนคนไทยและทุกคนก็อยากเห็นการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ”นายธรรมรัตน์กล่าว


