“คมนาคม”ยังไม่ให้รถตู้ขึ้นราคาแม้ปรับเบาะเหลือแค่ 13 เบาะ

10.04.17 | 16:55 น.

นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายในงานกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุ สงกรานต์ ร่วมทำความดี ขับขี่ปลอดภัยถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยมูลนิธิเมาไม่ขับ บริษัท ขนส่งจำกัด (บขส.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนส่งเสริมสุขภาพ (สสส.) ณ สถานีขนส่งหมอชิต ว่า จากสถิติอุบัติเหตุเทศกาลสงกรานต์เมื่อปี 2559 พบว่ามีคนไทยเสียชีวิต 442 คน อายุเฉลี่ยระหว่าง 25 – 35 ปี บาดเจ็บ 3,656 คน รวมทั้งปีมีอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยมีสาเหตุหลัก จากการเมาแล้ว ขับขับรถเร็ว ง่วงแล้วขับ ขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด ไม่สวมหมวกกันน็อก การฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรกินยาขอร้องผ่านเพียงประชาชนที่จะเฉลิมฉลองในสงกรานต์นี้ ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดเมาก็อยากครับเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและเพื่อนร่วมทางหากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ

นายพิชิต กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมยังได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งบขส. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รวมทั้งผู้ประกอบการรถร่วมบริการ ต้องเข้มงวดและกวดขันกับพนักงานขับรถให้ปลอดจากแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ 0 มิลลิกรัม การขับรถเร็ว การโทรระหว่างขับ หากรถเพราะว่าพนักงานขับรถมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 0 มิลลิกรัม จะมีการลงโทษสถานหนักถึงขั้นไล่ออกให้ออก ตัดเงินเดือน หรือพักงาน

“ผู้ขับขี่รถสาธารณะเป็นบุคคลที่ต้องรับผิดชอบชีวิตผู้อื่นเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานในการขับขี่รถที่สูงกว่าผู้ขับขี่ทั่วไป การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้เพียงเล็กน้อยถือเป็นเจตนาที่จะละเมิดกฎแห่งความปลอดภัย ถือเป็นความผิดสำเร็จแล้วทานดื่มสุรา ในขณะปฎิบัติหน้าที่และผิดกฏหมายคนส่งโทษจำคุกไม่เกิน3 เดือน ปรับ 2,000 – 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”นายพิชิต กล่าว

นายพิชิต กล่าวว่า สำหรับประเด็นการติดตั้งระบบ จีพีเอส รถตู้โดยสารสาธารณะ ตอนนี้รถตู้ที่ทำการวิ่งทุกคันได้ติดระบบจีพีเอส ครบ 100% เต็มแล้ว ส่วนภาพรวมการติดตั้งระบบจีพีเอสทั้งระบบ ขณะนี้อยู่ที่ 90% เนื่องจากมีรถบางส่วนได้ทำการหยุดวิ่ง จึงไม่ได้ติดตั้งระบบจีพีเอส ขณะที่การปรับเปลี่ยนเบาะที่นั่งรถตู้โดยสารสาธารณะให้เหลือ 13 ที่นั่ง ตามประกาศ การขนส่งทางบก ขณะนี้ถือว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมทั้งผู้ประกอบการรถตู้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งในส่วนข้อห่วงใยของประชาชนที่กังวลว่า เมื่อเบาะที่นั่งรถลดลงแล้ว ผู้ประกอบการจะปรับขึ้นค่าโดยสารนั้น ขอยืนยันว่า ขณะนี้กระทรวงฯไม่มีนโยบายที่จะให้มีการปรับขึ้นค่าโดยสารแต่อย่างใด เนื่องจากค่าโดยสารที่ใช้ในปัจจุบันมาจากการคำนวณต้นทุนในเรื่องของน้ำมัน ไม่ได้คำนวณจากที่นั่ง

“กระทรวงคมนาคม ขอยืนยันว่า ขณะนี้จะไม่มีการอนุญาตให้ปรับขึ้นค่าโดยรถตู้แน่นอน เนื่องจากค่าโดยสารที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมาจากการคำนวณต้นทุนของน้ำมัน ไม่เกี่ยวกับเบาะที่นั่ง และผมเชื่อว่าในขณะนี้ ซึ่งถือเป็นเทศกาลสงกรานต์ ผู้ประกอบการ ก็น่าจะได้ประโยชน์และกำไรเพิ่มขึ้นจากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาล “นายพิชิต กล่าว

Advertisement