“เอกนัฏ” ส่งทีมสุดซอยตรวจโรงงานทิชชู จ.สระบุรีไฟไหม้ หาสาเหตุ-เร่งเยียวยา
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าชุดตรวจการณ์สุดซอย หรือทีมสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ นายสุนทร แก้วสว่าง รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ลงพื้นที่บริษัท ริเวอร์โปร์ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด ตั้งอยู่ในนิคมเหมราช เลขที่ 59 หมู่ 4 ถนนหนองปลากระดี่ ต.บัวลอย อ.หนองแค จ.สระบุรี หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้
โดยได้กำชับให้ทีมสุดซอยร่วมตรวจสอบหาสาเหตุ หากพบความผิดปกติเกี่ยวกับการประกอบอุตสาหกรรมให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที พร้อมเร่งให้ดูแลในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อลดผลกระทบที่เกิดกับชุมชน ประชาชน ให้เร็วที่สุด และฝากย้ำผู้ประกอบการให้เยียวยาพนักงานทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตอย่างเหมาะสม
น.ส.ฐิติภัสร์กล่าวว่า วันนี้ทางทีมสุดซอยลงพื้นที่โรงงานที่เกิดเหตุไฟไหม้ คือ บริษัท ริเวอร์โปร์ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด ประกอบกิจการผลิตกระดาษอนามัย กระดาษทิชชู มีคนงานรวมกว่า 390 คน ซึ่งเหตุเพลิงไหม้เริ่มเกิดเหตุเมื่อวานนี้ (30 มิถุนายน 2568) ช่วงเวลา 11.30 น. โดยเพลิงเริ่มจากบริเวณที่เก็บกองวัตถุดิบ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้เมื่อเวลา 22.00 น. แต่ยังมีบางจุดที่ยังเกิดเหตุเพลิงไหม้สะสมต่อเนื่องจนถึงช่วงสายของวันนี้ เนื่องจากภายในโรงงานใช้วัตถุดิบกระดาษเป็นหลักและมีอยู่เป็นจำนวนมาก กระดาษทำให้ติดไฟได้ง่าย เพลิงจึงลุกไหม้อย่างรวดเร็วและกระจายตัวเร็ว

จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าเกิดความเสียหายอาคารประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ และมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 22 ราย เป็นผู้บาดเจ็บสาหัส 4 ราย ผู้เสียชีวิต 8 ราย สูญหาย 2 ราย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังทำการค้นหาผู้สูญหาย ซึ่งต้องปฏิบัติอย่างปลอดภัย เนื่องจากเหตุเพลิงไหม้มีระยะเวลายาวนาน ทำให้ตัวอาคารและโครงสร้างยุบตัวลงมา
โดยในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ด้านอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี ได้ออกคำสั่งปิดโรงงานชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่ พนักงาน และชาวบ้านใกล้เคียง และให้โรงงานดำเนินการแก้ไขปรับปรุงโรงงานให้เป็นไปตามที่ พ.ร.บ.โรงงาน กำหนด โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยระบบป้องกันอัคคีภัย และให้โรงงานเสนอแผนการปรับปรุง การกำจัดกากอุตสาหกรรมภายในโรงงานทั้งหมดมายังอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี เพื่อทำการติดตามตรวจสอบว่าถูกต้องและเป็นไปตามแผนที่เสนอมาอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้อุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรียังจะเร่งสำรวจโรงงานในพื้นที่ใกล้เคียงที่มีลักษณะความเสี่ยงในการเกิดเหตุอัคคีภัยทั้งหมด เพื่อตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก
“รัฐมนตรีเอกนัฏเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ พนักงาน และชาวบ้านใกล้เคียงอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง เบื้องต้นได้เร่งให้ทางผู้ประกอบการดูแลเรื่องการเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตก่อน และให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งหาผู้สูญหาย พร้อมเน้นย้ำการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ต้องปลอดภัยด้วย” น.ส.ฐิติภัสร์กล่าว

