เศรษฐกิจซึมสะเทือนคอนโดหรู กทม.เหลือขาย 1.13 ล้านล้าน เศรษฐีเจนใหม่ ยังเปย์หนัก
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม นายโสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (AREA) เปิดเผยว่า ในปัจจุบันขณะที่ที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆ กำลังประสบปัญหายอดขายตกต่ำนั้น ทา งAREA ได้ทำการสำรวจตลาดห้องชุดราคาแพงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) พบว่า ห้องชุดที่มีราคาตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป ยังมีหน่วยขายรวมกันถึง 2,259 หน่วยที่อยู่ระหว่างรอขาย มีมูลค่ารวม 146,982 ล้านบาท เมื่อเทียบกับหน่วยขายที่ยังรอขายอยู่ทั้งหมด 234,000 หน่วย คิดเป็นเพียง 1% แต่มีมูลค่ารวมกันถึง 13% ของมูลค่าที่ยังรอขายอยู่ทั้งหมด 1.13 ล้านล้านบาท สะท้อนว่ามูลค่าที่ยังรอขายอยู่ของห้องชุดราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปสูงมากถึง 1 ใน 8 ของมูลค่าเหลือขายอยู่ทั้งหมด สำหรับราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 345,740 บาทต่อตารางเมตร (ตร.ม.) แต่ละหน่วยมีมูลค่าเฉลี่ยประมาณ 65 ล้านบาท และห้องชุดมีขนาดเฉลี่ย 188 ตร.ม. ซึ่งมีขนาดใหญ่พอๆ กับบ้านเดี่ยว
นายโสภณกล่าวว่า ส่วนห้องชุดราคา 20-50 ล้านบาท ขณะนี้ยังมีเหลืออยู่ 1,846 หน่วย แต่ละหน่วยมีราคาเฉลี่ยที่ 31 ล้านบาท หรือประมาณ 276,299 บาทต่อ ตร.ม. และมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 117 ตร.ม. โดยเป็นขนาดใกล้เคียงกับบ้านเดี่ยว ซึ่งผู้ที่ซื้อห้องชุดในระดับราคานี้จะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีฐานะค่อนข้างดีเป็นสำคัญ ส่วนห้องชุดที่มีราคา 50-100 ล้านบาท ขณะนี้ยังมีเหลือขายอยู่ 346 หน่วย ถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อย และมีราคาเฉลี่ย 301,573 บาทต่อ ตร.ม. และราคาเฉลี่ยต่อยูนิตที่ 71 ล้านบาท ส่วนพื้นที่ใช้สอยต่อหน่วยอยู่ที่ 246 ตร.ม. เทียบเท่ากับบ้านเดี่ยวขนาดค่อนข้างใหญ่ โดยกลุ่มลูกค้าที่ซื้อห้องชุดระดับนี้จะเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสูง และยังเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่มีอายุไม่เกิน 50 ปี ซึ่งนิยมอยู่ห้องชุดมากกว่าบ้านแนวราบ
นายโสภณกล่าวด้วยว่า ส่วนห้องชุดราคา 100 ล้านบาทขึ้นไป ถือเป็นกลุ่มซุปเปอร์ลักชัวรี่ มีจำนวน 559 ยูนิต ขณะนี้ยังมีรอขายอยู่ 67 หน่วย และเป็นจำนวนที่ค่อนข้างจำกัดเฉพาะผู้ที่มีฐานะชั้นสูงจริงๆ มีราคาเฉลี่ย 521,813 บาทต่อ ตร.ม. ซึ่งถือว่าสูงมาก และราคาขายต่อยูนิตเฉลี่ยอยู่ที่ 322 ล้านบาท และมีพื้นที่ใช้สอยเฉลี่ยสูงถึง 559 ตร.ม. กลุ่มระดับรราคานี้มีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่ซื้อห้องชุดในระดับราคานี้ไว้
นายโสภณเผยว่า สำหรับห้องชุดที่มีราคาสูงสุดคือ โครงการปอร์เช่ ดีไซน์ ทาวเวอร์ แบงคอก อยู่ในซอยสุขุมวิท 38 โดยบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีห้องชุดแบบ Duplex Penthouse คือในแต่ละหน่วยขายเป็นห้องแบบ 2 ชั้น อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เป็นสินค้าราคาสูงมาก หรืออัลตร้าลักชัวรี่ของแท้ จึงทำให้การขายอาจจะไม่รวดเร็วเท่าห้องชุดที่มีราคาย่อมเยากว่า โดยโครงการนี้มีห้องชุดแต่ละยูนิตขายในราคาประมาณ 1,000 ล้านบาท ถือเป็นห้องชุดที่ขายในราคาสูงที่สุดในประเทศไทย และมีโครงการประเภทนี้ทั่วโลกประมาณ 3 โครงการเท่านั้น
“ดังนั้น อนาคตเชื่อว่ายังจะมีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ราคาแพง เช่น ตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไปอีกมาก โดยเฉพาะบริเวณใจกลางเมือง เช่น สวนลุมพินี ราชดำริ เพลินจิต และบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีทิวทัศน์ที่ดี ยิ่งหากมีนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาในประเทศไทยมาก ยิ่งมีอุปสงค์ห้องชุดราคาแพง ทำให้เกิดอุปทานขึ้นอีกได้ แม้ว่าในช่วงนี้การขายอาจจะดูอืดไปบ้าง เป็นผลจากสถานการณ์ตลาด ทั้งนี้ ด้วยตลาดคอนโดราคาแพง ยังต้องอาศัยกำลังซื้อของชาวต่างชาติมาช่วยด้วย เพราะกำลังซื้อคนไทยยังแผ่ว” นายโสภณกล่าว

