หน้าแรก เศรษฐกิจ CKPower โชว์ศ...

CKPower โชว์ศักยภาพ Q1/2025 เติบโตมั่นคง หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน

4.07.25 | 17:52 น.

พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนในทุกมิติ สำหรับ “บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)” หรือ CKPower หลังประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสแรก ด้วยการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 63 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 242 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 305 ล้านบาท

เบื้องหลังความสำเร็จไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่มาจากความเชื่อมั่นในโมเดลธุรกิจที่ยึดโยงกับ “พลังงานหมุนเวียน” ในสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 93 ของโครงการทั้งหมดของบริษัท ถือเป็นก้าวที่สำคัญของ CKPower ในการเดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม


เปิดพอร์ตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน จุดแข็งที่แตกต่าง

บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ 3 ประเภท จำนวน 18 แห่ง กำลังการผลิตติดตั้งรวม 3,640 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 3 แห่ง , โรงไฟฟ้าระบบโคเจนเนอเรชั่น 2 แห่ง และ โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 13 แห่ง โดยในปัจจุบันร้อยละ 93 ของกำลังการผลิตติดตั้งมาจากพลังงานหมุนเวียน สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มุ่งมั่นจะเป็นหนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง โดยบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตจากพลังงานหมุนเวียนให้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ของกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมดภายในปี 2586

Advertisement

สัญญาณบวกเกินคาด

ศักยภาพการเติบโตเมื่อพิจารณาผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 โดยมีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายสำคัญ (EBITDA+Share of Profits) สูงถึง 991 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 139 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ยิ่งไปกว่านั้นคือ กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) ที่พลิกจากขาดทุน 242 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นกำไร 63 ล้านบาทในไตรมาสนี้ หรือเพิ่มขึ้นถึง 305 ล้านบาท

“ปัจจัยหลักที่หนุนให้ผลประกอบการพุ่งทะยานมาจาก “พลังน้ำ” ได้แก่ “โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2” รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เพราะปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่สูงกว่าปีที่แล้ว ทำให้สามารถเดินเครื่องจ่ายไฟได้มากขึ้นถึงร้อยละ 7 และปริมาณน้ำในอ่างก็ยังอยู่ในระดับที่ดีต่อเนื่อง และ “โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี” พลิกฟื้นอย่างชัดเจน ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนลดลงถึง 563 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 99 จากปริมาณน้ำที่ไหลผ่านโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 41 ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าพุ่งขึ้นร้อยละ 34”

ฐานะการเงินแกร่ง

นอกจากผลประกอบการที่โดดเด่น สถานะทางการเงินของ CKPower ณ สิ้นไตรมาส 1 ก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน ด้วยอัตราส่วนสภาพคล่องที่ 1.72 เท่า หนี้สินรวมลดลงร้อยละ 3 และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ก็อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.53 เท่า

พร้อมกันนี้ ทริสเรทติ้งได้ปรับเพิ่มอันดับเครดิตตราสารหนี้ของ CKPower จาก “BBB+” เป็น “A-” เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 สะท้อนถึงการบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้โครงสร้างหนี้แข็งแกร่งขึ้น และความสามารถในการชำระหนี้ก็อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ส่งผลให้ภาพรวมทางการเงินของบริษัทมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

ในช่วงเวลาใกล้กันที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ยังได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.085 บาท รวมเป็นเงินกว่า 691 ล้านบาท ย้ำความมั่นคงและผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับ

มั่นใจกลยุทธ์เติบโต

สำหรับแผนการเติบโตในระยะต่อไป (ปี 2568-2573) CKPower ยังคงมุ่งเน้นการขยายกำลังการผลิตจาก “พลังงานแสงอาทิตย์” ทั้งในรูปแบบ Private PPA (การขายไฟฟ้าโดยตรงให้เอกชน) และการเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากภาครัฐ ควบคู่ไปกับการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs)

โดยเฉพาะโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ร่วมกับ BEM ในเฟสแรก ก็ใกล้จะแล้วเสร็จพร้อมจำหน่ายไฟฟ้าได้ครบทุกโครงการในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้

ส่วนจุดแข็งของการเติบโตในระยะยาวคือ “โครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง” ซึ่งมีความคืบหน้าการก่อสร้างร้อยละ 48 ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 นับว่าเป็นไปตามแผน โดยโครงการนี้มีกำลังผลิตมหาศาลถึง 1,460 เมกะวัตต์ และจะจำหน่ายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ๆ ในด้าน Green Finance ผ่านกลไกการขาย RECs

มุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน

CKPower ไม่เพียงมุ่งเน้นการเติบโตทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในเครือของกลุ่มบริษัท CKPower สามารถผลิตไฟฟ้าส่งให้ประเทศไทยได้กว่า 8.8 ล้านเมกะวัตต์-ชั่วโมง หรือคิดเป็นร้อยละ 16 ของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ทั้งประเทศ

หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายใหญ่ในไตรมาสนี้ คือการเสนอขาย “หุ้นกู้เพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Bond)” มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงแต่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม แต่ยังตอกย้ำถึงความไว้วางใจของตลาดที่มีต่อ CKPower ในฐานะผู้นำที่ไม่เพียงมีวิสัยทัศน์ชัดเจน แต่ยังเดินเกมพลังงานสะอาดอย่างเป็นระบบ

เงินทุนที่ได้จากหุ้นกู้ชุดนี้ บริษัทจะนำไปใช้ลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง รวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกับเป้าหมายใหญ่ในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดให้แตะระดับร้อยละ 95 ภายในปี 2586 ตามที่กล่าวข้างต้น

ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อ CKPower ในฐานะองค์กรที่มีพื้นฐานทางการเงินที่มั่นคง บริหารจัดการด้วยหลักธรรมาภิบาล และมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาด พร้อมมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติของห่วงโซ่อุปทาน

#CKPower #พลังงานหมุนเวียน #พลังงานเพื่ออนาคต #พลังงานสะอาด #GreenEnergy #GreenBond #RenewableElectricity  #Renewable #NetZero  #SustainableFuture  #Sustainable #Cleanelectricity