ส.ธุรกิจถนนข้าวสาร เล็งดึงบิ๊กอีเวนต์ ‘เทศกาลดนตรี’ บูสต์อารมณ์กิน-ดริงก์
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยถึงสถานการณ์การค้าขายบนถนนข้าวสาร ว่า บรรยากาศยังคึกคักไม่เท่าปีก่อน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทยประมาณ 20,000 คนต่อวัน ก่อเกิดรายได้รวมต่อวันเฉลี่ย 20 ล้านบาท ตอนนี้หายไปลดลง 50-60% และมีรายได้เฉลี่ยเหลือ 10-12 ล้านบาท/วัน ปัจจัยหลักในขณะนี้ที่มีต่อธุรกิจบนถนนข้าวสาร ประการแรกคือ นโยบายรัฐบาลที่ไม่ต่อเนื่อง อย่างกรณีการประกาศฉบับใหม่ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในเรื่องการควบคุมกัญชา ทำให้ผู้ประกอบการที่มีประมาณ 50 ร้านค้า เกิดความไม่มั่นใจต่อการทำธุรกิจ ซึ่งเบื้องต้นผู้ประกอบการพูดคุยหาทางออกโดยร่วมตัวกันจ้างเภสัชกรประจำร้าน รองรับการประกาศฉบับใหม่เกี่ยวกับการให้บริการเกี่ยวกับกัญชา
“ก่อนหน้านี้ร้านค้ากัญชาสร้างเงินหมุนเวียนต่อวันต่อร้านค้าประมาณ 1 ล้านบาทต่อเดือน จำนวน 50 ร้านก็จะสร้างเงินสะพัดประมาณ 50 ล้านบาทต่อเดือน โดยลูกค้าส่วนใหญ่90% เป็นต่างชาติ พอมีประกาศใหม่ต้องปรับอีกครั้งเพื่อยังสามารถให้บริการกับต่างชาติได้ตามที่ประกาศของรัฐ” นายสง่า กล่าว
นายสง่า กล่าวต่อว่า ปัจจัยต่อมาคือจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมลดลงมาก ไม่เฉพาะแต่ชาวจีน ซึ่งเรื่องนี้อยากให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เร่งกระตุ้นนักท่องเที่ยวตลาดใกล้ อย่างเอเชีย และออกมาตรการจูงใจการเดินทางเข้าไทย ซึ่งตอนนี้หลายประเทศแข่งขันลดราคาทั้งค่าเครื่องบิน ที่พัก และกิจกรรมบันเทิงในแหล่งท่องเที่ยว ยิ่งในเดือนกรกฎาคมเป็นช่วงโลว์ซีซั่นการท่องเที่ยว เกือบทุกประเทศโหมทำกิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ แม้แต่คนไทยที่มีกำลังซื้อและรายได้สูงหันไปเที่ยวต่างชาติ และท่องเที่ยวในระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น
นายสง่า กล่าวว่า ในส่วนสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงหรือยืดเยื้อจนกระทบต่ออารมณ์ต่อการออกมาซื้อของหรือกินเที่ยว ก็จะไม่มีผลกระทบอะไรมากนัก
นายสง่า กล่าวอีกว่า ครึ่งปีหลัง สมาคมฯและผู้ประกอบการจะร่วมกันจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น จัดโชว์ชกมวยไทย เริ่มวันที่ 4 สิงหาคม เตรียมจัดกิจกรรมเพื่อกลุ่มหลากหลายทางเพศ(LGBTQ)อีกครั้งในช่วงปลายปี กำลังคุยกับผู้จัดการ Bangkok Music City เหมือนที่เคยจัดที่ไปรษณีย์กลางบางรัก มาจัดที่ถนนข้าวสารในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน เข้าช่วงต้นฤดูหนาวพอดี เป็นต้น ซึ่งจะเป็นครั้งแรก
“ครึ่งปีหลัง ไม่ค่อยมั่นใจว่าการค้าที่อิงกับการท่องเที่ยวจะดีขึ้น เพราะวันนี้คนกังวลต่อสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ยูเครน-รัสเซีย ในประเทศยังต้องติดตามเสถียรภาพการเมือง และนโยบายคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และการทำงานกว่าจะที่จะใช้เวลาแค่ไหน ที่สำคัญคือนักท่องเที่ยวจะเข้ามาสม่ำเสมอแค่ไหน อย่างนี้หายไป30-40% ก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะฟื้นตัวในเร็วๆนี้ แม้ได้อินเดียเข้ามาแต่กำลังใช้จ่ายยังไม่อาจทดแทนจีนได้ รัสเซียก็ทรงตัว ยังเจอประเทศคู่แข่งประเทศใกล้ไทยออกแคมเปญราคาจูงใจดึงนักท่องเที่ยวที่ควรมาไทยไปอีก ถือว่าเป็นปีที่เหนื่อยและผันผวนสูง ดังนั้นเพื่อให้ยั่งยืน เราก็จะต้องดึงงานอีเวนต์ระดับประเทศมาไว้และเป็นงานประจำปี อย่าง Bangkok Music ซึ่งไม่แค่สร้างสีสรร แต่ต้องการให้เป็นหนึ่งทำให้ถนนข้าวสารเป็นถนนเพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน” นายสง่า กล่าว

