ในห้วงเวลาที่เศรษฐกิจมีปัญหาจากปัจจัยภายนอกทั้งสงครามจริง สงครามภาษีการค้า ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์อีกมากมาย หนึ่งเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศ หนีไม่พ้นภาคการท่องเที่ยว ที่เป็นการเดินทางเที่ยวกันเองของประชาชนคนไทย เมื่อรัฐบาลเล็งเห็นประโยชน์และอานิสงส์เชิงบวกจากโครงการกระตุ้นเที่ยวในประเทศที่เคยออกมาก่อนหน้านี้จึงเคาะ “โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง” ออกมาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568
เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคประชาชน ผ่านการท่องเที่ยวในประเทศ เพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง โดยเปิดให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2568 และเปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนและจองที่พักตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เพื่อเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม ถึง 31 ตุลาคมนี้
⦁ระบบล่ม-สั่งปิดไม่มีกำหนด
โดยสิทธิประโยชน์ของโครงการ รัฐบาลจัดสรรสิทธิรวม 500,000 สิทธิ โดยประชาชน 1 คน ใช้สิทธิสูงสุด 5 สิทธิ แบ่งเป็นเมืองหลัก 3 สิทธิ เมืองรอง 2 สิทธิ มีวงเงินค่าที่พักสูงสุด 3,000 บาทต่อคืนต่อห้อง วันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) รัฐบาลสนับสนุน 50% ของค่าที่พัก (ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืน) วันหยุด (เสาร์-อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์) รัฐบาลสนับสนุน 40% ของค่าที่พัก (ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืน) และมีคูปองมูลค่า 500 บาทต่อ 1 สิทธิ เพื่อใช้จ่ายในร้านอาหารหรือร้านค้าต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ ทำให้มีประชาชนสนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก
เพราะเป็นโครงการที่ประชาชนเฝ้ารอคอย แค่เปิดให้ลงทะเบียนจริงวันแรก 1 กรกฎาคม เกิดปรากฏการณ์ระบบการลงทะเบียนและเข้าใช้บริการเว็บไซต์ล่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันแรกมาจนถึงปัจจุบันก็ยังขัดข้อง
ร้อนถึง สรวงศ์ เทียนทอง เจ้ากระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ต้องออกมาสยบดราม่า จากปัญหาการลงทะเบียน และเข้าใช้บริการเว็บไซต์เที่ยวไทยคนละครึ่ง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 โดยสั่งการให้ปิดระบบการลงทะเบียนโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ไปก่อน ส่วนคนที่ลงทะเบียนสำเร็จแล้วกว่า 1.4 ล้านคน จะไม่ให้ได้รับผลกระทบ คนที่จองโรงแรมแล้วสามารถเดินทางได้ปกติ แต่ขอให้ยืนยันตัวตนผ่านแอพพลิเคชั่น ThaID (ไทยดี) ก่อนการจอง และไปแสดงตนที่โรงแรมอีกครั้ง เพื่อป้องกันการทุจริต และหากจำนวนสิทธิหมดเร็ว ประชาชนให้ความสนใจสูง จะขยายจำนวนสิทธิเพิ่มอีก 5 แสนสิทธิหรือห้องพักด้วย
ขณะที่ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ออกมาระบุว่า ขอแจ้งปิดการลงทะเบียนสำหรับประชาชนที่ต้องการเข้าร่วมใช้สิทธิโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อปรับปรุงพัฒนาระบบที่เกี่ยวข้องให้สามารถรองรับการใช้งานของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และป้องกันความผิดพลาดที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยว
สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น Amazing Thailand สำเร็จแล้ว ขอให้ยืนยันตัวตนผ่านแอพพลิเคชั่น ThaID ก่อนการจองที่พักและใช้สิทธิได้ตามเงื่อนไขโครงการ และผู้ที่ได้ทำการจองและชำระเงินค่าที่พักแล้ว สามารถเดินทางใช้สิทธิได้ตามกำหนดเวลาที่ได้ใช้สิทธิไว้ โดยสามารถเช็กอินผ่านแอพพลิเคชั่น Amazing Thailand ณ โรงแรมที่เข้าพัก และรับ E-Coupon มูลค่า 500 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลด 50% สำหรับร้านอาหารหรือสถานประกอบการท่องเที่ยวอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการ ส่วนผู้ประกอบการท่องเที่ยวยังคงสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.เที่ยวไทยคนละครึ่ง.com จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2568
“ททท.ขออภัยในความไม่สะดวกและผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ประชาชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง โดยจะดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงพัฒนาระบบให้พร้อมรองรับการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยเร็วที่สุด” ฐาปนีย์กล่าว
⦁ทุกโครงการรัฐล้วนมีปัญหา
ฟังเสียงสะท้อนจากมุมมองคนนอกอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ด้าน นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า บทเรียนเรื่องโครงการของภาครัฐที่ออกมา โดยเฉพาะเมื่อต้องเปิดให้ลงทะเบียนต่างๆ ต้องยอมรับมีบทเรียนให้ได้เห็นกันเยอะมาก เพราะเวลารัฐมีโครงการให้ลงทะเบียนช่วงครั้งหลังๆ มักมีปัญหาลักษณะนี้ สะท้อนให้เห็นว่าเรายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เช่น โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง เปิดให้ลงทะเบียนแล้วพบปัญหาตั้งแต่นาทีแรก ตรงนี้เข้าใจว่ามีกรณีศึกษา ต้องยกเลิกการผูกกับแอพพลิเคชั่นไทยไอดีก่อน ทั้งที่ควรวางสมมุติฐานปัญหาไว้และป้องกันตั้งแต่แรก ทำให้โครงการภาครัฐที่ต้องลงทะเบียนจึงมีปัญหา แสดงให้เห็นถึงการวางแผนและการบริหารจัดการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
“ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการออกโครงการของรัฐบาลที่ต้องลงทะเบียนหลายต่อหลายครั้ง เคยมีปัญหาลักษณะนี้หลายๆ ครั้ง ทั้งเว็บล่ม หรือระบบไม่รองรับ เพราะฉะนั้นต้องสะท้อนภาพความจริงออกไปว่าเที่ยวไทยคนละครึ่งยังทำได้ไม่ดีนัก ทั้งที่มีการวางแผนในการดำเนินโครงการค่อนข้างนาน แต่เราเห็นปัญหาทันที ทั้งตอนประกาศให้ลงทะเบียนที่คลาดเคลื่อน และเมื่อถึงวันลงทะเบียนจริง ระบบก็ล่มทันที” นณริฏกล่าว
ยังย้ำด้วยว่า ผลกระทบจริงๆ ที่กังวลเป็นเรื่องความอยากในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ เพราะตัวระบบการลงทะเบียนหรือการเข้าใช้งานแอพพลิเคชั่น เว็บไซต์ต่างๆ เชื่อว่าใช้เวลาอีกสักพักคงแก้ไขได้ เมื่อแก้ไขได้แล้วก็นำไปสู่การใช้สิทธิท่องเที่ยวจริง แต่เมื่อความประทับใจแรกของการลงทะเบียนจองใช้สิทธิหายไป คนอาจตัดใจไม่ใช้สิทธิ ไม่ท่องเที่ยวแล้ว เพราะแรงอารมณ์ ทำให้ส่วนนี้ภาครัฐบาลต้องเร่งแก้ไข รวมถึงการตั้งราคาขายโรงแรมที่พัก ซึ่งอัตราห้องพักสูงกว่าที่ตั้งขายบนแพลตฟอร์มจองออนไลน์ (โอทีเอ) รายอื่นด้วย ยังเป็นความท้าทายที่รัฐต้องแก้ไข เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ตั้งใจเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากการที่รัฐได้สนับสนุนการเดินทางของประชาชนผ่านการช่วยสมทบค่าที่พักให้ 50% แต่ผู้ประกอบการกลับปรับราคา เพราะตั้งใจใช้ประโยชน์จากส่วนที่รัฐสนับสนุนและประชาชนจ่ายเอง โครงการนี้จึงมีประเด็นปัญหายิบย่อยของตัวเองอยู่
⦁ท่องเที่ยวเจอศึกใน-นอกฉุด
นณริฏกล่าวอีกว่า ปี 2568 ประเทศไทยต้องการให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนภายใน หากแก้ไขปัญหาไม่ได้ ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวไทยหายไปเยอะพอสมควร เพราะปัญหาเศรษฐกิจที่กระทบ ทำให้คนส่วนใหญ่ตัดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวออกไปก่อน อีกทั้งไทยยังมีปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปด้วย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ที่มาน้อยกว่าปกติ จากเดิมเป็นฐานตลาดหลัก ทำให้จากทั้งปี 2568 ที่รัฐบาลวางเป้าหมายตลาดต่างชาติไว้ 40 ล้านคน อาจไม่ถึง 35 ล้านคนแล้ว สะท้อนถึงตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปเยอะมาก
“การกระตุ้นเที่ยวในประเทศผ่านรูปแบบจ่ายกันคนละครึ่ง เชื่อว่าเป็นรูปแบบที่ดี เพราะมีการใช้จ่ายทั้ง 2 ส่วนออกมาพร้อมกันน่าเสียดายแค่อย่างเดียว เราควรจะทำให้ได้ดีกว่านี้เรื่องการบริหารจัดการและเงื่อนไขต่างๆ โดยเชื่อว่าเที่ยวไทยคนละครึ่ง ไม่ใช่โครงการสุดท้ายที่จะออกมาของรัฐบาลแน่นอน จึงมองว่าโครงการต่อจากนี้ควรทำให้ได้กว่านี้ เรียนรู้จากบทเรียนและป้องกัน ไม่ใช่แก้ปัญหาหลังเกิดขึ้นแล้ว เพราะในแง่จิตวิทยาผู้ที่อยากจะเข้าร่วมโครงการไม่ควรจะต้องเสียเวลา เพราะทุกอย่างเป็นต้นทุน และท้ายสุดบางคนก็อาจจะถอดใจ ไม่เลือกใช้บริการ”
นณริฏกล่าวว่า ขณะที่การลงไปในงบประมาณเพื่อจัดทำโปรโมชั่นต่างๆ เริ่มมีประโยชน์น้อยลงในโลกที่การสื่อสารรวดเร็ว สิ่งที่ประเทศไทยต้องเร่งแก้ไขจริงจังคือ ตั้งแต่เดินทางมาถึงไทย สนามบินอาหารแพงหรือไม่ นั่งแท็กซี่โดนโกงราคามิเตอร์หรือไม่ เข้าที่พักโดนหลอกลวงอะไรบ้าง เรื่องเหล่านี้มีข่าวเต็มไปหมดในโลกออนไลน์ ต้องทำให้ไทยกลับไปเป็นประเทศที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยไม่แสวงหากำไรจากเขามากเกินควร ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข
⦁โรงแรมเมิน-ระบบซับซ้อน
ด้านผู้ประกอบการที่คร่ำหวอดในวงการท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย(ทีเอชเอ) ระบุว่า ขณะนี้ยังมีผู้ประกอบการอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถขายห้องพักให้กับประชาชนผ่านโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งได้ เนื่องจากต้องรอการตรวจสอบคุณสมบัติถึง 2 ขั้นตอน โดยคาดว่าใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1-2 สัปดาห์ เกิดจากความซับซ้อนของระบบลงทะเบียนของผู้ประกอบการ รวมถึงที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้มีการสื่อสารกับฝั่งของผู้ประกอบการ ขั้นตอนที่แจ้งในการเข้าร่วมโครงการก็ไม่ชัดเจน ทำให้โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งตอนนี้มีปัญหาทั้งฝั่งของประชาชนและฝั่งของผู้ประกอบการด้วย
“ความจริงก่อนเริ่มดำเนินโครงการ ททท.ควรประสานให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมหารือ ชี้แจงรายละเอียดการเข้าร่วมเข้าโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ว่าคุณสมบัติของผู้ประกอบการต้องมีอะไรบ้าง ราคาห้องพักกำหนดราคาใด ซึ่งเพิ่งรู้รายละเอียดโครงการ ผ่านการนำเสนอของข่าวเหมือนกับทุกคนว่า ททท.จะเปิดให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง เมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2568 และเข้าใจว่าเป็นการลงทะเบียนพร้อมเข้าร่วมโครงการเรียบร้อยแล้ว แต่ทาง ททท.แจ้งว่าเป็นเพียงการซาวเสียงผู้ประกอบการเท่านั้น” เทียนประสิทธิ์กล่าว
⦁ผู้ประกอบการรับบทหนัก
เทียนประสิทธิ์กล่าวอีกว่า ฝั่งผู้ประกอบการไม่ได้จะแก้ตัว แต่ปัญหาที่ผู้ประกอบการหลายรายสะท้อนออกมาเป็นเสียงเดียวกันคือ ในระบบการลงทะเบียนโครงการ ให้ผู้ประกอบการระบุราคาห้องพักแค่ 1 ราคาเท่านั้น โดยไม่มีการอธิบายรายละเอียดอะไรเพิ่มเติม ทำให้บางรายส่งราคาวันธรรมดาเป็นราคาเริ่มต้นไปบางรายส่งราคาสูงสุด ซึ่งเป็นราคาเผื่อต่อรอง เพราะคิดว่า ททท.จะมีการปรับราคาอีกครั้ง และเรียกผู้ประกอบการมาทดลองระบบก่อนเริ่มโครงการ แต่ไม่ได้มีการเรียกคุยและเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนโดยไม่มีการทดลองระบบกับผู้ประกอบการ และข้อมูลที่ผู้ประกอบการสมัคร ผ่านการอนุมัติเข้าร่วมโครงการแล้วจะไม่สามารถแก้ไขได้ ส่วนผู้ประกอบการที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติ ทาง ททท.แจ้งว่าจะสามารถแก้ไขข้อมูลได้ ยกตัวอย่างโรงแรมของตัวเองอีกแห่งที่สมัครไปแล้ว ขณะนี้ยังรอการอนุมัติอยู่ ซึ่งไม่สามารถเข้าไปแก้ไขได้เช่นกัน
“เหตุผลที่ได้รับคือระบบที่ยังไม่พร้อม ล่มตั้งแต่เปิดลงทะเบียน เป็นเพราะงบประมาณเพิ่งผ่าน มีเวลาน้อย แต่ทุกคนรู้ว่ามีการพัฒนามาตั้งนานแล้ว จะเปิดใช้ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม แต่เลื่อนมาเพื่อรอคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการ ซึ่งระหว่างทางที่มีเวลาตอนนั้น หน่วยงานรัฐไม่มีการประสานขอคำแนะนำหรือให้เราไปช่วยทดสอบระบบ ทั้งที่ผู้ประกอบการเป็นด่านหน้า ต้องรับแขกหลังเดินทางท่องเที่ยวจริง หากติดตามตั้งแต่ต้น ททท.บอกว่าจะมีโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา อาจถือเป็นประชาสัมพันธ์บ้างแต่ก่อนหน้านี้ไม่มีการให้ข้อมูลใดๆ ออกมาเพิ่มเติมในฝั่งของผู้ประกอบการเลยว่ารูปแบบจะเป็นอย่างไร ต้องลงทะเบียนแบบใดทั้งที่มีเวลาตั้งหลายเดือนก่อนประกาศลงทะเบียนและใช้จริง” นายกสมาคมโรงแรมไทยกล่าว
จากภาพทั้งหมด สะท้อนว่าเมื่อ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ต้องปิดระบบกลางคัน แม้จะชัตดาวน์แค่ชั่วคราว แต่ก็หวังว่าเมื่อระบบถูกรีเซตใหม่อีกครั้ง ทุกอย่างจะพร้อมแบบ 100% ถ้าหากมีปัญหาซ้ำรอยเดิมอีกครา อารมณ์ของประชาชนคงคุกรุ่นมากกว่าเดิม เมื่อวันนั้นมาถึง หวั่นใจว่ากระทรวงการท่องเที่ยวฯและ ททท.คงจะรับหน้าเสื่อไม่ไหว!

