หน้าแรก เศรษฐกิจ พิชัย เปิด 3 ...

พิชัย เปิด 3 เงื่อนไข เจรจาภาษีทรัมป์ เร่งชงข้อเสนอใหม่-สรุปผลกระทบรายเซ็กเตอร์ เผยเหตุดึงทักษิณร่วมวง

11.07.25 | 12:53 น.

เปิด 3 เงื่อนไข เจรจาภาษีทรัมป์ เร่งชงข้อเสนอใหม่ พร้อมสรุปผลกระทบรายเซ็กเตอร์ 14 ก.ค.นี้ พิชัย เผยเหตุดึงทักษิณร่วม

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมกับทีมไทยแลนด์และทีมที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่อรับมือปัญหากรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แจ้งอัตราภาษีนำเข้า 36% โดยใช้ระยะเวลานานเกือบ 3 ชั่วโมง หลังจากนั้น นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินออกมาส่ง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เวลาประมาณ 10.55 น. ที่รถ และได้เดินทางออกจากบ้านพิษณุโลกทันที

หลังจากนั้น นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จะร่วมกันแถลงข่าว

นายพิชัยกล่าวว่า วันนี้ตนได้เชิญทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อมาพูดคุยกรณีได้รับจดหมายจากสหรัฐอเมริกา จึงขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าเป็นการเลื่อนเวลาให้ เรายังไม่ได้เจรจาถึงที่สุด วันนี้จึงมีการทบทวนเพราะยังมีเวลาถึงวันที่ 1 สิงหาคม เพื่อให้ได้ข้อยุติซึ่งมองว่าจะเป็นข้อยุติแบบกว้างๆ และยังต้องคุยกันอีกนาน

ซึ่งเมื่อวานนี้ได้มีการเรียกประชุมภาคอุตสาหกรรม สภาหอการค้ารวมถึงบริษัทใหญ่ๆ ถึงผลกระทบและมาตรการรองรับ ซึ่งได้ข้อมูลมากพอสมควรและกลับไปทำการบ้านกัน ซึ่งคาดว่าจะได้ผลสรุปในวันจันทร์ 14 ก.ค.นี้ อย่างไรก็ตามเพื่อให้การทำงานระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ เดินไปได้อย่างเรียบร้อย จึงเป็นที่มาในการประชุมวันนี้มานั่งคุยกัน ซึ่งในที่ประชุมเราได้ให้ข้อมูลทั้งหมด เพื่อให้รู้รายละเอียดว่าทำอะไรไปบ้าง รวมถึงท่าทีและความคิดเห็น เพื่อดูว่าหากเกิดผลกระทบอย่างไรและจะแก้ปัญหาได้อย่างไร

Advertisement

โดยสิ่งแรกที่เราจะคุยกับทางสหรัฐอเมริกา คือ มุมมองในการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐอเมริกาประกอบด้วย 3 ประการ คือ 1.จะต้องไม่ให้ผู้ผลิตภายในประเทศได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะภาคเกษตรฯ และภาคอุตสาหกรรมรายย่อย 2.เราอาจต้องรับซื้อสินค้าเข้ามาซึ่งจะได้โอกาสในการปรับตัว ซึ่งได้คุยกันว่า จะมีวิธีการปรับตัวอย่างไรที่จะทำให้สินค้าที่นำเข้ามาในประเทศไทย ได้รับการกำกับดูแลให้ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพมากที่สุด เหมือนเป็นการทบทวนตัวเอง และ 3.การรองรับมาตรการช่วยเหลือในหลายเรื่องซึ่งจะมีการไปทำการบ้านในรายละเอียด มีการกำหนดมาตรการกว้างๆ เอาไว้แล้ว

นายพิชัยกล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายทักษิณเข้าร่วมการประชุมในวันนี้นั้น ตนเป็นผู้เชิญนายทักษิณเข้าร่วมด้วยตนเอง เนื่องจากเห็นว่าเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในประเด็นดังกล่าวเป็นอย่างดี และสามารถให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานได้

“การประชุมวันนี้ ได้มีการหารือในหลายประเด็น ไม่ได้จำกัดเฉพาะมาตรการรับมือกับการขึ้นภาษีของสหรัฐ เพียงอย่างเดียว พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไทยกำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด ทั้งในด้านการชี้แจงและการเจรจากับทางการสหรัฐ โดยมาตรการของไทยสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนในทุกมิติ และหวังว่าจะไม่ให้ประเทศไทยต้องเสียเปรียบ”

นายพิชัยระบุว่า จากข้อมูลที่ได้ สหรัฐแบ่งหมวดหมู่สินค้าที่จะเก็บภาษีออกเป็น 2-3 ประเภทใหญ่ๆ เช่น สินค้าทั่วไปเริ่มต้นที่อัตราภาษี 10% โดยบางประเทศ เช่น เวียดนาม อาจถูกเก็บเพิ่มเป็น 20% ส่วนสินค้าในหมวดอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา อีกประเภทนึงคือสินค้าผ่านทาง ที่มาจากการนำเข้าก่อนนำมาประกอบหรือเพิ่มมูลค่าด้วยการใส่โลคอลคอนเทนต์ เชื่อว่าประเทศไทยมีระบบการควบคุมและตรวจสอบอย่างเข้มงวด ซึ่งรัฐบาลมั่นใจว่าสามารถบริหารจัดการได้ดี เมื่อเทียบกับบางประเทศที่อาจมีสัดส่วนสินค้าลักษณะนี้สูงกว่า ซึ่งอาจทำให้ถูกจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่า

“หากมองในภาพรวมแล้ว เชื่อว่าผลกระทบที่ไทยจะได้รับจากมาตรการภาษีของสหรัฐ ไม่น่าจะรุนแรงมาก” นายพิชัยกล่าว

ทั้งนี้สำหรับข้อมูลที่จำเป็นได้มีการส่งไปแล้วตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยในวันนี้เป็นการกลับมาทบทวนรายละเอียดอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าทิศทางที่ดำเนินการมานั้นถูกต้อง และอาจมีการปรับปรุงบางจุดเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการอยู่แล้ว และหากจำเป็น ก็พร้อมที่จะเดินทางไปเจรจาด้วยตนเอง

“เราได้ตรวจสอบรายละเอียดในระดับรายการสินค้า เพื่อให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่เราดำเนินการนั้นมีเหตุผลและถูกต้อง ซึ่งสิ่งสำคัญต่อจากนี้คือการพูดคุยเพิ่มเติมกับผู้ปฏิบัติงานในภาคสนามผ่านระบบออนไลน์ เพื่อทำความเข้าใจว่า ยังมีประเด็นใดที่ต้องการให้เสริมเพิ่มเติมอีกหรือไม่” นายพิชัยกล่าว

นายพิชัยกล่าวว่า การประชุมในวันนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดตัวเลขเป้าหมายอัตราภาษีที่แน่นอน เพราะหากไทยถูกเก็บภาษีสูงกว่า 20% เช่น 25% ก็อาจทำให้ไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม ซึ่งรัฐบาลจะพยายามไม่ให้เกิดสถานการณ์เช่นนั้น

เมื่อสอบถามถึงประเภทสินค้าที่สหรัฐ ให้ความสนใจนำเข้าจากไทย นายพิชัยระบุว่า สหรัฐให้ความสนใจในสินค้าหลายประเภท โดยเฉพาะสินค้าเกษตร แม้จะมีมูลค่าไม่สูงมากนัก แต่เกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมาก จึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากฝ่ายสหรัฐ