หน้าแรก เศรษฐกิจ คิดเห็นแชร์:ถ...

คิดเห็นแชร์:ถอดบทเรียนรู้จาก Osaka World Expo 2025 สร้างองค์ความรู้เพื่อคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยที่ยั่งยืน

12.07.25 | 12:15 น.
Thailand Pavilion

ถอดบทเรียนรู้จาก Osaka World Expo 2025
สร้างองค์ความรู้เพื่อคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยที่ยั่งยืน

ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเสนอและสรุปบทเรียนรู้สำคัญที่ได้รับจากการไปเยี่ยมชมงาน World Expo 2025 ที่โอซากา ประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวกับ “ความรู้สำหรับผู้สูงวัย” ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่สำคัญและกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ครับ

Thailand Pavilion

ปัจจุบันโลกได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แบบ (Aged Society) โดยเฉพาะประเทศไทย การเตรียมความพร้อมทางด้านองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยจึงเป็นวาระสำคัญ ผมได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมงาน World Expo 2025 ที่นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Designing Future Society for Our Lives” งานมหกรรมระดับโลกนี้ไม่เพียงนำเสนอความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และแนวคิดในการรับมือกับความท้าทายทางสังคมที่สำคัญ
รวมถึงประเด็นเรื่องผู้สูงวัยได้อย่างน่าสนใจ เป็นการตอกย้ำว่าการออกแบบอนาคตที่ยั่งยืนนั้นต้องคำนึงถึงทุกช่วงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สว. (ผู้สูงวัย)ที่ได้ทุ่มเทสร้างสรรค์สังคมมาตลอดชีวิต

World Expo 2025 : ห้องเรียนแห่งอนาคต

Advertisement
The Healthcare Pavilion at Expo 2025

งาน Osaka World Expo 2025 เป็นการรวบรวมองค์ความรู้จากนานาประเทศและบริษัทชั้นนำทั่วโลก จัดแสดงผ่านพาวิลเลียนต่างๆ ทั้งจากประเทศอย่างญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี เกาหลี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย และที่น่าภาคภูมิใจคือ ประเทศไทย ก็ได้ร่วมจัดแสดงพาวิลเลียนซึ่งสะท้อน “เอกลักษณ์ความเป็นไทย” สู่สายตานานาชาติด้วย นอกจากพาวิลเลียนของไทยแล้ว ยังมีพาวิลเลียนจากบริษัทเอกชนที่นำเสนอแนวคิดและนวัตกรรมล้ำ พอสรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้

1.การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being & Health Promotion) : แนวคิดเรื่องสุขภาพสำหรับผู้สูงวัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรักษาโรค แต่ครอบคลุมไปถึงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแบบองค์รวม World Expo 2025 ได้นำเสนอเทคโนโลยีและบริการที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและส่งเสริมสุขภาวะที่ดี เช่น

-เทคโนโลยีดูแลสุขภาพที่บ้าน : อุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับระบบการแพทย์ ช่วยให้ผู้สูงวัยสามารถติดตามสุขภาพของตนเองได้ง่ายขึ้นและแพทย์สามารถให้คำแนะนำได้จากระยะไกล นวัตกรรมเหล่านี้ยังรวมถึงการใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพเพื่อการคาดการณ์และป้องกันโรคได้อย่างแม่นยำยิ่ง

-นวัตกรรมด้านอาหารและโภชนาการ : การนำเสนออาหารเสริมและอาหารเฉพาะทางที่ตอบโจทย์ความต้องการทางโภชนาการของผู้สูงวัย รวมถึงเทคโนโลยีการเตรียมอาหารที่ง่ายและปลอดภัย เช่น เครื่องปรุงอาหารอัจฉริยะที่ช่วยลดความซับซ้อนในการทำอาหารเพื่อสุขภาพ

-การออกแบบสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหว : พาวิลเลียนบางแห่งได้นำเสนอแนวคิดการออกแบบที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะที่ปราศจากอุปสรรค (Barrier-Free Design) พร้อมเทคโนโลยีช่วยเดิน เช่น หุ่นยนต์พยุงตัว หรืออุปกรณ์ช่วยพยุงที่ปรับให้เข้ากับการเคลื่อนไหวของผู้ใช้ ซึ่งช่วยให้ผู้สูงวัยยังคงเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและปลอดภัย

สถาปัตยกรรมเสาประดับกระจกใส เน้นการสร้าง environment
แบบเปิดเพื่อการเรียนรู้ร่วมและเชื่อมต่อผู้คนทุกวัย

2.การเรียนรู้ตลอดชีวิตและการปรับตัว (Lifelong Learning & Adaptation) : ผู้สูงวัยในอนาคตจะไม่ใช่กลุ่มคนที่หยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่ยังคงต้องการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลก

-แพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัล : มีการนำเสนอแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้สูงวัย โดยเน้นเนื้อหาที่เข้าใจง่าย และสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สเรียนทักษะใหม่ๆ งานอดิเรก นอกจากนี้ ยังมีบทเรียนที่สอนทักษะใหม่ๆ ที่จำเป็น เช่น การใช้โปรแกรมพื้นฐาน การทำธุรกรรมออนไลน์ หรือแม้กระทั่งการเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ ผ่านเทคโนโลยี VR

-ทักษะดิจิทัลเพื่อการเชื่อมต่อทางสังคม : นวัตกรรมบางอย่างมุ่งเน้นการสอนให้ผู้สูงวัยใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมต่อกับครอบครัวและเพื่อนฝูง รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดียอย่างปลอดภัย เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในสังคมเสมือนจริง

“Signature Pavilions” ระบบโครงสร้างแบบมีชิ้นส่วน (โมดูลาร์) ซึ่งมักใช้ในพื้นที่จัดกิจกรรมสร้างองค์ความรู้ และมีการโต้ตอบผ่านดิจิทัล-เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโปรแกรมผู้สูงวัย

3.การมีส่วนร่วมทางสังคมและการทำงาน (Social Participation & Employment) : การสร้างโอกาสให้ผู้สูงวัยยังคงรู้สึกมีคุณค่าและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเป็นสิ่งสำคัญอย่าง

-รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น : มีการนำเสนอโมเดลการจ้างงานผู้สูงวัยที่ยืดหยุ่น เช่น การทำงานแบบพาร์ตไทม์ การให้คำปรึกษา หรือการถ่ายทอดองค์ความรู้จากประสบการณ์ ซึ่งช่วยให้ผู้สูงวัยยังคงมีรายได้และได้ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ สอดคล้องกับแนวคิดการจ้างงานแบบ “Ageless Workplace”

-ชุมชนผู้สูงวัยที่มีชีวิตชีวา : การจัดแสดงตัวอย่างโครงการชุมชนที่ผู้สูงวัยสามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ทำงานจิตอาสา หรือเป็นที่ปรึกษาให้กับคนรุ่นใหม่ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างช่วงวัย และก่อให้เกิดการเรียนรู้สองทาง (Intergenerational Learning) ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้สูงวัยและคนหนุ่มสาว

-เทคโนโลยีช่วยทำงาน : หุ่นยนต์ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน หรืออุปกรณ์ที่ช่วยผ่อนแรงในการทำงาน เพื่อให้ผู้สูงวัยสามารถทำงานได้ปลอดภัยขึ้น

4.นวัตกรรมที่ยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวัน (Daily Life Enhancement) : พาวิลเลียนต่างๆ ได้นำเสนอแนวคิดและผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ชีวิตประจำวันของผู้สูงวัยสะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น

-Gundam Pavilion: การจำลองสถานที่ท่องเที่ยว ผ่านแอนิเมชั่น หรือการฝึกสมองผ่านเกมเสมือนจริง ช่วยให้สมองกระฉับกระเฉง สามารถนำมาปรับใช้กับการเรียนรู้และความบันเทิงของผู้สูงวัยได้

-Panasonics “Land of NOMO” : พาวิลเลียนนี้เน้นแนวคิด “ปลดปล่อยจิตใจ ร่างกาย และตัวตน” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความมั่นใจให้กับผู้สูงวัย ด้วยการส่งเสริมกิจกรรมที่ท้าทายความสามารถทางร่างกายและจิตใจ โดยเน้นการออกแบบที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้ (User-Friendly Design) และความสามารถในการปรับแต่งตามความต้องการส่วนบุคคล

-Gas Pavilion “Obake Wonderland” : การนำเสนอความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมก๊าซในรูปแบบที่สนุกสนานและมีส่วนร่วม สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการเรียนรู้ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนแค่ไหน ก็สามารถทำให้ผู้สูงวัยเข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายผ่านเกม หรือกิจกรรมที่สร้างสรรค์ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง

การเดินทางไป World Expo 2025 ที่โอซากาในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเยี่ยมชมงานมหกรรมระดับโลกเท่านั้น แต่เป็นการเก็บเกี่ยว “องค์ความรู้แห่งอนาคต” ที่จะนำมาเป็นแรงบันดาลใจและแนวทางในการทำงานของ OKMD เพื่อพัฒนาองค์ความรู้สำหรับผู้สูงวัยในประเทศไทย การสร้างสังคมที่ยั่งยืนสำหรับผู้สูงวัยนั้น ต้องอาศัยองค์ความรู้ที่ครอบคลุมหลากหลายมิติ ตั้งแต่สุขภาพกาย ใจ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การมีส่วนร่วมทางสังคม และการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวัน และ OKMD พร้อมที่จะนำไปปรับใช้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่เข้าถึงง่าย สร้างเนื้อหาที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้สูงวัยยุคใหม่ และส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างคนต่างวัย เพื่อให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพและศักยภาพ ผมเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เราจะสามารถ “ออกแบบสังคมแห่งอนาคต” ที่ผู้สูงวัยทุกคนสามารถมีชีวิตที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ความสุข และคุณค่าอย่างยั่งยืนได้จริง เดือนหน้าจะมาเล่าเกี่ยวกับความประทับใจในด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่แต่ละพาวิลเลียนออกแบบกันแบบเต็มแม็กจริงๆ ครับ