หน้าแรก เศรษฐกิจ ราคาผู้ผลิตใน...

ราคาผู้ผลิตในจีนหดตัว กดดันปัญหาสินค้าราคาถูกทะลักไทย-อาเซียน

12.07.25 | 15:50 น.

ราคาผู้ผลิตในจีนหดตัว กดดันปัญหาสินค้าราคาถูกทะลักไทย-อาเซียน

น.ส.จิรดา ภักดิ์วิไลเกียรติ เจ้าหน้าที่วิจัยอาวุโส ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า เดือน มิ.ย.68 ดัชนีราคาผู้ผลิตของจีน (PPI) หดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 33 อยู่ที่ -3.6%YoY ซึ่งเป็นระดับหดตัวที่ต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี ระดับราคาสินค้าผู้ผลิตหดตัวในทุกกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะในส่วนของถ่านหิน (-21.8%YoY) ปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติ (-12.6%YoY) รวมถึงเหล็ก (-11.3%YoY)

ขณะที่เงินเฟ้อจีน (CPI) กลับมาขยายตัวเป็นบวกได้เล็กน้อย ปัจจัยหนุนหลักมาจากมาตรการสนับสนุนภาคการบริโภคของภาครัฐ เช่น โครงการของเก่าแลกของใหม่ (Trade-in Program) โดยระดับราคาของเครื่องใช้ภายในบ้านขยายตัวที่ 0.7%YoY จาก 0.1%YoY ในเดือน พ.ค.68 อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.1%YoY จากทิศทางการใช้จ่ายภายในประเทศที่ยังไม่แน่นอน และการปรับลดราคาสินค้าของผู้ผลิตตามทิศทางดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ยังปรับลดลง

ในระยะข้างหน้าจีนยังมีความเสี่ยงด้านเงินฝืด โดยเงินเฟ้อมีทิศทางอยู่ในระดับต่ำตลอดทั้งปี 2568 มีรายละเอียด ดังนี้

Advertisement

1.บวกจากโครงการของเก่าแลกของใหม่ (Trade-in Program) คาดว่าจะลดลงในครึ่งหลังของปี เนื่องจากสินค้าในโครงการเป็นสินค้าคงทน เช่น รถยนต์ และ Smartphones อีกทั้งรัฐบาลท้องถิ่นบางแห่งเริ่มประกาศระงับเงินอุดหนุน และจำกัดโควต้ารายวันหลังเริ่มเผชิญปัญหาขาดแคลนเงินทุน

2.ความเสี่ยงจากสงครามการค้าที่ยังไม่แน่นอนสูงกดดันภาคการผลิตในจีน แม้จะมีข้อตกลงปรับลดภาษีชั่วคราวระหว่างสหรัฐและจีน แต่อัตราภาษีปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับสูง อีกทั้งทิศทางและระดับการเก็บภาษีในระยะข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้ผู้ผลิตมีแนวโน้มชะลอการลงทุน และการผลิต สะท้อนผ่านผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตชะลอลงต่อเนื่อง

3.ผู้ผลิตในจีนยังคงเผชิญสงครามราคาในหลายอุตสาหกรรม โดยกำไรภาคอุตสาหกรรมในจีนเดือน พ.ค.68 หดตัวลงอย่างมาก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ทิศทางราคาผู้ผลิตในจีนที่ยังมีแนวโน้มหดตัวจะยิ่งกดดันปัญหาสินค้าราคาถูกที่จะไหลเข้าสู่อาเซียนรวมถึงไทย

เมื่อมองไประยะข้างหน้าผู้ผลิตในจีนยังมีแนวโน้มปรับลดราคาสินค้าลงจากปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินที่ได้รับปัจจัยกดดันจากปัญหาสงครามการค้าตั้งแต่ 1 ส.ค.2568 ที่ระดับภาษีในแต่ละประเทศมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น

โดยสินค้าคงคลังในบางอุตสาหกรรมของจีน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยายังอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะกดดันต่อเนื่องไปถึงทิศทางระดับราคาสินค้าในประเทศที่จีนส่งออกสินค้าไป โดยเฉพาะประเทศในอาเซียนอย่างเวียดนามรวมถึงไทย