10 อันดับ ประเทศมีประชากรมากที่สุด หลายคนคงตะลึงเมื่อเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงไทยแลนด์ อย่างอินโดนีเซีย ผงาดเป็นอันดับ 4 ด้วยจำนวนประชากรกว่า 280 ล้านคน ทำให้ประเทศหมู่เกาะแห่งนี้ กลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพอย่างมหาศาล และกำลังเดินหน้าสู่ยุคใหม่ที่น่าจับตามอง ในแง่การลงทุน
ภูมิประเทศโดยรวมประเทศอินโดฯ ประกอบไปด้วยหมู่เกาะ ภูเขาสูงหรือแม้แต่ภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่ มีอากาศร้อนชื้น ฝนตกชุกตลอดทั้งปี แม้ว่าอินโดฯจะเจอความท้าทายทางภูมิศาสตร์ แต่ก็ไม่ได้ทำให้แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของประเทศหมู่เกาะแห่งนี้ดร็อปลง ในทางกลับกันยังเป็นตลาดใหญ่สุดในอาเซียน และหากพูดถึงอัตราการเติบโต GDP ของอินโดนีเซีย ในปี 2567 จะอยู่ที่ 1.35 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
บาหลี ไม่ใช่เพียงแต่จังหวัด หรือชื่อเกาะ แต่คือสถานที่ที่ร่ำรวยด้วยมรดกทางวัฒนธรรม ใช้ภาษาสื่อสารกันถึง 200 ภาษา แม้จะเป็นเกาะ แต่วิถีชีวิตของผู้คนดำเนินอย่างขวักไขว่ ด้วยพื้นที่ทั้งหมด 5,634 ตารางกิโลเมตร ประชากรอยู่อย่างแน่นหนา ราว 3.4 ล้านคน แน่นอนว่าเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ย่อมเติบโตตาม ขณะเดียวกันบาหลียังเป็นหมุดหมายหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ของธนาคารเพอร์มาตาด้วย

บาหลี เป็น 1 ใน 34 จังหวัดของอินโดฯมีเอกลักษณ์โดดเด่นทางด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สวยงาม หากพูดถึงในด้านการท่องเที่ยว บาหลีก็เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงระดับโลก สถานที่ท่องเที่ยว อาทิ หาดเคลิงคิง น้ำตกเซกุมปุล ภูเขาไฟบาตูร์ ขณะเดียวกันหมุดหมายสำคัญแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของวัดสวยงาม เช่น วัดอูลันดานูบราตัน เป็นวัดฮินดูที่มีชื่อเสียงสุดในเกาะ รายล้อมไปด้วยทะเลสาบบราตัน หมอกจางๆ ปกคลุม ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น สำหรับไฮไลต์ที่ชวนละสายตาไม่ได้ นั่นก็คือ เจดีย์ 11 ชั้น ตั้งตระหง่านกลางวัด หากมองดีๆ ในช่วงระดับน้ำเพิ่มสูง จะดูเหมือนว่าวัดกำลังลอยอยู่บนน้ำ

ถัดมาที่เมืองหลวงอย่าง จาการ์ตา จัดเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะชวา ประกอบด้วยประชากรมากกว่า 10 ล้านคน และนับว่าเยอะที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย จุดเด่นทางด้านประชากร ทำให้จาการ์ตาเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและศูนย์กลางการบริหารราชการแผ่นดิน แต่เดิมจาการ์ตาเคยอยู่ภายใต้การปกครองของดัตช์ (ฮอลันดา) ต่อมาในปี พ.ศ.2488 ได้รับเอกราชกลายเป็นจาการ์ตาในปัจจุบัน
ดีลฝ่าโควิดซื้อแบงก์เพอร์มาตา
จุดเด่นของอินโดฯ ทำให้หัวเรือใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ตัดสินใจตีตลาดธนาคารอินโดฯในปี 2563 ช่วงเวลานั้นโลกเกิดพายุแห่งความโกลาหล จากวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 การลงทุนจำนวนมากถูกเบรกด้วยความกลัว จนกลายเป็นตัวแปรหลักในโลกธุรกิจ แต่วิสัยทัศน์ผู้นำย่อมเดินหน้า และไม่ถอยหลัง

ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค และเป็นธนาคารต่างชาติแห่งแรกของอาเซียนที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารในอินโดฯตั้งแต่ปี 2511 นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ใช้สายตาแห่งผู้นำมองขาดถึงศักยภาพการเติบโตของอินโดนีเซียในระยะยาว นำทัพธนาคารกรุงเทพเดินหน้าเชื่อมต่อโอกาส สู่การเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
นายชาติศิริกล่าวว่า ในปี 2563 ธนาคารได้เข้าซื้อกิจการธนาคาร พีที เพอร์มาตา ทีบีเค (ธนาคารเพอร์มาตา) และได้ควบรวมธนาคารกรุงเทพ 3 สาขา ได้แก่ สาขาจาการ์ตา สาขาสุราบายา และสาขาเมดานเข้ากับธนาคารเพอร์มาตา เพื่อผสานจุดแข็งของทั้งสองธนาคารเข้าด้วยกัน เสริมศักยภาพด้านบริการ และมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นแก่ลูกค้า อีกทั้งยังเป็นช่องทางการจับคู่ทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้การสนับสนุนด้านการเงินอย่างครบวงจร นอกจากจะช่วยให้ธนาคารกรุงเทพและธนาคารเพอร์มาตาเติบโตอย่างแข็งแกร่งแล้ว ยังเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอินโดนีเซียให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นด้วย

ช่วงครึ่งแรกของปี 2567 การลงทุนของไทยในอินโดนีเซียมีมูลค่าสูงถึง 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงปี 2560-2565 นักลงทุนไทยได้ลงทุนรวม 1.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในกว่า 1,400 โครงการทั่วประเทศอินโดนีเซีย โดยอินโดนีเซียนับเป็นคู่ค้าที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของไทย ปีที่ผ่านมา ไทยส่งออกสินค้าไปยังอินโดนีเซียมูลค่า 10.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยเป็นจุดหมายส่งออกใหญ่อันดับ 4 ของอินโดนีเซีย โดยมีมูลค่าการส่งออกจากอินโดนีเซียมายังไทยถึง 7.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
นางเมลิสา รุสลิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพอร์มาตา กล่าวว่า ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูง ทั้งในด้านทรัพยากรและแรงงาน โดยปัจจุบันรัฐบาลดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ “Golden Indonesia” ที่เน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และโครงการด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีเป้าหมายสู่การเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกภายในปี 2588

สำหรับปี 2567 ธนาคารเพอร์มาตาได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ตราสัญลักษณ์ “บัวหลวง” เพื่อสะท้อนถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในมาตรฐานการให้บริการ ภายใต้แนวคิด “One Family One Team” ของธนาคารกรุงเทพ โดย ณ สิ้นปี 2567 ธนาคารเพอร์มาตาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับปี 2566
โดยตั้งแต่การเข้าซื้อกิจการในปี 2563 สัดส่วนสินเชื่อในต่างประเทศต่อสินเชื่อรวมของธนาคารกรุงเทพเพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น 25% (ข้อมูล ณ ธันวาคม 2567) ส่งผลให้ปัจจุบันธนาคารเพอร์มาตาเป็น 1 ใน 10 ของธนาคารที่มีสินทรัพย์รวมใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย มีเครือข่ายสาขาให้บริการ 240 สาขา กระจายอยู่ใน 82 เมืองสำคัญทั่วประเทศ เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้ากว่า 6.2 ล้านราย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568)
พร้อมนวัตกรรมบริการลูกค้า ยกระดับธนาคารเพอร์มาตา ด้วยบริการธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านโทรศัพท์มือถือ ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงฟีเจอร์ต่างๆ ของธนาคาร ถัดมาคือการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือการบริการธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อรองรับธุรกิจออนไลน์
และสำหรับบริการโมบายแบงกิ้งใหม่ล่าสุด คือ สามารถคำนวณแลกเปลี่ยนได้ทันที และจัดการธุรกรรมระหว่างประเทศได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งยังรองรับการทำธุรกรรมผ่านคิวอาร์โค้ด ในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย และยังสามารถถอนเงินไม่ใช้บัตรได้ที่ร้านสะดวกซื้อ Indomaret ที่มีมากกว่า 20,000 สาขาทั่วโลก
จุดแข็งแบงก์กรุงเทพผงาดอินโดนีเซีย
ด้าน ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวอย่างมีหวังว่า อยากให้ทุกคนได้มาเห็นกับตาตัวเองถึงศักยภาพของอินโดนีเซีย โดยเฉพาะเกาะบาหลี ที่แม้จะมีปัญหาการจราจรติดขัด ก็สะท้อนถึงความคึกคักของเศรษฐกิจ ซึ่งจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศก็ยิ่งติดขัดมากกว่าเดิมอีก นั่นแสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ดร.กอบศักดิ์เล่าย้อนว่า ธนาคารกรุงเทพติดตามและสนใจธนาคารเพอร์มาตามานานแล้ว ไม่ใช่การตัดสินใจซื้อแบบเร่งรีบ แต่เป็นเพราะเห็นว่าอินโดนีเซียเป็นหัวใจสำคัญของภูมิภาค และในช่วงเวลานั้นก็มีหลายแบรนด์พยายามเข้าซื้อกิจการในอินโดนีเซียเช่นกัน แต่ธนาคารมีความสัมพันธ์กับนักธุรกิจระดับเจ้าสัวของอินโดนีเซีย ทำให้มีเครือข่ายที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันธุรกิจสินเชื่อของธนาคารกรุงเทพในอินโดนีเซียก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง
เมื่อธนาคารเข้าซื้อเพอร์มาตา ได้มีการพูดคุยกับลูกค้าในอีกมุมหนึ่งโดยถามว่าลูกค้าต้องการบริการอะไรเพิ่มเติม เช่น บริการโมบายแบงกิ้ง ซึ่งช่วยให้สามารถให้บริการลูกค้าได้ครบวงจร และส่งผลให้กำไรของธนาคารเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกำไรส่วนหนึ่งที่มาจากเพอร์มาตาในอินโดนีเซีย
โชคดีที่เพอร์มาตาเป็นหนึ่งในธนาคารรายสุดท้ายที่ยังสามารถเข้าซื้อได้ในราคาที่เหมาะสม โดยในปีนี้มีธนาคารอีกแห่งคือ Panin ที่เปิดขายกิจการ แต่สุดท้ายธนาคารกรุงเทพตัดสินใจไม่ซื้อ ช่วงที่ผ่านมาธนาคารได้หารือร่วมกันว่าจะเดินหน้าให้เพอร์มาตาเป็นแบบ “One Family One Team” อย่างไร โดยมีการพูดคุยทั้งจากทีมไทยและทีมอินโดนีเซีย ซึ่งพบว่าเพอร์มาตามีเทคโนโลยีและแนวทางที่ดีหลายอย่าง โดยเฉพาะบริการโมบายแบงกิ้งที่ได้รับความสนใจมากในปัจจุบัน
ถือเป็นก้าวสำคัญของธนาคารกรุงเทพ และในอนาคต อยากเห็นประเทศไทยมีธนาคารระดับภูมิภาค (Regional Bank) อย่างแท้จริง ซึ่งธนาคารกรุงเทพก็กำลังก้าวไปสู่จุดนั้น และจะกลายเป็นธนาคารที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในช่วงที่อาเซียนกำลังเปลี่ยนแปลง
“หากสังเกตจะพบว่าเมืองไทยมีนักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซียเข้ามาเยอะ อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ไม่ธรรมดา มีประชากรประมาณ 280 ล้านคน หลายคนชอบคิดว่าอินโดนีเซียยังยากจนกว่าไทย แต่คำถามคือ ทำไมโรงแรมของเขาถึงใหญ่กว่าเรา? คำตอบก็คือ ฐานประชากรเขาใหญ่ พีระมิดกว้าง คนจนก็เยอะ แต่คนรวยก็รวยมากจริงๆ” ดร.กอบศักดิ์กล่าว
ดร.กอบศักดิ์ชวนสังเกตว่า หากไปดูอาคารระฟ้าในจาการ์ตาจะเห็นถึงการออกแบบที่มีรสนิยม เจ้าของกิจการจำนวนมากมีความมั่งคั่งและสามารถทำธุรกิจได้หลากหลาย พร้อมทั้งยกตัวอย่างบริษัทไทยที่เข้ามาวางฐานในอินโดนีเซีย เช่น ธุรกิจพลังงาน SCG กลุ่มมิตรผล ห้างเซ็นทรัล และชิ้นส่วนยานยนต์ ส่วนที่เลือกบาหลีเป็นจุดเริ่มต้น เพราะธนาคารเพอร์มาตาเริ่มต้นที่นี่และมีสำนักงานใหญ่ ก่อนจะประสบวิกฤตในปี 2540 แล้วถูกควบรวมกับธนาคารอื่นๆ กลายเป็น “เพอร์มาตา” อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
ยึดหลักอนุรักษนิยมดันมั่นคง-ยั่งยืน
ดร.กอบศักดิ์ทิ้งท้ายว่า อินโดนีเซียมีเศรษฐกิจที่ใช้ได้เลย 10 ปีที่ผ่านมา มีประธานาธิบดีโจโก วิโดโด (โจโกวี) ซึ่งมีวิสัยทัศน์ริเริ่มโครงการโครงสร้างพื้นฐานมากมาย ทั้งมอเตอร์เวย์ รถไฟความเร็วสูง ท่าเรือ เมืองหลวงใหม่ สนามบิน ทุกอย่างโจโกวีทำไว้ครบ และตอนนี้อินโดนีเซียกำลังมีประธานาธิบดีคนใหม่ ทุกคนก็ตั้งตารอดูว่าเศรษฐกิจจะเดินหน้าอย่างไร และหากมองดีๆ อินโดนีเซียตอนนี้คล้ายกับประเทศไทยในยุคปี 2523 ถึงช่วงปี 2533 ที่เรากำลังเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานและบูรณาการประเทศไปข้างหน้า

ด้าน นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ส่วนกลยุทธ์ต่อไปที่คาดหวังคือ การให้บริการด้านการค้าระหว่างประเทศ (Trade Finance) เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ของธนาคารในอินโดนีเซียยังเป็นผู้ประกอบการท้องถิ่น ขณะที่ชาวต่างชาติยังมีสัดส่วนไม่มาก หากถามว่าพอใจกับความสำเร็จหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าพอใจอย่างยิ่ง ในช่วงปี 2562 ตอนที่เข้าซื้อกิจการ ก็มีการประเมินว่าระบบการบริหารของเพอร์มาตาจะเข้ากันได้หรือไม่ ซึ่งสิ่งที่โชคดีมากคือระบบบริหารของเพอร์มาตามีแนวทางแบบ conservative หรืออนุรักษนิยม ซึ่งธนาคารกรุงเทพเองก็มองว่านี่คือจุดแข็ง เพราะเป็นแนวทางที่มั่นคงและยั่งยืน

เมื่อต่างยึดหลักอนุรักษนิยม เชื่อว่าเพอร์มาตาจะเป็นฟันเฟืองสำคัญให้แบงก์กรุงเทพมั่นคงและยั่งยืนในระดับภูมิภาค!!
สุธาสินี สืบเรือง

