MR.D.I.Y ปักหมุดนิคม อารยะ แลนด์ ผุดศูนย์กระจายสินค้าครบวงจร 158 ไร่ เสร็จปี70
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม น.ส.กมลกาญจน์ คงคาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 บริษัทได้มีการลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) สำหรับการขายที่ดินให้แก่ บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ผู้นำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยที่ดินแปลงดังกล่าวมีแผนในการพัฒนาเป็นศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้า พร้อมติดตั้งระบบจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติแห่งใหม่ของมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ภายในนิคมอุตสาหกรรมอารยะ บนพื้นที่รวม 158 ไร่ หรือ 252,800 ตารางเมตร ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการพัฒนาในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 และเปิดดำเนินการภายในปี 2570
“การเซ็นสัญญากับมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างการจ้างงานให้กับชุมชนท้องถิ่น และเป็นแรงผลักดันสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศอีกด้วย รวมถึงยังเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องของอารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ ในการพัฒนาโครงการและบริการอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ ควบคู่กับการดึงดูดนักลงทุนศักยภาพสูงเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง” น.ส.กมลกาญจน์กล่าว
ทั้งนี้หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ตัดสินใจลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมอารยะ คือทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายระบบคมนาคมได้อย่างสะดวก ครอบคลุมทั้งถนนสายหลัก ทางด่วน ท่าเรือ และสนามบิน ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานที่ครบครันและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ธุรกิจสมัยใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโลจิสติกส์และการกระจายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและตลาดอาเซียน
นอกจากนี้การเข้ามาลงทุนของ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. จะช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพด้านของโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ การกระจายสินค้า และเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ การจัดตั้งฐานในนิคมฯจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาค และสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเข้ามาลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต
อนึ่ง MR. D.I.Y.เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยได้ 9 ปีแล้ว เปิดสาขาครอบคลุม 77 จังหวัดและมีลูกค้าใช้บริการกว่า 100 ล้านคน โดยบริษัทวางเป้าหมายภายใน 3 ปี (2568-2570) จะเปิดสาขาใหม่ให้ได้ประมาณ 500 สาขา ใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 6,000 ล้านบาท หรือเปิดให้ได้ปีละ 200 สาขา โดยปัจจุบันมีสาขาทั้งหมดกว่า 1,000 สาขาแล้ว


