นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน(ธพ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆกลุ่มเกษตรกรได้เข้าพบเพื่อขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาราคาปาล์มตกต่ำที่ขณะนี้ผลปาล์มดิบอยู่ที่ประมาณ 3.80-4 บาทต่อกิโลกรัม(กก.)โดยขอให้ กระทรวงพลังงานประกาศปรับอัตราส่วนผสมไบโอดีเซลจากอัตรา5%หรือบี 5 เป็น7 %หรือบี 7 ทางกระทรวงฯจึงขอดูความชัดเจนและรอผลการตรวจสอบสต็อกและปริมาณปาล์มจากทางกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ชัดเจนก่อน เพราะข้อมูลเบื้องต้นของสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ หรือซีพีโอมีประมาณ 2 แสนตันเท่านั้น หากกระทรวงฯประกาศใช้ส่วนผสมเพิ่มเป็นบี 7 ก็จะใช้ซีพีโอเพิ่มอีก 2 หมื่นตันต่อเดือนจะกระทบความมั่นคงหรือไม่ โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภคจะเกิดปัญหาขาดแคลนหรือราคาปรับขึ้นหรือไม่ ขณะเดียวกันการเพิ่มส่วนผสมจะส่งผลทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มดีเซล ขยับเพิ่มขึ้นไปด้วยอย่างน้อยอีก 25 สตางค์ต่อลิตร
“การเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลต้องคิดรอบคอบเพราะยอดใช้ดีเซลขณะนี้สูงถึง 63 ล้านลิตรต่อวัน หากประกาศเพิ่มบี 5 เป็นบี 7 จะดูดซับซีพีโอจากตลาดอย่างรวดเร็ว หากสต็อกซีพีโอขาดอาจเดือดร้อนต่อน้ำมันเพื่อการบริโภค”นายวิฑูรย์กล่าว
นายชโยดม สุวรรณวัฒนะ ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน กล่าวว่า ได้หารือกับอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานโดยขอร้องให้รัฐช่วยพิจารณาปรับเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลจากปัจจุบันเป็นบี 5 มาเป็นบี 7 เพื่อช่วยดูดซับปาล์มเพิ่มขึ้น เนื่องจากขณะนี้ราคาผลปาล์มดิบช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์พบว่าตกต่ำมากเหลือเพียง 3.20-3.50 บาทต่อกก.เท่านั้น จากช่วงก่อนหน้าอยู่ที่ 4.20-4.50 บาทต่อกก. คาดว่าหลังสงกรานต์มีแนวโน้มที่จะลดลงอีกทั้งที่สต็อกน้ำมันปาล์มดิบก็ไม่ได้สูงมากอยู่เฉลี่ยเพียง 2.0-2.2 แสนตัน
“เกษตรกรจะขอดูท่าทีจากรัฐว่าจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร ยอมรับว่าหากเร็วๆนี้ไม่ได้รับการแก้ไขราคา คงจะเคลื่อนไหวแน่นอน”นายชโยดมกล่าว
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าจะเสนอแก้ไขปัญหาราคาปาล์ม ทั้งการให้องค์การคลังสินค้า(อคส.) เข้าไปรับซื้อผลปาล์มน้ำมันจากเกษตรกร และให้กระทรวงพลังงานเพิ่มการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล จากบี 5 เป็นบี 7 หรือมากกว่านั้น เพื่อเพิ่มปริมาณความต้องการใช้ช่วยดูดซับผลผลิตปาล์ม ปี 2560/2561 ที่คาดว่าจะมี 11.7 ล้านตัน

