19 ปี หงส์ไทย ‘วิ่งไม่หยุด’ จากทุน 200 บาท สู่ยาดมพันล้าน

17.07.25 | 12:33 น.

าดมสมุนไพรไทยกระปุกเขียวแบรนด์ “หงส์ไทย” ซอฟต์พาวเวอร์ไทย กว่าจะครองใจลูกค้าทั่วโลก เรียกว่าทำเอาผู้ปลุกปั้นถอดใจอยู่หลายครั้ง 

แต่ด้วยลูกฮึดของ “เก่ง-ธีระพงศ์ ระบือธรรม” ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ทำให้ “หงส์ไทย” สามารถฝ่าวิกฤตจนยืนหยัดมาได้ถึง 19 ปี จากทุนตั้งต้น 200 บาท สู่ยอดขาย 366 ล้านบาทในปี 2567 พร้อมตั้งเป้าปี 2570 จะมียอดขายทะยานสู่ 1,000 ล้านบาท และเป็นบริษัทบริการหลังการขายที่ดีที่สุดในประเทศไทย

กว่าจะมายืนในจุดนี้ “ธีระพงศ์” เล่าถึงสตอรี่จุดกำเนิดหงส์ไทยว่า ตอนนั้นเกิดจากที่ไม่ได้คิดอะไรเลย คิดแค่ว่าจบ ป.6 จะหาเงินมาแบ่งเบาภาระพ่อแม่ที่ทำงานหนักเลี้ยงลูก 6 คน เส้นทางการทำงานตลอด 19 ปี เป็นทั้งลูกจ้าง เป็นทหาร ทำสารคดี เป็นเซลส์ขายอุปกรณ์ให้อู่รถ ไม่เกี่ยวข้องกับยาเลย ทุกอย่างเกิดจากองค์ความรู้ที่ได้จากทุกงานที่ทำ 

จุดเริ่มต้นอยู่ช่วงปี 2541-2542 ตอนนั้นอายุ 31 ปี ต้องการหาอาชีพเสริม เลยเรียนทำพิมเสนน้ำ ค่าเรียน 200 บาท ยังไม่ค่อยรู้อะไรมาก ผลิตออกมาแล้วขาย แต่ก็ขายได้น้อย เลยหยุดไปปีกว่าๆ กลับมาวางแผนใหม่ จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจึงคิดว่าทำแบบเดิมไม่ได้แล้ว ก็เลยส่งตามปั๊ม มินิมาร์ต งานศพ ในราคา 15 บาท รอบนี้สำเร็จ ผลิตส่งได้เงินเป็นกอบเป็นกำ แต่เป็นช่วงที่เริ่มมีคนเข้ามาทำตลาด ทำให้เกิดภาวะแข่งขันตีราคา ช่วงนี้หยุดทำรอบที่สอง เพราะไม่เข้าใจกลไกราคา เลยกลับไปทำงานบริษัท ทำได้ 2 ปีกว่า ออกจากงานไปตระเวนหาลูกค้าตามปั๊ม จนพบข้อความสำคัญที่เด็กปั๊มบอกว่า“พี่หายไปไหนมา มีลูกค้าของพี่มาตระเวนหาอยู่เลยนะ” เราก็ใจฟูและดีใจมาก 

จึงกลับมาผลิตอีกครั้งช่วงปลายปี 2548 เข้าปี 2549 หลังจากรู้แล้วว่า “ถ้าทำอะไรออกมาดีๆ แล้ว ไม่มีวันตาย ที่มันไม่ตาย เพราะมีคนมาหา” จึงกลับไปเดินขายในตลาด เพื่อเก็บข้อมูล วางแผนการผลิตสินค้า พัฒนาสินค้าที่ลูกค้าต้องการ ไม่ใช่ที่เราต้องการ ทำให้โจทย์เราเริ่มชัดเจน เมื่อกลับไปบ้านก็ไปเอาเงินมีอยู่ 200 บาทมาเป็นทุน ทำแล้วเดินขายในตลาด จากที่ไม่เคยขายได้ ก็ขายได้วันละ 26,000 บาท 

Advertisement

จากนั้นลูกค้าเริ่มให้ทำส่ง เลยเกิดกลไกสินค้าไปสู่โรงงาน การขายเลยเปลี่ยนจากรากหญ้าไปสู่โรงงาน จึงตัดสินใจทำส่งอย่างเดียว เส้นทางจากที่ไม่เคยเป็นนายตัวเอง เริ่มมีพนักงาน มีการพัฒนาสูตรมาโดยตลอด จนมาเป็นสูตรหงส์ไทยทุกวันนี้ที่มีสินค้ากว่า 40 ตัว และมีความแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ นี่คือสิ่งที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยน วันนั้นไม่มีใครรู้หรอกว่าอีก 19 ปี จะมียาดมหงส์ไทย

ถามว่าสูตรได้มาจากไหน ได้มาจากการถูกตำหนิ แก้ไขปัญหาให้ลูกค้าที่ตำหนิ ถ้าเราแก้ได้ 1 คน จะได้โบนัสไป 1 แสนคน เป็นสูตรคิดง่ายๆ มันเลยทำให้เราถนัดเรื่องการพัฒนาสูตร การแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้า ทำให้ปัจจุบันหงส์ไทยจากเมื่อก่อนที่อยู่รอบนอก แต่ขณะนี้
เราอยู่ใจกลาง ถูกล้อมรอบกว่า 70 แบรนด์ในช่วง 10 ปี ทำให้ยาใช้ภายนอก สู่ยุคพัฒนาและเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด เท่าที่เคยมีมา 

“ปัจจุบันตลาดมีมูลค่า 5,000 ล้านบาท จากเดิมมี 30-40 แบรนด์ ตอนนี้เรามีเพื่อนล้อมกว่า 70 แบรนด์ แต่ยิ่งมีมาก ทำให้วงการธุรกิจเติบโต และบ่งบอกว่าเราแกร่งแค่ไหน เราวิ่งไม่หยุดตั้งแต่วันแรก และทำทุกอย่างเหมือนปีแรก ทุกวันนี้ผมยังนอนตี 1 ตี 2”

“ธีระพงศ์” ยังบอกอีกว่า การที่หงส์ไทยดังไกลถึงต่างประเทศ เป็นการสะสมจากการกระทำก่อนหน้านี้ ซึ่งปีที่ผ่านมาเราไม่เคยโฆษณา ใช้หลักการคือให้ลูกค้าบอกต่อ ให้ลูกค้าแนะนำ ไม่ว่าดารา นักแสดง นักร้อง หรือคนใช้จริงๆ เราไม่เคยจ้าง มันเป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่ธรรมชาติทำให้เขา ได้ภูมิใจ ได้โพสต์ ได้ทำตรงนี้ออกมาและข้อความที่เกิดขึ้นบนออนไลน์ทั้งหมด ผมไม่เคยอยู่เบื้องหลังของการเชียร์ การแนะนำ การตกแต่ง 

“ของทุกอย่างมันเป็นไวรัลการสะสมมาหลายยุคแล้ว ไม่ใช่อยู่ดีๆ แล้วมาดัง แต่มาถึงจุดหนึ่งที่มันดังขึ้นมา เพราะการสะสมกลายเป็นกระแส แต่ถ้าเราไม่สะสมมันยาก แต่ถ้าค่อยๆ สะสมจะค่อยๆ ออมลูกค้าไป และลูกค้าที่เราออมและโพสต์ก็จะเชื่อมโยงกันเป็นธรรมชาติ และคนที่อยู่บนโลกออนไลน์หลอกไม่ได้ ถ้าสืบแล้วเจอต้นตอไม่ใช่ผู้ใช้ตัวจริง เสน่ห์ก็จะไม่ 100% แต่ถ้าสืบแล้วเป็นผู้ใช้จริง ไม่ได้จ้าง ตรงนี้มันจะขลังกว่า นี่คือการสะสมความสำเร็จ ซึ่งผมเองก็ไม่คิดว่าจะมาถึงจุดนี้ได้คิดอย่างเดียวคือเลี้ยงพ่อแม่ แต่การรู้ที่ถูกวิธีและนำมาใช้ทำให้ค้นพบแก่นแท้ของการทำงาน คือคุณภาพและการเสียสละ”

แม้แบรนด์ดังไกลถึงต่างประเทศ แต่ “หงส์ไทย” ทำไมถึงยังไม่มีการส่งออก “ธีระพงศ์” กล่าวว่า เนื่องจากยังผลิตทั้งระบบไม่ได้ กลัวบริหารจัดการได้ไม่ดี ทุกวันนี้ก็ผลิตขายไม่ทัน รอโรงงานใหม่ที่พุทธมณฑลสาย 4 เนื้อที่ 4 ไร่ ใช้เงินลงทุน 300-400 ล้านบาทสร้างเสร็จ จะเพิ่มกำลังการผลิตจากปัจจุบันวันละ 1 แสนกระปุก หรือเดือนละ 3 ล้านกระปุก เป็นวันละ 5 แสนกระปุก รองรับทั้งตลาดในประเทศและส่งออกในกลุ่มประเทศอาเซียน และเมื่อโรงงานพัฒนาเสร็จสมบูรณ์ จะทำให้ส่งออกสินค้าไปเกือบทั่วโลกได้ เรามีความคาดหวังสูงสุดคือ 1 ล้านชิ้นต่อวันในปี 2573 ซึ่งโรงงานใหม่ลงทุนด้วยเงินสด จะเริ่มสร้างอีก 1-2 เดือนนี้ ถือว่าเป็นการลงทุนใหญ่สุด รองรับการผลิตได้ 5 ปี ตั้งเป้าเริ่มส่งออกในปี 2569 หรือปี 2570 เป็นต้นไป 

สำหรับปี 2568 หงส์ไทยตั้งเป้ายอดขาย 500 ล้านบาท โตจากปี 2567 ที่มีรายได้ 366 ล้านบาท แต่ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจด้วย เพราะกำลังซื้อยังไม่ดี กระทบต่อยอดขายเราบ้าง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงกระทบต่อยอดขายร้านค้า แต่ยอดขายโมเดิร์นเทรดยังเพิ่มขึ้น และเพราะเรามีการวางแผนไว้ล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 5 ปี มีการวิเคราะห์ คาดคะเน ที่สำคัญคือหนังเหนียว ทำยังไงให้กระบวนการแม่นยำ ถ้าแม่นยำเมื่อไหร่ หากวิกฤตเกิดขึ้น บอกได้เลยว่าผมจะผ่านไปได้ 

“ส่วนเป้ารายได้ 1,000 ล้านบาท ถ้าเศรษฐกิจดี จริงๆ ปีนี้หรือปีหน้าน่าจะถึง แต่อยู่ที่เศรษฐกิจด้วย ถ้าท่องเที่ยวเข้ามาเยอะก็มาช่วยได้อย่างน้อย 30% จะถึงไม่ถึงเราก็ตั้งไว้ก่อน แต่จากสถานการณ์ตอนนี้มองว่าน่าจะถึง 1,000 ล้านบาทได้ปี 2570-2571 เราเอาเท่าที่ไหว ไม่ต้องทำเท่าที่อยากได้ ถ้าอยากได้ อะไรก็ไม่พอ ไม่ใช่เราเอามันคนเดียว แต่ลูกน้องเสี่ยงไม่เอา ตอนนี้มีพนักงาน 600 คน เราใช้สูตรไม่มีค่าคอมมิชชั่น แต่มีเงินเดือน ปรับเงินเดือนให้ ตามความดี ขยัน มีวินัยและก็เป็นบวก ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นยังไง เราให้โบนัสและปรับเงินเดือน 10-20% ทุกปี”

เจ้าของหงส์ไทยยังบอกเคล็ดลับการขายว่า ใช้การตลาด 10 ชั้น เป็นโมเดิร์นเทรด 5 ชั้น โชห่วย 5 ชั้น รวมถึงมี 3 สาขาที่ทำเป็นเซ็นเตอร์เซอร์วิสของภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่ สุพรรณบุรี สกลนคร และปีหน้าจะขยายเพิ่มที่โคราช ทำควบคู่ไปกับการช่วยเหลือสังคม ที่ได้เดินหน้ามาหลายปีแล้ว เช่น โครงการช่วยเหลือเด็กยากไร้ ที่ให้ทุนทุกเดือน 

“ต่างจังหวัดเราจะได้กำไรตอนลูกค้าย้ายถิ่น เกิดการซื้อซ้ำ แต่ที่ทำให้หงส์ไทยเป็นที่รู้จัก ได้แรงหนุนจากพลังโซเชียล พลังปากต่อปากที่ช่วยสร้างหงส์ไทยให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ตัวจริง” ธีระพงศ์ทิ้งท้าย