หน้าแรก เศรษฐกิจ หยั่นหว่อหยุ่...

หยั่นหว่อหยุ่น โอดกำลังซื้อซึม ครึ่งปีแรกโตแค่ 2-3% เร่งส่งออก 200 ตู้ หนีสหรัฐขึ้นภาษี

18.07.25 | 10:56 น.

หยั่นหว่อหยุ่น โอดกำลังซื้อซึม ครึ่งปีแรกโตแค่ 2-3% เร่งส่งออก 200 ตู้ หนีสหรัฐขึ้นภาษี

วันที่ 18 กรกฎาคม นายวสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ กรรมการบริหารและผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายในประเทศ บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ 35% ใน 80 ประเทศ และในนี้มีส่งออกไปยังประเทศสหรัฐฯประมาณ 30% ถือเป็นตลาดใหญ่เป็นอันดับสอง หลังจากที่สหรัฐมีประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย 36% และได้มีการยืดเวลาให้ 90 วัน และจะเริ่มมีผลวันที่ 1 สิงหาคมนี้  อย่างไรก็ดีอาจจะมีข่าวดีว่าในกลุ่มสินค้าเครื่องปรุงรสอาจจะยังไม่มีการปรับภาษีขึ้น เนื่องจากยังไม่ได้อยู่ในสินค้าส่งออกไปสหรัฐใน 10 อันดับแรก ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาได้เพิ่มการส่งออกไปสหรัฐตั้งแต่ก่อนที่จะมีประกาศภาษีแล้วประมาณ 100-200 ตู้คอนเทนเนอร์ เพิ่มขึ้น 4-5 เท่าจากเดิมส่งออกเดือนละ 40-50 ตู้คอนเทนเนอร์ คิดเป็นมูลค่าการส่งออกกว่า 200 ล้านบาท โดยทำราคาพิเศษให้กับลูกค้าด้วย เพื่อรับมือกับอัตราภาษีที่จะเพิ่มขึ้นและรองรับรายได้ไปถึงสิ้นปีนี้ นอกจากนี้มุ่งไปตลาดใหม่ เช่นเน้นสินค้าเป็นเทรนด์สุขภาพ และพยายามหาตลาดส่งออกใหม่ๆ โดยที่ผ่านมาพยายามส่งออกไปยังประเทศแถบตะวันตก และหันมาเน้นตลาดเอเชีย มากขึ้นด้วย ส่วนการส่งออกไปประเทศกัมพูชา หลังปิดด่านมีผลกระทบต่อการขนส่งบ้างแต่บริษัทส่งผ่านทางพาร์ทเนอร์ค้าปลีกที่มีสาขาในกัมพูชา

นายวสุพลกล่าวว่า ปีนี้ถือว่าธุรกิจเผชิญกับปัญหารอบด้านทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ปัญหาข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้าน และภาวะเศรษฐกิจไทยที่กระทบต่อกำลังซื้อภายในประเทศ โดยในส่วนของหยั่น หว่อ หยุ่น ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมายอดขายทรงตัว เติบโต 2-3% ซึ่งลดลงมากเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่เติบโต 11% ปัจจัยหลักเกิดจากสภาพเศรษฐกิจปีนี้ที่ถือว่าต่ำสุด และจีดีพีก็ขยายตัวต่ำ โดยพยายามพยุงยอดขายไม่ให้ตกไปมากกว่านี้ อย่างไรรอลุ้นในช่วงไฮซีซั่นในครึ่งปีหลัง ที่จะมีทั้งเทศกาลสารทจีน กินเจและปีใหม่

“เดิมมองว่าปีนี้จะเป็นปีที่ดี แต่ทุกอย่างกลับตรงกันข้าม ปีนี้กำลังซื้อเงียบมาก ผมคิดว่าเราโตได้ 1-2% ก็แฮปปี้แล้ว จากเดิมจะโตดับเบิลดิจิตทุกปี ถือว่าปีนีหนักสุด เพราะขนาดโควิดเรายังโต 7-8% ถ้าปีนี้เราโต 1-2% ถือว่าต่ำสุดในรอบ 8 ปีเลยก็ว่าได้ แต่ปีนี้เรายังมีการลงทุนโรงงานเพิ่ม ที่สมุทรสาคร เพื่อขยายกำลังการผลิตในทุกไลน์สินค้า ใช้เงินลงทุนมากกว่า 500 ล้านบาท ถือเป็นการลงทุนใหญ่ในรอบ 3-4 ปี เพื่อรองรับตลาดในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเราวางเป้าจะเพิ่มการส่งออก 90% ภายใน 10 ปี และมีรายได้ 4-5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ปิดขายที่ 5,000 ล้านบาท ส่วนปีนี้คาดว่ารายได้คงใกล้เคียงกับปีก่อน” นายวสุพลกล่าว