ททท.กางแผนกระตุ้นเที่ยวไทยครึ่งปีหลัง อัด 7 โครงการใหญ่ หวังปั้นเงินสะพัด 200,507 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ทิศทางการท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2568 ททท.วางแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ผ่าน 7 โครงการ เพื่อกระตุ้นทั้งตลาดไทยเที่ยวไทย และตลาดต่างชาติเที่ยวไทย โดยคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเชิงบวกได้กว่า 200,507 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 226,102 คน สร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) เกือบ 50 เท่า จากงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรวงเงิน 3,960 ล้านบาทจากรัฐบาล ซึ่งหนึ่งในโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้วคือโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง สนับสนุนการเดินทางในประเทศผ่านการสมทบค่าโรงแรมที่พัก 50% จำนวน 5 แสนสิทธิ ซึ่งขณะนี้จากการเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม มีจำนวนสิทธิคงเหลือเพียง 3 แสนกว่าเท่านั้น
น.ส.ฐาปนีย์กล่าวว่า โครงการที่ 2 เป็นไทยแลนด์ ซัมเมอร์ บลาสต์ – ไชน่า แอนด์ โอเวอร์ซีส์ มาร์เก็ต สติมูลัส แพลน (Thailand Summer Blast-China & Overseas Market Stimulus Plan) ใช้งบประมาณ 750 ล้านบาท จะนำไปจัดกิจกรรมส่งเสริมเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) ในตลาดจีนและตลาดต่างประเทศอื่นๆ ด้วยการสนับสนุนเที่ยวบินละ 350,000 บาท ไม่น้อยกว่าจำนวน 1,000 เที่ยวบิน ใน 15 เมืองจากเมืองรองของจีนและตลาดศักยภาพ เพื่อดึงเที่ยวบินเหล่านี้เข้าสู่กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย พัทยา (อู่ตะเภา) กระบี่ และสมุย รวมถึงจัดกิจกรรมส่งเสริมโปรโมชั่นร่วม (Joint Promotion) กับเที่ยวบินพาณิชย์ของสายการบินต่างชาติและไทย โดยจำนวนสายการบินที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้มีไม่น้อยกว่า 5 ราย โดย ททท.คาดว่าจะช่วยสร้างรายได้การท่องเที่ยว 33,518 ล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยไม่น้อยกว่า 790,000 คน
น.ส.ฐาปนีย์กล่าวต่อว่า 3.การทำตลาดการท่องเที่ยวไทยร่วมกับแพลตฟอร์มจองออนไลน์ หรือโอทีเอ ในการเสนอขายสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทยปี 2568 งบประมาณ 800 ล้านบาท ผ่านการมอบโค้ดส่วนลดสินค้าการท่องเที่ยวไทยในโอทีเอให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยโค้ดส่วนลดอัตราส่วนไม่เกิน 17.5% มีวงเงินไม่เกินโค้ดละ 1,500 บาท จำนวน 533,333 โค้ด คาดว่าจะสร้างยอดขายโดยตรงจากการดำเนินงาน 7,200 ล้านบาท ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยไม่น้อยกว่า 950,000 คน
“4.สร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยว งบประมาณ 300 ล้านบาท ร่วมกับบุคคลที่มีชื่อเสียง อาทิ นักแสดง นักกีฬา อินฟลูเอนเซอร์ หรือผู้มีผลงานโดดเด่นระดับโลก ทำการสื่อสารภาพท่องเที่ยวของไทยในระดับโลก พร้อมจัดทำมาตรฐานความปลอดภัย โดยตั้งเป้าหมายสร้างการรับรู้ในสื่อออฟไลน์ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านคนต่อครั้ง สร้างการรับรู้ในสื่อออนไลน์ไม่ต่ำกว่า 600 ล้านครั้ง” น.ส.ฐาปนีย์กล่าว
น.ส.ฐาปนีย์กล่าวด้วยว่า 5.แผนงานประชาสัมพันธ์กระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยปี 2568 งบประมาณ 120 ล้านบาท สำหรับตลาดต่างประเทศจะมุ่งสร้างกระแสการเดินทางและสร้างภาพลักษณ์ เน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพที่มีกำลังซื้อสูง เสนอสินค้าอัลตราลักชัวรี่ จำนวนเงิน 100 ล้านบาท ตั้งเป้าสร้างการรับรู้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านคนต่อครั้ง ส่วนตลาดในประเทศจะเน้นสร้างกระแสการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยวและเที่ยววันธรรมดา ทั้งจากโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง และสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว จำนวนเงิน 20 ล้านบาท ตั้งค่าสร้างการรับรู้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านคนต่อครั้ง 6.ประชาสัมพันธ์สร้างกระแสการเดินทางของกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพ งบประมาณ 80 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายสร้างการรับรู้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านคน/ครั้ง และมีคนเข้าร่วมกิจกรรมไม่ต่ำกว่า 5,000 คน
น.ส.ฐาปนีย์กล่าวว่า โครงการกระตุ้นการกระจายตัวเดินทางท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว เชียงใหม่-ลำพูน (Night Market) งบประมาณ 150 ล้านบาท นำมาจัดกิจกรรมส่งเสริมการกระจายตัวและเพิ่มความถี่การเดินทางจากเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยว จำนวน 3 พื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน โดยใช้แนวคิดการจัดกิจกรรมถนนคนเดิน เป็นจุดขายและต่อยอดในการเพิ่มมูลค่าและช่องทางการเสนอขายสินค้าบริการของชุมชน ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่สอดแทรกอัตลักษณ์พื้นถิ่น รวมทั้งร่วมกับพันธมิตร อาทิ โรงแรมที่พัก สายการบิน มอบสิทธิพิเศษในการร่วมกิจกรรมรูปแบบต่างๆ อาทิ ส่วนลด ของที่ระลึก โดยมีเป้าหมายสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 216 ล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 26,000 คน และจำนวนผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 130,000 คน

