โรงแรมขอพื้นที่เสนอผู้ว่าแบงก์ชาติป้ายแดง เคาะมาตรการลดต้นทุนธุรกิจ เน้นภาษี-สินเชื่อ
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า จากการณีการมีผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่เป็นนายวิทัย รัตนากร โดยเบื้องต้นธุรกิจภาคการท่องเที่ยวและโรงแรมมีข้อเสนอแนะที่ต้องการให้ ธปท.พิจารณาหลักๆ คือ การพิจารณาลดภาระทางการเงินของธุรกิจ ซึ่งปกติช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคมของทุกปีจะเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) แต่ธุรกิจโรงแรมยังจำเป็นต้องชำระภาษีที่ดิน โดยเฉพาะปี 2568 นี้ที่หลายโรงแรมขาดกระแสเงินสด โดยเฉพาะโรงแรมในต่างจังหวัดที่มีเนื้อที่เยอะ แม้ไม่ได้เป็นโรงแรมในระดับ 4-5 ดาวก็ตาม จึงอยากให้ ธปท.มีมาตรการยืดหยุ่นในการบริหารจัดการต้นทุนภาระการเงินเหล่านี้
“การมีผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่นี้ เอกชนอยากให้พิจารณามาตรการต่างๆ ที่จะออกมาในระยะถัดไปอย่างเหมาะสม ทำงานภายใต้ความเป็นอิสระ แต่รับฟังเสียงของธุรกิจด้วยว่า มีผลกระทบอะไรหรืออย่างไร จึงต้องบอกว่าการมีผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่นี้ ถือเป็นความคาดหวังว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในการรับฟังเสียงสะท้อนของธุรกิจมากขึ้น เพราะมีภาษีสหรัฐเข้ามาส่งผลกระทบในหลายภาคส่วน ทั้งการส่งออก ท่องเที่ยว โรงงาน โรงแรมต่างๆ เป็นส่วนประกอบในการพิจารณาเพื่อยืดหยุ่นการออกมาตรการให้กับผู้ประกอบการ เป็นการรับฟัง แม้ไม่ได้รับข้อเสนอไปดำเนินการแต่ขอให้รับฟังก่อน ไม่ใช่การนิ่งเฉยหรืออิกนอร์ไปเลย” นายเทียนประสิทธิ์ กล่าว
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนอัตราดอกเบี้ยหากมีการปรับลดลงได้อีก ก็ถือเป็นผลเชิงบวกต่อภาคธุรกิจและการลงทุนอยู่แล้ว เนื่องจากส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลง ส่วนเรื่องอื่น อาทิ ค่าเงินบาทที่วิ่งอยู่ในโซนแข็งค่านั้น มองว่า ธปท.มีการควบคุมดูแลอยู่แล้ว แต่อยากให้พิจารณาค่าเงินที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์มากที่สุด ขณะเดียวกันมีข้อเสนอในเรื่องการเดินหน้าสู่ความยั่งยืน โดยในธุรกิจโรงแรม การจะไปสู่กรีนโฮเทล หรือโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้น ธปท.ต้องมีแพคเกจกสนับสนุนต้นทุนที่เกิดขึ้น อาทิ อาจช่วยเรื่องค่าตรวจประเมินในอนาคต ซึ่งขณะนี้มีโรงแรมจำนวน 600 แห่งพยายามตรวจประเมินให้ผ่านเกณฑ์สู่กรีนโฮเทลในปี 2569 นี้
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับภาพรวมการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องนั้น รัฐบาลจะต้องมีมาตรการที่สร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยออกมาอย่างเป็นนรูปธรรม อาทิ การจับกุมสิ่งที่เป็นความกังวลของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งแท็กซี่ หรือตุ๊กตุ๊กที่โกงราคาค่าบริการ การก่ออาชญากรรมอื่น โดยเฉพาะการเกิดเหตุจับตัวนักท่องเที่ยวเรียกค่าไถ่ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ต้องทำให้ชัดเจนว่าเราเอาจริงในการแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้ ไม่ใช่ประกาศออกไปเพียงว่า ประเทศไทยปลอดภัย แต่ไม่มีการแก้ปัญหาให้เห็นภาพชัดเจนออกมา โดยเสนอว่า เจ้าหน้าที่ควรดำเนินการจับกุมกลุ่มใหญ่และแถลงข่าวอย่างจริงจัง เพื่อให้มีภาพแบบนี้ออกมามากที่สุด โดยทั้งปี 2568 นี้ คาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะเข้ามาเที่ยวไทยประมาณ 5 ล้านคน
“เดือนมกราคม ปี 2568 ถือว่าเริ่มต้นได้ดีมากๆ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยต่อเนื่อง ทำให้มียอดสะสม ณ วันที่ 1 มกราคม ถึง 20 กรกฎาคม อยู่ที่ 18.3 ล้านคน แต่หากเทียบช่วงเดียวกันปี 2567 สัดส่วนติดลบ 5.91% โดยมีนักท่องเที่ยวมาเลเซียขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ส่วนนักท่องเที่ยวจีน เป็นอันดับ 2 และมีแนวโน้มน่าจะต่ำกว่าปี 2567 เพราะหากพิจารณาทั้งปีนี้ นักท่องเที่ยวจีนลดลงประมาณ 34% แต่หากตัดเดือนมกราคม ก่อนเกิดข่าวนักแสดงจีนเข้ามาหายตัวในชายแดนไทยออกมา เท่ากับตลาดจีนตอนนี้ลดลงกว่า 50% ถือว่าสูงมาก” นายเทียนประสิทธิ์ กล่าว

