‘เศรษฐา’ ชูโมเดล จีนแก้จน เร่ง‘ไฮสปีด’บูมการค้า-ลงทุน

24.07.25 | 12:36 น.

หมายเหตุ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวในช่วง Exclusive Dinner Talk ดำเนินรายการโดยนายสรกล อดุลยานนท์ หรือหนุ่มเมืองจันท์ ในงาน Exclusive Dinner Talk 50 ปี ไทย-จีน The Golden Road : From Now to Eternity เนื่องในวาระของการครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน จัดโดย เครือมติชน ที่เพลนารี ฮอลล์ 1 (Plenary Hall 1) ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม

เศรษฐา ทวีสิน

อดีตนายกรัฐมนตรี

อเล่าถึงประสบการณ์ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่มีโอกาสได้เดินทางไปพบและหารือกับท่านสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีนว่า เป็นความโชคดีของผมที่เมื่อผมดำรงตำแหน่งได้ 1 เดือน ก็เป็นช่วงครบรอบการประชุมร่วมโครงการ “แถบและเส้นทาง” (Belt and Road Initiative) ซึ่งเป็นเรื่องของการสร้างรถไฟจากภูมิภาคอาเซียนไปสู่ประเทศจีน ผมจึงมีโอกาสเดินทางไปประเทศจีนร่วมกับคณะนักธุรกิจหลายคนมองว่าการเจรจาครั้งนั้นครบสมบูรณ์แบบ เพราะนอกจากการประชุมร่วมกับหลายประเทศที่จะร่วมการพัฒนาเส้นทางรถไฟดังกล่าว ตั้งแต่ประเทศสิงคโปร์จนถึงประเทศจีน และคงจะไปถึงทวีปยุโรป และผมมีโอกาสประชุมทวิภาคีกับท่านสี จิ้นผิง ยอมรับว่าท่านมือใหญ่และมีความอบอุ่นมาก ให้ความกรุณากับคณะที่ไปเจรจาเป็นอย่างยิ่ง และได้มีการพูดคุยกันในหลายมิติ 

แน่นอนว่าเรื่องสำคัญที่สุดที่เราคุยกันคือเรื่องการสร้างรถไฟความเร็วสูง ที่ประเทศไทยเป็นองค์ประกอบอันหนึ่งที่สำคัญมาก ในระยะยาวเราจะมีทางรถไฟตั้งแต่จังหวัดนครราชสีมาไปถึงจังหวัดหนองคาย ผ่านประเทศลาวไปสู่ประเทศจีน เราจะเชื่อมโยงไปสู่ภาคใต้ จนถึงประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย จะเป็นเส้นทางที่เราใช้ลำเลียงส่งอาหารไปยังประเทศจีนได้ เนื่องจากเราเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางอาหารสูง จึงสามารถป้อนความต้องการของประเทศจีนได้ 

Advertisement

เราเป็นจุดยุทธศาสตร์อันหนึ่ง หรือหากเรามองไปที่ประเทศนิวซีแลนด์และประเทศออสเตรเลีย ที่มีความมั่นคงทางอาหารสูงมากเช่นกัน การที่จะส่งอาหารไปยังประเทศจีนได้นั้น หากผ่านและมาลงที่ประเทศสิงคโปร์ สามารถขึ้นรถไฟความเร็วสูงไปสู่ประเทศจีนได้ หากเราสามารถสร้างทางรถไฟดังกล่าวได้เสร็จ ก็จะข้ามผ่านทางลาวไปสู่ประเทศจีนได้ 

อย่างไรก็ตาม ผมขอเสริมในเรื่องของอุปสรรคในการสร้างว่า การใส่เงินอย่างเดียวนั้นไม่พอ การใส่ใจก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของวัน สต๊อป เซอร์วิส (one stop service) เช่น หากเราสร้างรถไฟความเร็วสูงแล้วสามารถลดระยะเวลาในการเดินทางจากจุดใต้สุดไปสู่จุดเหนือสุดได้ แต่ต้องไปเสียเวลาตรงชายแดน เพราะต้องผ่านหลายโต๊ะ เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ หรือกรมศุลกากร ตรงนั้นเสียเวลาค่อนข้างจะเยอะ สินค้าชายแดนต้องรอ 4-5 โต๊ะกว่าจะผ่านไปได้ บางทีรถไฟออกไปแล้วสินค้าออกไปไม่ได้ 

ปัจจัยที่ทำให้ประเทศจีนก้าวกระโดดขึ้นมาถึงทุกวันนี้

ผมมองว่าเรื่องใหญ่ที่สุด

ที่มีการพัฒนาอย่างดีมากในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา

คือการกำจัดความยากจน

เป็นจุดใหญ่ที่สุดที่ทำให้จีนมีความแข็งแกร่ง

ดังนั้นหากเราไม่สามารถจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ และเชื่อว่ารัฐบาลของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และเรื่องนี้เองก็มีความเกี่ยวข้องกับการขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะหากเราสามารถอำนวยความสะดวกและจัดการปัญหาต่างๆ ในเรื่องการค้า จนทำให้เกิดการเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ส่วนจะได้เห็นโครงการนี้เสร็จเมื่อใดนั้น เข้าใจว่าจะมีการประมูลเร็วๆ นี้ คาดว่าจะได้เห็นภายใน 3 ปี แต่บางจุดยุทธศาสตร์ก็มีการเริ่มสร้างแล้ว เช่น ในช่วงจังหวัดขอนแก่นถึงจังหวัดหนองคาย

สำหรับประสบการณ์ในห้วงเวลาที่ดีลกับประเทศจีนนั้น คําว่า “ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” เป็นคำที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่ไปควบคู่กัน เรื่องการค้าขายถือเป็นเบอร์หนึ่งในหัวใจเขา ตอนที่ผมเดินทางไปประเทศจีน นอกจากเรื่องการสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ไปถึงทวีปยุโรปแล้ว เราก็ได้พบปะกับหลายบริษัททั้งที่เป็นกลุ่มทุนของเขา และที่มาลงทุนในประเทศเรา อาทิ บริษัทที่ทำ Data Center หรือบริษัทที่มาสร้างหัวรถจักรในประเทศไทย ดังนั้น การเจรจากับเขาเพื่อให้เกิดการค้าและการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญ 

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญ ไม่ใช่แค่การเชิญมาลงทุนและให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี แต่การแลกเปลี่ยนบุคลากรก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะธุรกิจใหม่ๆ ที่ประเทศจีนมาลงทุนในประเทศไทย เราเองก็อาจจะไม่มีความพร้อม ดังนั้นส่วนหนึ่งของการเจรจาก็คือ “People to People Exchange” ต้องมีการแลกเปลี่ยนความพร้อม ถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกัน

ปัจจัยที่ทำให้ประเทศจีนก้าวกระโดดขึ้นมาถึงทุกวันนี้ ผมมองว่าเรื่องใหญ่ที่สุด ที่มีการพัฒนาอย่างดีมากในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา คือการกำจัดความยากจน เป็นจุดใหญ่ที่สุดที่ทำให้จีนมีความแข็งแกร่ง ผู้นำมีการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง เกิดการสานต่อนโยบายระยะยาวได้อย่างดี การที่นโยบายกำจัดความยากจนออกไปเป็นนโยบายหลัก ทำให้ผู้นำอยู่ในอำนาจได้นาน 

ส่วนแนวทางของประเทศจีนที่คิดว่าจะนำมาปรับใช้กับประเทศไทยได้นั้นก็มีหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาที่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะการที่ประเทศจีนสามารถผลิตบัณฑิตให้ตรงกับตลาดแรงงานภาคอุตสาหกรรมที่มีความเปลี่ยนแปลงไป เช่นด้านอิเล็กทรอนิกส์ Data Center และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งประเทศจีนถือเป็นรุ่นใหญ่ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา หากเขาไม่มีบุคลากรที่ดี หรือสามารถเข้ามาได้ตรงกับตลาดแรงงาน ผมก็เชื่อว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ ของประเทศจีน ก็ไม่สามารถมาไกลจนถึงจุดนี้ได้

ส่วนในมุมมองความเป็นภาคเอกชนที่มีต่อประเทศจีน ต้องยอมรับว่าคนจีนมีความขยัน อดทน และมีความมุ่งมานะ ถือเป็นแก่นสารของคนที่จะประสบความสำเร็จ หากเราไม่มีความมุ่งมานะหรือความขยันก็ถือว่าเป็นปัญหา รัฐบาลเองก็ต้องมีหลักสูตรการเรียนการสอนที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพราะอุตสาหกรรมมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในช่วง 30-40 ปีที่ผ่านมา เราเป็น Detroit of the East ในเรื่องของการผลิตรถยนต์สันดาป มี supply chain ที่แข็งแกร่งจากประเทศญี่ปุ่น แต่ขณะนี้ตลาดก็มีความเปลี่ยนแปลงเยอะ หากเราไม่สามารถพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงหลักสูตรในการป้อนบัณฑิตเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมีคุณภาพ ก็จะมีปัญหา

สำหรับปัญหาเรื่องการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนขณะนี้ ต้องยอมรับว่าปัญหาคือเรื่องความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัย รวมถึงความมั่นใจในการที่นักท่องเที่ยวของเขาจะไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เช่นไกด์ผี แท็กซี่เถื่อน ต้องยอมรับตรงนี้ก่อน ส่วนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งคนละครึ่งทาง หรือการให้เงินสนับสนุนก็จะค่อยๆ ตามมา หากเราเกาไม่ตรงจุด กระตุ้นก่อนโดยที่ไม่ให้ความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัย จะถือเป็นเรื่องใหญ่ เรากำลังจะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในเดือนกันยายน ซึ่งตรงกับช่วง Golden week ของประเทศจีน ผมมองว่าควรจะมีการเตรียมความพร้อม ที่ผ่านมาก็ได้มี สุขุมวิทโมเดล ที่มีการกวาดล้างยาเสพติด ขอทาน
การจัดระเบียบความสะอาด หรือการจอดรถตามถนน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว แม้จะเป็น sandbox เล็กๆ แต่ก็สามารถขยายไปทำในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ได้ เช่น เยาวราช พัทยา หรือจังหวัดเชียงใหม่ ว่าความไว้ใจของนักท่องเที่ยวที่ให้กับรัฐบาลไทยจะดีขึ้น 

ส่วนงบประมานในการกระตุ้นให้เกิดการมาเที่ยวในประเทศไทยนั้น จะเป็นตัวที่มาเสริมได้ ส่วนเรื่องการสื่อสารให้ชาวจีนได้รับรู้ถึงความปลอดภัยนั้น ผมมองว่าเราต้องทำให้เห็นก่อน เชื่อว่าการมาเที่ยวเมืองไทย เป็นเรื่องของความน่าสนใจของวัฒนธรรมและอาหาร ซึ่งหลายอย่างเราเฝ้ามองดูอยู่แล้ว แต่หากเราให้ความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยได้ เชื่อว่ามีช่องทางต่างๆ เช่นโซเชียลมีเดีย ที่จะสามารถสื่อสารให้เขาเข้าใจได้

ส่วนสิ่งที่ยังขาดในการเป็นหุ้นส่วนระหว่างไทยกับจีนนั้น เป็นที่ประจักษ์ว่าเราเสียดุลการค้าให้แก่จีนเยอะ แต่การขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ เป็น wake up call ให้เราเปิดตลาดใหม่ๆ ในแง่ของผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ผลไม้ที่เราส่งออกไปขายต่างประเทศ จะทำให้เราลดการขาดดุลลงไปได้เยอะมาก ทูตพาณิชย์อาจจะต้องมีตัวชี้วัด (KPI) ใหม่ แทนที่จะต้องขายข้าวหรือขายทุเรียนอย่างเดียว หากเราเจรจากับเขาจนทำให้ภาษีนําเข้าสินค้าผลไม้จากเขา เช่น แอปเปิล เชอรี่และลูกแพรลดลง จนส่งเข้ามาประเทศไทยได้เยอะขึ้น มังคุดกับลำไยของเราก็จะประสบปัญหา แต่หากเราเตรียมความพร้อม สามารถเปิดตลาดใหม่ๆ ได้ก็จะสามารถลดการขาดดุลได้มาก หากทำงานคู่ขนาน สามารถเปิดตลาดใหม่ได้ จะสามารถลดได้

ส่วนสิ่งที่ห่วงเป็นพิเศษ ผมมองว่าการที่เรามีความสัมพันธ์กับประเทศจีนมาอย่างยาวนาน 50 ปี และมีความผูกพันด้านเชื้อสายและวัฒนธรรม แม้หลายคนจะเป็นห่วงว่าหากเรามีการประนีประนอมเรื่องภาษีสหรัฐ ทางประเทศจีนจะไม่พอใจ มีหลายเรื่องที่คนอาจจะยังไม่ทราบ เช่นเรื่องที่สหรัฐขอเข้ามาสร้างโรงงานผลิตอาวุธที่ประเทศไทย ทั้งที่ประเทศจีนก็มีโรงงานผลิตอาวุธที่ไทย 2 โรงงาน ทั้งนี้ เชื่อว่าเรื่องเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ วันนี้ปัญหาเฉพาะหน้าคือภาษีสหรัฐ เชื่อว่าทีมเจรจาจะสามารถเจรจาจนได้ภาษีในอัตราที่เหมาะสม ไส้ในของการเจรจาก็มีอยู่เยอะ เรามีหลาย supply chain ที่แข็งเกร่ง 

เพราะฉะนั้น หากเราต้องให้ผลประโยชน์อะไรกับสหรัฐ แล้วจะกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนหรือไม่นั้น ผมเชื่อว่าไม่น่ามีประเด็น หากเราได้ลดภาษีลงมา ก็ต้องมีการตั้งคณะทำงานคู่ขนานว่าเราจะไปคุยอะไรกับจีน เราจะเอาอะไรไปแลกเปลี่ยนกับเขา เขามีความไม่สบายใจอะไรบ้าง เราต้องทราบว่าต้องให้อะไรเขาบ้าง ส่วนการถ่วงดุลทั้ง 2 ฝ่ายจะมีผลกระทบหรือไม่นั้น ผมเชื่อว่าไทยและจีนมีความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน เราจะรวยไปด้วยกัน ดีไปด้วยกัน ประสบความสำเร็จทางธุรกิจไปด้วยกัน เพราะฉะนั้น การแลกเปลี่ยนไม่ว่าจะเป็นด้านภาษี คน หรือการลงทุน เป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญ และหากเราสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศจีนผ่านเส้นทางรถไฟได้ เชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนจะยังดี 

ส่วนที่อยากให้คนไทยเข้าใจอะไรจีนมากขึ้นนั้น ผมอยู่ในวงการธุรกิจมานาน ทำการค้าขายกับคนจีนมานาน เชื่อว่าปรัชญาการทำธุรกิจของทั้งคู่ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงในการพัฒนาความสัมพันธ์ แต่เราต้องทำโครงรถไฟความเร็วสูงให้สำเร็จ เป็นเรื่องที่สำคัญ ต้องใส่ใจไม่ใช่แค่ใส่เงิน ส่วนเรื่องที่ผมอยากให้จีนเข้าใจไทยนั้น หากเราต้องมีการประนีประนอมเรื่องภาษีสหรัฐ เราก็มีความจำเป็น แน่นอนว่าเราจะไม่ปล่อยปละละเลยให้จีนเสียเปรียบในการทำการค้าขาย

สำหรับภาพที่อยากเห็นในความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนหลังจากนี้ ที่ผ่านมา 50 ปีเราทำกันมาอย่างดีมาก โดยเฉพาะในระดับพระบรมวงศานุวงศ์ที่เสด็จเยือนประเทศจีน รวมถึงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 จะเสด็จฯเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการ เป็นการตอกยํ้าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนให้ดีขึ้น 

ทั้งนี้ผมขอยํ้าว่าเรื่องสำคัญที่สุดของจีนตอนนี้คือ Belt and Road Initiative ต้องทำเรื่องการสร้างรถไฟความเร็วสูง เพราะเราเป็นจิ๊กซอว์สำคัญมากที่สุดอันหนึ่ง ในการช่วยเหลือเขาสร้างความมั่นคงด้านอาหาร เพื่อให้เกิดการค้าขายที่เป็นธรรม