หน้าแรก เศรษฐกิจ หุ้นไทยพุ่งแร...

หุ้นไทยพุ่งแรง บวก 27.38 จุด หวังไทยเจรจาสหรัฐดีลภาษีถูกลง พร้อมวิเคราะห์ 4 ภาพเป็นไปได้

23.07.25 | 17:56 น.
ภาพโดย Gerd Altmann จาก Pixabay

หุ้นไทยพุ่งแรง บวก 27.38 จุด หวังไทยเจรจาสหรัฐดีลภาษีถูกลง พร้อมวิเคราะห์ 4 ภาพเป็นไปได้

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,191.75 จุด เคลื่อนไหวในแดนบวกที่ระดับ 1,219.13 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 27.38 จุด หรือบวก 2.30% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,222.75 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,202.25 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 42,001.61 ล้านบาท

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง 27 จุดกว่า โดยมีปัจจัยบวกเป็นเรื่องภาษีการค้าสหรัฐ ที่ได้ข้อสรุปของประเทศฟิลิปปินส์และญี่ปุ่น จากการปิดดีลการค้าร่วมกับสหรัฐได้ จึงคาดหวังว่าประเทศไทยและประเทศอื่นๆ จะปิดดีลตามมาได้ โดยเฉพาะไทยที่คาดหวังการได้อัตราภาษีที่ลดต่ำกว่า 36% ถือเป็นการตอบรับแรงคาดหวังดังกล่าว ส่วนตลาดหุ้นไทยจะเป็นขาขึ้นได้นานมากน้อยเท่าใดนั้น ตอนนี้มองแนวโน้มยังเป็นขาขึ้น แต่เป็นขาขึ้นระยะกลาง เพราะต้องรอรายละเอียดเรื่องภาษีนำเข้าจากสหรัฐที่สรุปชัดเก่อน โดยมองแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1,231 จุด และ 1,240 จุด ก่อนถึงจะมองมีโอกาสแตะ 1,300 จุด ส่วนแนวรับที่ระดับ 1,200 จุด และ 1,210 ครับ

ทั้งนี้ หุ้นปรับขึ้น 427 บริษัท หุ้นปรับลง 79 บริษัท โดยมี Sector ปรับขึ้นหนุนดัชนี คือ อิเล็กฯ (DELTA, KCE, HANA), โรงไฟฟ้า (GULF, GPSC, BGRIM), ค้าปลีก (CPALL, CRC, DOHOME), ธนาคาร (BBL, KTB) และ ท่องเที่ยว (AOT, MINT, CENTEL)

นายฐกฤต กล่าวว่า จากดีลที่ทยอยมีข้อสรุปสหรัฐกับบางประเทศ และการประเมินมุมมองการแข่งขันใหม่ ผ่านการอิง Effective tariff rate (คำนวณใช้ภาษีนำเข้าถ่วงน้ำหนักตามสินค้าที่สหรัฐนำเข้าแต่ละประเทศนั้น เพื่อสะท้อนความถูก – แพงในมุมมองผู้บริโภคสหรัฐ) ฉากทัศน์ใหม่จะเหลือ 4 รูปแบบ (เดิม 5 รูปแบบ) โดยหลักทรัพย์ กรุงศรี สรุประดับภาษีที่ไทยเสี่ยงเสียศักยภาพแข่งขันด้วยแนวทางดังกล่าวจะอยู่ที่เกินกว่า 25% ภายใต้ 4 ฉากทัศน์ที่เราวางในปัจจุบัน ได้แก่ 1.ไทยได้ดีล Reciprocal Tariff 15–18% Effective Ttariff Rate(ETR) ของไทยสุทธิจะอยู่ประมาณ 17-18% ต่ำกว่าอินโดนีเซีย (ETR 26%) และเวียดนาม(ETR 18.4%) คาดดัชนีหุ้นจะตอบรับทางบวก ซื้อขายระดับ 1,260-1,300 จุด 2. ไทยได้ดีลภาษี Reciprocal Tariff 19-22% ต่ำกว่าระดับอินโดนีเซีย แต่ใกล้เคียงกับเวียดนาม หุ้นจะปรับขึ้นแคบๆ 2-3% กรอบ 1,230-1,260 จุด

Advertisement

นายฐกฤต กล่าวต่อว่า 3.ไทยได้ดีลภาษี Reciprocal Tariff 22-25% Effective tariff rate ของไทยจะอยู่ประมาณ 21% ดีกว่าอินโดนีเซีย และยังแข่งกับเวียดนามได้ ประเมินเป็นกลาง ดัชนีจะแกว่งตัวรอปัจจัยใหม่บริเวณ 1,200-1,230 จุด และ 4.ไทยไม่ได้ดีลภาษี Reciprocal Tariff ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ คงอัตราภาษีที่ 36% แย่กว่าอินโดนีเซียและเวียดนาม ETR ของไทยจะอยู่ 25% ดีกว่าอินโดนีเซียเล็กๆ ที่ 26% แต่เสียเปรียบเวียดนาม 18.4% ประเมินกรณีนี้จะเป็นลบเทียบกับความคาดหวังตลาดในปัจจุบัน ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับฐานลงไปแกว่งบริเวณ 1,120-1,150 จุดอีกครั้ง