ส่งออกไทย มิ.ย.พุ่ง 15.5% ดันครึ่งปีแรกทะลุ15 % แต่ ก.ค.เริ่มแผ่ว ปัจจัยภาษีทรัมป์-บาทแข็ง
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยเดือนมิถุนายน 2568 มีมูลค่า 28,649.9 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 938,533 ล้านบาท ขยายตัว 15.5% และเป็นการขยายตัว 12 เดือนต่อเนื่อง หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 15.6% ทั้งนี้ ปัจจัยหนุนส่งออกยังขยายตัวได้สูง คือ 1. การชะลอการใช้มาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกา ทำให้ผู้นำเข้าในสหรัฐฯ เร่งนำเข้าสินค้าจากไทยมากขึ้นเพื่อปิดความเสี่ยงด้านราคาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 2. ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน ที่มีสัดส่วนรวมกัน 31.8% ของส่งออกรวม สามารถเติบโตได้ดี ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัล 3.สินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะผลไม้สดและแช่แข็งฟื้นตัวกลับมาได้ดี ด้วยเป็นเดือนที่มีผลผลิตมากและแผนเร่งส่งออก เช่นเดียวกับ มันสำปะหลัง น้ำมันปาล์ม น้ำตาลทราย ไก่แปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยง กลับมาขยายตัวสูง

นายพูนพงษ์กล่าวว่า ส่งผลให้การส่งออกครึ่งแรก ของปี 2568 มีมูลค่า 166,851.9 ล้านเหรียญสหรัฐ และขยายตัว 15% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 14.2% อีกทั้งตลาดส่งออกโดยรวมขยายตัวดีต่อเนื่อง อาทิ ตลาดสหรัฐขยายตัว 41.9% จีน 23.1% สหภาพยุโรป (27) 11.9% CLMV 9% เอเชียใต้ 20.1% รัสเซียและกลุ่ม CIS 14.1% และสหราชอาณาจักร 17.6% ตลาดอื่น ๆ ขยายตัว 202.4%
ทั้งนี้ ในรายละเอียด เดือนมิถุนายน 2568 ส่งออกมีมูลค่า 28,649.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 15.5% การนำเข้า มีมูลค่า 27,588.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 13.1% ไทยเกินดุลการค้า 1,061.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ภาพรวมครึ่งปีแรก 2568 ส่งออกมีมูลค่า 166,851.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 15 % นำเข้า มีมูลค่า 166,914.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 11.6 โดยไทยขาดดุล 62.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับในรูปเงินบาท เดือนมิถุนายน ส่งออก 938,533 ล้านบาท ขยายตัว 5.1% นำเข้า 914,880 ล้านบาท ขยายตัว 3% ไทยเกินดุล 23,654 ล้านบาท โดยรวมครึ่งปีแรกส่งออก 5,578,959 ล้านบาท ขยายตัว 7.6% นำเข้า 5,651,241 ล้านบาท ขยายตัว 4.6% และไทยขาดดุล 72,282 ล้านบาท

“แนวโน้มส่งออกเดือนกรกฎาคมนี้ เชื่อว่าจะยังบวกต่อเนื่องแต่อาจขยายตัวไม่ถึง 2 หลัก และส่งออกครึ่งปีหลังยังมีปัจจัยกดดันหลายด้าน ซึ่งการส่งออกไทยปีนี้ยังขยายตัวเป็นบวกได้แน่นอน และถึง 2-3% ตามที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าไว้ ถ้าจะขยายตัวทั้งปี 2-3% ครึ่งปีหลังการส่งออกไทยจะมีมูลค่า 23,300-23,800 เหรียญสหรัฐต่อเดือน เชื่อว่าอย่างไรก็น่าจะมีมูลค่าสูงกว่านี้ หากอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐของไทยเกาะกลุ่มอาเซียน 18-20% ก็จะได้รับผลกระทบไม่มาก แต่หากสูงกว่านั้นก็กังวล และยังเจอเรื่องค่าบาทแข็ง ทำให้ไทยแข่งขันด้านราคาได้ยากมากขึ้น ” นายพูนพงษ์ กล่าว
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ปัจจัยกดดันต่อการส่งออกจากนี้ คือ จากมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ ส่งผลต่อการค้าไทยและโลกอย่างมีนัยสำคัญ ผลของการเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ก่อนที่ภาษีต่างตอบแทนจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อทิศทางการค้าระหว่างประเทศในอนาคตของไทย โดยไทยได้ยื่นข้อเสนอฉบับใหม่ที่เปิดตลาดมากขึ้นให้กับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ซึ่งได้รับการตอบรับในทิศทางที่ดี คาดว่าไทยจะได้รับอัตราภาษีที่เหมาะสม และยังสามารถแข่งขันกับประเทศผู้ส่งออกรายอื่นในภูมิภาคได้ ที่อัตราภาษีอยู่ที่ 18-20%

แต่ในระยะยาวการสร้างความสมดุลทางการค้ากับสหรัฐฯ ถือว่าจะเป็นโอกาสให้ไทยเร่งปรับปรุงโครงสร้างการส่งออกไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต สร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศเพื่อรองรับการกระจายความเสี่ยงการผลิตและลงทุน และยกระดับสภาพแวดล้อมทางการค้าของประเทศให้แข่งขันได้ในระดับโลกเพิ่มขึ้น ในส่วนของการบรรเทาผลกระทบ ภาครัฐได้เตรียมความพร้อมด้วยมาตรการสนับสนุนทั้งภาคธุรกิจและเกษตรกรรม สำหรับปัจจัยอื่น ๆ ที่คาดว่าจะส่งผลต่อการส่งออกในครึ่งปีหลัง อาทิ ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ผลไม้ที่กำลังออกสู่ตลาด สงครามในตะวันออกกลาง การชะลอการลงทุนเพื่อรอดูท่าทีการเจรจา การปรับตัวของผู้ส่งออกในการปรับเปลี่ยนแหล่งนำเข้าวัตถุดิบให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของการลดภาษีของสหรัฐฯ สถานการณ์เหล่านี้เป็นประเด็นที่กระทรวงพาณิชย์ยังคงต้องติดตามและหามาตรการรับมือ
เพื่อแก้ปัญหา และหาแนวทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมต่อไป

