หน้าแรก เศรษฐกิจ คลัง อัด 3 มา...

คลัง อัด 3 มาตรการอุ้มเอสเอ็มอีสู้ภาษีทรัมป์ ใช้งบ 4.5 หมื่นล้านรับมือผลกระทบ

25.07.25 | 05:59 น.

คลัง อัด 3 มาตรการอุ้มเอสเอ็มอีสู้ภาษีทรัมป์ ใช้งบ 4.5 หมื่นล้านรับมือผลกระทบ

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานสัมมนา Thailand SMART SME 2025 ภายใต้หัวข้อ “Smart Solutions & Sustainable Growth” จัดโดยโพสต์ทูเดย์ ร่วมกับ SME D Bank และ AIS ว่า ปัจจุบันเอสเอ็มอีไทยมีสัดส่วนต่อ GDP ราว 35% แม้มีจำนวนมาก แต่โอกาสเติบโตเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ยังต่ำ ขณะที่มีการล้มหายและเกิดใหม่ในอัตราสูง โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวน และการแข่งขันสูงขึ้น

เอสเอ็มอีไทยยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มจากกติกาการค้าที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะกรณีการเก็บภาษีสินค้านำเข้าโดยสหรัฐ ซึ่งไทยยังอยู่ระหว่างการเจรจาภายในกรอบเวลาที่กำหนดไว้ถึง 1 สิงหาคมนี้ โดยยืนยันว่า “ทีมไทยแลนด์” จะใช้เวลาที่เหลืออย่างเต็มที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และมุ่งสู่แนวทาง Win-Win หากจำเป็นต้องเสียเปรียบก็จะพยายามให้ได้น้อยที่สุด

“อย่าเพิ่งถอดใจ เหมือนฟุตบอลที่ยังไม่จบครึ่งหลัง เราอาจกลับมาทำแต้มได้ การเจรจาอาจช้ากว่าประเทศอื่น แต่เราต้องได้ดีลที่ดีที่สุด ไม่ใช่เพียงเสร็จเร็ว” นายลวรณกล่าว

สำหรับผลกระทบต่อเอสเอ็มอีที่อาจตามมาจากต้นทุนการส่งออกที่เพิ่มขึ้น และการแข่งขันภายในประเทศจากสินค้านำเข้าจากสหรัฐ โดยยืนยันว่ารัฐบาลเตรียมมาตรการดูแลไว้ครบถ้วนใน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

Advertisement

1.งบกระตุ้นเศรษฐกิจและงบประมาณปี 2569 ประกอบด้วย งบกระตุ้นเศรษฐกิวงเงิน 20,000 ล้านบาทจากงบกลางปี 2568, งบประมาณปี 2569 ที่จะเริ่มใช้ 1 ตุลาคมนี้ อีก 25,000 ล้านบาท พร้อมเสริมบทบาทของ SME D Bank ให้ดำเนินการเชิงรุกในการเข้าถึงผู้ประกอบการมากขึ้น

2.สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และค้ำประกันสินเชื่อ ประกอบด้วย ซอฟต์โลนจากธนาคารออมสิน วงเงินรวม 200,000 ล้านบาท เปิดให้เอสเอ็มอีติดต่อสถาบันการเงินเพื่อขอสินเชื่อได้แล้ว, บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) พร้อมค้ำประกันสินเชื่อผ่านโครงการ PGS11 วงเงิน 50,000 ล้านบาท, เตรียมโอนหนี้เสียไปยัง AMC (บริษัทบริหารสินทรัพย์) เพื่อช่วยให้ระบบธนาคารปล่อยกู้ใหม่ได้คล่อง และปรับเกณฑ์เครดิตบูโร โดยจะลดระยะเวลาพิจารณาประวัติจาก 36 เดือนเหลือ 6 เดือน เพื่อให้ SME ที่เคยมีประวัติเสียสามารถเข้าถึงสินเชื่อใหม่ได้เร็วขึ้น

3.กลไก Venture Capital (VC) ประกอบด้วย SME D Bank จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการ ไม่ใช่เพียงปล่อยกู้ แต่เข้าไปเสริมองค์ความรู้, เป็นมิติใหม่ที่รัฐสนับสนุนเอสเอ็มอีแบบ “ลงเรือลำเดียวกัน” และจะทยอยถอนตัวเมื่อผู้ประกอบการมีความแข็งแรง และกระทรวงการคลังพร้อมสนับสนุนกลไก VC ทั้งด้านงบประมาณและการกำกับทิศทาง

“รัฐบาลจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนปัญหาและความต้องการ หากเอสเอ็มอีโต เศรษฐกิจไทยก็จะโตตามไปด้วย” ปลัดคลังกล่าว