ปธ.ยุทธศาสตร์ ส.เอสเอ็มอีไทย วอนเร่งลดความกังวลใจ 3 ด้าน หลังเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งรุกล้ำดินแดนไทยของกัมพูชาและเกิดการปะทะสูญเสียระหว่างไทย-กัมพูชา และเป็นที่น่ากังวลใจของผู้ประกอบการและประชาชนไทย ขอมองใน 3 ด้าน คือ
1. ความมั่นคง การลดระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับกัมพูชาถือเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้นำกัมพูชาที่ ขาดภาวะความเป็นผู้นำประเทศที่ต้องส่งเสริมการสร้างความสงบ สันติภาพและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดี ผู้ประกอบการ ประชาชนมีความมั่นใจทางกองทัพ ขีดความสามารถของทหารที่ปกป้องอธิปไตยไทยได้อย่างแน่นอน โดยเราเล็งเห็นความสำคัญของความมั่นคงชาติมาเป็นอันดับแรกที่จะไม่ยอมให้กัมพูชารุกราน เป็นกำลังใจและพร้อม สนับสนุนให้ความร่วมมือร่วมใจกับกองทัพไทยในทุกมิติ โดยไทยยังมีความจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์รบไป เจรจาไป รวมทั้งการสร้างพันธมิตรระหว่างประเทศในเวทีนานาชาติ ต้องชี้ให้เห็นการก่อความรุนแรงของกัมพูชาอย่างขาดคุณธรรม จริยธรรม ขณะเดียวกันต้องสร้างบทเรียนให้กับผู้นำกัมพูชาอย่างถึงที่สุด สิ่งสำคัญ คือ มาตรการในการป้องกัน ปกป้องอพยพประชาชนไทยให้อยู่ในสถานที่พักพิงอย่างปลอดภัยจากสถานการณ์เสี่ยงแนวชายแดน
2. เศรษฐกิจ ที่จะฉุดรั้ง GDP เป็นจุดเปราะบางของการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาที่อ่อนไหวและส่งผลในระยะยาว การลงทุนระหว่างประเทศไทย-กัมพูชาจะต้องหยุดชะงักและแนวโน้มความเชื่อมั่นของนักลงทุนไทยและต่างประเทศที่ลดลง การท่องเที่ยวไทยที่จะส่งผลต่อการเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งจากปัญหาดังกล่าวข้างต้นไทยต้องเร่งขยับ มาตรการส่งเสริม สนับสนุนกลุ่มสินค้า บริการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมกับผู้ประกอบการแต่ละขนาด อาทิ ด้านตลาดใหม่รองรับทั้งในและต่างประเทศ ด้านสินเชื่อ Soft loan และการเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ลดภาระดอกเบี้ยรองรับการเปลี่ยนแปลงที่ต้องเข้าถึงได้จริง แผนการรองรับการขนส่งสินค้า การดูแลแรงงานกัมพูชาที่ทำงานในประเทศไทยไม่ให้เกิดความขัดแย้งบานปลาย แผนรองรับกิจการที่มีการพึ่งพาแรงงานต่างด้าวสูง (กัมพูชา) เพื่อลดความเสี่ยงจากการเคลื่อนย้ายแรงงานกลับประเทศ อีกทั้งการดูแลผู้ประกอบการและแรงงานไทยในกัมพูชาให้ปลอดภัย
3. สังคมและสาธารณสุข การดูแลบำบัดด้านจิตใจ ภาวะความเครียดจากการสูญเสียคนในครอบครัว ที่อยู่อาศัยของประชาชนในพื้นที่ และการดูแลอาหาร น้ำดื่ม ซ่อมแซมอาคารบ้านเรือน ความเป็นอยู่ประชาชนไทยที่ประสบภัย แผนการดูแลผู้ป่วย นักเรียนให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสมหากความขัดแย้งมีระยะเวลานาน
ทั้งนี้ การเร่งปรับตัวของผู้ประกอบการที่พึ่งพาตลาดประเทศกัมพูชา หรือเป็น Value chain สำคัญของผู้ประกอบการที่ส่งสินค้า บริการไปกัมพูชาในห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจ อาทิ การวางแผนการผลิต การตลาด การเงิน โลจิสติกส์ เป็นต้น ให้มีแผนบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจและรองรับลดผลกระทบ นอกจากนั้นกฎหมาย ระเบียบต่างๆที่เป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการให้มีการผ่อนปรนและดูแลอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการและประชาชนไทยยังมีความคาดหวังที่การเจรจาอย่างสันติจะเป็นทางอออกของการระงับความขัดแย้งดังกล่าวโดยรวดเร็ว เพราะสงครามไร้ผู้ชนะที่แท้จริง นำมาซึ่งความสูญเสียทั้ง 2 ประเทศ ยิ่งสถานการณ์รุนแรงเพิ่มขึ้นจะทำให้ปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจทรุดลงไป แต่ทั้งนี้อาจต้องใช้แรงกดดันจากนานาประเทศร่วมผลักดันกัมพูชาด้วย

