จุดเปลี่ยน‘อสังหาภูเก็ต’จากยุคทอง สู่ยุคคัดกรองผู้เล่น รายย่อยกระอัก บิ๊กแบรนด์ลุยต่อ
วันที่ 26 กรกฎาคม นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกปี 2568 ตลาดอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ต ยังคงดึงดูดเงินลงทุนจากผู้พัฒนาอสังหาฯทั้งในและนอกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มีเม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 34,986 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นศักยภาพของภูเก็ตในฐานะแหล่งลงทุนระดับภูมิภาคและจุดหมายปลายทางยอดนิยมของทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ซื้อชาวต่างชาติ โดยผู้พัฒนารายใหญ่ในพื้นที่ เช่น บริษัท โบทานิก้า ลักซูรี่ ภูเก็ต จำกัด บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) ยังคงเปิดโครงการใหม่ในครึ่งปีแรกและบางโครงการสามารถปิดการขายได้ภายใน 2 เดือน
นายภัทรชัยกล่าวว่า อย่างไรก็ตามภาพรวมตลาดอสังหาฯภูเก็ตช่วงที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างตลาด โดยเฉพาะกลุ่มโครงการเล็กหรือพัฒนาโดยผู้ประกอบการรายย่อย พบว่าอุปทานใหม่ทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านพักตากอากาศเริ่มชะลอตัว แม้ต้นปียังเปิดใหม่จำนวนมาก เพราะตรงกับช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยวภูเก็ต ทำให้ตลาดอสังหาฯคึกคักเป็นพิเศษ
แต่ช่วง 2 เดือนสุดท้ายของไตรมาสที่2 เริ่มปรับตัวลดลงชัดเจน ครึ่งปีแรกมีคอนโดเปิดใหม่เพียง 8 โครงการ รวม3,006 ยูนิต มูลค่า 17,845 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 38.48% ขณะที่บ้านพักตากอากาศมีเปิดขายใหม่เพียง 25 โครงการ รวม 362 ยูนิต มูลค่า 12,354 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน73.42% ขณะเดียวกันบางโครงการไม่สามารถสร้างยอดขายตามเป้า เริ่มชะลอหรือหยุดพัฒนาโครงการไปชั่วคราวและมีผู้ประกอบการบางรายเลือกขายโครงการต่อให้ผู้พัฒนารายใหญ่
นายภัทรชัยกล่าวว่า แนวโน้มครึ่งปีหลังผู้ประกอบการรายใหญ่ในพื้นที่และในตลาดหลักทรัพย์ยังคงอยู่ระหว่างการศึกษาและเตรียมความพร้อมพัฒนาโครงการใหม่อีกจำนวนมาก คาดว่าจะมีการเปิดตัวครึ่งหลังของปีหรือต้นปี 2569 โดยทำเลยังคงได้รับความนิยม ได้แก่ บางเทา, เชิงทะเล, ราไวย์, ฉลอง และใจกลางเมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงและยังเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อชาวต่างชาติที่มองหาการลงทุนในวิลล่าและคอนโดเพื่ออยู่อาศัยระยะยาวหรือปล่อยเช่า โดยคาดการณ์ว่าทั้งปี 2568 อาจมีคอนโดเปิดขายใหม่ในภูเก็ต 6,000 -10,000 ยูนิต และบ้านพักตากอากาศ 1,000-1,500 ยูนิต ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วง 2 ปีก่อนหน้า โดยเฉพาะคอนโดใหม่ที่เข้าสู่ตลาดมากกว่า 20,000 ยูนิต สะท้อนว่าการปรับตัวของตลาดที่เข้าสู่ระยะคัดกรองผู้เล่นมากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้เฉพาะผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสูงเป็นผู้นำตลาดต่อไป ส่วนกำลังซื้อมีทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะรัสเซีย
บ้านพักตากอากาศส่วนใหญ่มีทำเลที่เปิดขายและได้รับความสนใจส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอถลางมากที่สุด ตามแนวชายฝั่งตะวันตกของเกาะ ย่านหาดบางเทา หาดสุรินทร์ หาดลายัน เชิงทะเล รองลงมาคือ อำเภอเมืองภูเก็ต บริเวณอ่าวฉลอง หาดราไวย์ และอำเภอกะทู้ หาดกมลา ป่าตอง สำหรับแนวโน้มในอนาคต คาดการณ์ว่าผู้พัฒนาส่วนใหญ่ยังคงนิยมพัฒนาบ้านพักตากอากาศในช่วงระดับราคา 30,000,000 – 50,000,000 บาท เนื่องจากเป็นกลุ่มราคาที่ค่อนข้างได้รับความสนใจจากกำลังซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติ และส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างจากชายหาดมากขึ้น เพราะต้นทุนราคาที่ดินไม่สูง และมีบรรยากาศเงียบสงบเหมาะสำหรับการอยู่อาศัย เนื่องจากในปัจจุบันที่ดินริมทะเลเริ่มหายากและมีราคาที่สูงมาก

