เปิดไส้ในหนี้ครัวเรือนทะลุ 13.5 ล้านล้าน รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา สกัดNPLพุ่ง จ่อดึง ‘หนี้บ้าน’ ร่วมคุณสู้ เราช่วย
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อยครั้งที่ 2/2568 มี นายจักรพงษ์ แสงมณี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้แต่งตั้งอนุกรรมการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อยแต่ละด้าน แก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ปัจจุบันยังปรับตัวอยู่ในระดับสูงและปัองกันไม่ให้เกิดหนี้เสีย(NPL)เพิ่ม เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินทั้งระบบของประชาชนรายย่อยเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป
โดยข้อมูลเดือนพฤษภาคม 2568 พบว่ามีหนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 13.553 ล้านล้านบาท คิดเป็น 91.9% ของจีดีพี หนี้เสีย 1.232 ล้านล้านบาท คิดเป็น 9.6% หนี้กำลังใกล้จะเสีย(SM) อยู่ที่ 549,000 ล้านบาท คิดเป็น 2% ในนี้มีหนี้บ้าน 5.142 ล้านล้านบาท คิดเป็น 3.5% หนี้เสีย 249,000 ล้านบาท คิดเป็น 0.2% และหนี้ใกล้จะเสีย 176,000 ล้านบาท คิดเป็น 0.1% ,หนี้เช่าซื้อรถยนต์ 2.318 ล้านล้านบาท คิดเป็น 6.2% หนี้เสีย 268,000 ล้านบาท คิดเป็น 0.9% หนี้ใกล้จะเสีย 161,000 ล้านบาท คิดเป็น 0.5% ,หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล 2.664 ล้านล้านบาท คิดเป็น 35.1% หนี้เสีย 288,000 ล้านบาท คิดเป็น 4.8% หนี้ใกล้จะเสีย 116,000 ล้านบาท คิดเป็น 0.7% ,หนี้บัตรเครดิต 545,000 ล้านบาท คิดเป็น 24.2% หนี้เสีย 70,000 ล้านบาท คิดเป็น 1.1% หนี้ใกล้จะเสีย 11,000 ล้านบาท คิดเป็น 0.2%
รายงานข่าวกล่าวอีกว่า ในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 จะประชุมอนุกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้บ้าน มีผู้แทนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมการประชุม เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) สถาบันการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ภาคอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อร่วมกันหาแนวทางป้องกันการเกิดหนี้เสียบ้าน รวมถึงช่วยบรรเทาภาระผู้มีหนี้บ้านด้วย เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมเผชิญหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้และกำลังซื้อ สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน อาจจะนำหนี้บ้านเข้าร่วมในโครงการคุณสู้ เราช่วย ที่ปัจจุบันยังมีผู้เข้าร่วมโครงการน้อย เช่น ลดค่างวด พักดอกเบี้ย เป็นต้น หรืออาจจะมีการพิจารณาเงื่อนไขใหม่เพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้หนี้ใกล้จะเสียกลายเป็นหนี้เสีย รวมถึงป้องกันการถูกยึดบ้าน ส่วนแนวทางแก้ปัญหาในระยะยาวคงต้องหารือกับทุกฝ่ายร่วมกันต่อไป
ก่อนหน้านี้ นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯยังคงมีปัจจัยที่กระทบต่อกำลังซื้อ ทั้งภาวะเศรษฐกิจ การปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่เข้มงวด ทำให้ลูกค้าไม่สามารถซื้อบ้านได้ ดังนั้น 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร อยู่ระหว่างการศึกษาและสำรวจความเห็นของผู้ประกอบการอสังหาฯ เพื่อนำเสนอต่อภาครัฐในการแก้ปัญหาตลาดอสังหาฯในระยะยาวต่อไป โดยจะเสนอให้ตั้งมอ์ทเกจอินชัวรัล เพื่อเป็นการการันตีให้กับสถาบันการเงินและรองรับผู้ที่กู้สถาบันการเงินไม่ผ่าน เช่น ธนาคารให้สินเชื่อ 90% ส่วนอีก 10% มอร์ทเกจจะเข้าไปช่วยเหลือในการเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น แต่การดำเนินการในรูปแบบนี้อาจจะต้องใช้เวลา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย

