หน้าแรก เศรษฐกิจ ซิโน-ไทย เซ็น...

ซิโน-ไทย เซ็นสัญญาก่อสร้างมอเตอร์เวย์ เชื่อมสนามบินอู่ตะเภากว่า 2,651 ล้าน อีก 3 ปีเสร็จ

1.08.25 | 20:40 น.

ซิโน-ไทย เซ็นสัญญาก่อสร้างมอเตอร์เวย์ เชื่อมสนามบินอู่ตะเภากว่า 2,651 ล้าน อีก 3 ปีเสร็จ

วันที่ 1 สิงหาคม นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า กรมได้ลงนามสัญญาจ้างโครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ส่วนต่อขยายเชื่อมต่อสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และยกระดับสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์หลักแห่งที่ 3 ของประเทศ ช่วยรองรับปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารและสินค้ารวมถึงสนับสนุนการเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค

ประกอบด้วย 1.สัญญาจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง กับกิจการค้าร่วม ประกอบด้วย Epsilon Co., Ltd., Index International Group Public Company Limited และ Decade Consultants Co., Ltd. วงเงินสัญญา 125,847,000 บาท และ 2.สัญญาจ้างก่อสร้าง กับ Sino-Thai Engineering & Construction Public Company Limited (STECON) วงเงินสัญญา 2,651,988,700 บาท ทั้งสองสัญญาเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณของราชอาณาจักรไทย และเงินกู้ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB)

สำหรับโครงการได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีวันที่ 14 มิถุนายน 2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อสร้างทางยกระดับแนวใหม่ขนาด 4 ช่องจราจร และขยายช่องทางจราจรเพิ่มเติมในพื้นที่จังหวัดระยอง จะช่วยลดระยะทางจากการเดินทางโดยทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ช่วงพัทยา-มาบตาพุด สู่สนามบินอู่ตะเภา จากเดิม 5 กิโลเมตร เหลือเพียง 1.92 กิโลเมตร รวมถึงปรับปรุงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) มีรูปแบบก่อสร้างทางยกระดับแนวใหม่ขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทาง 1.92 กิโลเมตร พร้อมทางบริการใต้ทางยกระดับ รวมถึงช่องทางเลี้ยวและทางแยกต่างระดับบริเวณจุดตัดกับทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท)

มีจุดเริ่มต้นจากทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ช่วงพัทยา – มาบตาพุด กม.ที่ 148+328 ไปจนถึงบริเวณทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 3 พร้อมทั้งทำการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) ระหว่าง กม.ที่ 186+350 ถึง กม.ที่ 192+000 โดยขยายจาก 4 ช่องจราจร เป็น 8 ช่องจราจร รวมระยะทาง 5.65 กิโลเมตร

Advertisement

“โครงการมีระยะเวลาการก่อสร้างตามสัญญาอยู่ที่ 3 ปี โดยได้เวนคืนที่ดินเสร็จสิ้น 100% แล้ว คาดว่าจะเริ่มงานก่อสร้างได้ภายในเดือนกันยายนนี้ และจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2571 เมื่อแล้วเสร็จ จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยวของประเทศไทยในระยะยาว”นายอภิรัฐกล่าว