ผู้ผลิตอาหารสัตว์ หนุนนำเข้ากากถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐ แลกปิดดีลภาษี19%
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนจากรัฐบาลว่าในข้อตกลงการเจรจาลดภาษีสหรัฐจาก 36% เหลือ 19% ที่ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมนั้น ในส่วนของการยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเหลือ 0% สำหรับกากถั่วเหลือง เมล็ดถั่วเหลืองและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
อย่างไรก็ตามสมาคมได้เสนอต่อรัฐบาลไปว่าให้นำเข้าจากสหรัฐทั้งหมด เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยผลิตไม่พอ ต้องมีการนำเข้า โดยกากถั่วเหลืองและเมล็ดถั่วเหลืองมีการนำเข้าจาก 3 แหล่ง ได้แก่ ประเทศอเมริกาใต้ บราซิลและอาร์เจนติน่า โดยเป็นกากถั่วเหลือง 3 ล้านตัน และเมล็ดถั่วเหลือง 2 ล้านตัน รวมเป็น 5 ล้านตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท
นายพรศิลป์กล่าวว่า ส่วนข้าวโพดสัตว์เลี้ยงนั้น ประเทศไทยผลิตได้น้อยประมาณ 5 ล้านตันต่อปี ขณะที่มีความต้องการอยู่ที่ 9 ล้านตันต่อปี ยังขาดอยู่ 4 ล้านต่อปี โดยที่ผ่านมานำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา และลาว แต่ยังน้อยมากและมีปัญหาเรื่องก่อให้เกิดฝุ่น PM2.5 อีกด้วย ดังนั้นสมาคมจึงเสนอรัฐบาลให้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐที่ยังขาดอยู่ 4 ล้านตันทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมทั้งกากถั่วเหลือง เมล็ดถั่วเหลือง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ารวมประมาณ 7-8 หมื่นล้านบาทต่อปี
“เมื่อไทยต้องนำเข้าอยู่แล้ว และมีเรื่องภาษีทรัมป์เข้ามา เราเสนอให้นำเข้าจากสหรัฐทั้งหมดและคิดภาษี 0% เพราะไทยมีการเก็บภาษีกากถั่วเหลืองอยู่ 2% และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐที่ 70% เพื่อให้สหรัฐนำมาพิจารณาปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยไปสหรัฐให้ นอกจากช่วยลดภาษีได้ในอัตราที่ 19% แล้ว ยังทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์ทั้งจากการส่งออกและการนำเข้าวัตถุดิบช่วยลดต้นทุนได้ด้วย รวมถึงไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทย อย่างเมล็ดถั่วเหลืองมีการผลิตในประเทศเพียง 20,000 ตันต่อปีเท่านั้น และเราได้มีการรับซื้อทั้งหมดในราคากิโลกรัมละ 18 บาท” นายพรศิลป์กล่าว

