หน้าแรก เศรษฐกิจ ข้าวหอมไทยไปส...

ข้าวหอมไทยไปสหรัฐเจอภาษี 19% ผู้ส่งออกชี้ใกล้เคียงคู่แข่ง ไม่เสียเปรียบ ห่วงปีหน้าเจอสวมสิทธิ

2.08.25 | 19:26 น.

ข้าวหอมไทยไปสหรัฐเจอภาษี 19% ผู้ส่งออกชี้ใกล้เคียงคู่แข่ง ไม่เสียเปรียบ ห่วงปีหน้าเจอสวมสิทธิ

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์การส่งออกข้าวไปสหรัฐ หลังจากไทยเจออัตราภาษี reciprocal tariff ที่ 19% ว่า เทียบอัตราภาษีประเทศคู่แข่งส่งออก เช่น เวียดนาม ถือว่ายังไม่ได้รับผลกระทบ จากการคิดคำนวณ ปัจจุบันข้าวหอมไทยราคาเอฟโอบีส่งไปสหรัฐอยู่ที่ตันละ 1,100 เหรียญสหรัฐ เมื่อเจอภาษีนำเข้า 19% ราคาจะขยับเป็น 1,250 เหรียญสหรัฐ เทียบข้าวหอมเวียดนามไปสหรัฐตอนนี้ตันละ 900 เหรียญสหรัฐ เมื่อเวียดนามเจอภาษี 20% ราคาจะขยับเป็น 1,080 เหรียญสหรัฐ ราคาไทยกับเวียดนามต่างกันไม่มาก เชื่อว่าผู้ซื้อในสหรัฐยังเลือกซื้อข้าวไทย

อย่างไรก็ตาม การนำเข้าข้าวหอมไทยในสหรัฐไตรมาส 3 อยู่ในช่วงชะลอตัว เนื่องจากก่อนประกาศอัตราภาษีผู้นำเข้าสหรัฐได้เร่งนำเข้าสูงกว่าปกติ คงต้องระบายข้าวในสต๊อกก่อน และเริ่มนำเข้าอีกครั้งก่อนปลายปีเพื่อรองรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ จะทำให้ข้าวหอมไทยเข้าสหรัฐทั้งปีนี้ได้ 6.5 แสนตันตามเป้าหมาย และยังครองที่หนึ่งในตลาดสหรัฐ

“วันนี้ถือว่าสบายใจขึ้นได้ระดับหนึ่ง เพราะอัตราภาษีเรายังพอรับได้ แต่ตั้งแต่ปีหน้า ยังต้องกังวลในหลายเรื่อง เช่น เมื่อทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ากับทุกประเทศ จะทำให้สินค้าในสหรัฐสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายจะมากขึ้น กำลังซื้อจะหายไปเท่าไหร่ อีกเรื่องคือ การจับคู่เวียดนามกับกัมพูชา ประเทศคู่แข่งส่งออกนี้อาจใช้ข้าวผสมจากประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งมาขายไทยไม่ได้ แล้วส่งไปดัมพ์ราคาในสหรัฐ ซึ่งอาจมีผู้บริโภคในสหรัฐบางส่วนที่ต้องการประหยัดมากขึ้น หันซื้อข้าวจากคู่แข่งแทนไทย ด้วยราคาที่ถูกกว่า เรื่องนี้คงต้องขอให้ผู้นำเข้าและกระทรวงพาณิชย์เฝ้าติดตาม” นายชูเกียรติกล่าว

นายชูเกียรติกล่าวว่า สำหรับการส่งออกข้าวไทยโดยรวม ครึ่งแรกปี 2568 มีปริมาณสะสมแล้ว 3.7 ล้านตัน ครึ่งกลางของเป้าทั้งปีนี้คาดไว้ 7.5 ล้านตัน โดยปัจจัยมีผลต่อส่งออกข้าวครึ่งปีหลัง คือ ราคาข้าวไทยถูกลงมาก โดยเฉพาะข้าวขาว 5% เหลือเฉลี่ย 370 เหรียญสหรัฐต่อตัน ต่ำสุดในรอบ 10 ปี ต่ำกว่าเวียดนามและปากีสถาน แต่ใกล้เคียงอินเดีย แม้ราคาลงแต่เป็นโอกาสส่งออกไทย เพราะประเทศนำเข้ามั่นใจต่อคุณภาพข้าวและการส่งมอบได้ตรงเวลาของไทยสูงกว่าประเทศอื่นๆ แม้ราคาปลายปีจะขยับขึ้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ขณะที่ประเด็นเสี่ยง คือ มีกระแสข่าวว่าอินเดียจะเร่งระบายสต๊อกข้าวที่มีถึง 30 ล้านตันออกทั่วโลก หากเป็นจริงจะสร้างความเดือดร้อนต่อการส่งออกและค้าข้าวโลกอีกครั้ว อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามใกล้ชิดถึงฤดูการผลิตข้าวรอบใหม่ของประเทศส่งออกข้าวในช่วงตุลาคมเป็นต้นไปนั้น จะมีปริมาณที่สูงกว่าปกติ และมีแผยนระบายอย่างไร

Advertisement

“เรื่องภาษีสหรัฐ ปีนี้อาจไม่ได้กระทบต่อส่งออกข้าวมากนัก แต่ในปีถัดไป หากทุกประเทศปรับแผนทำตลาด และแข่งขันด้านราคามากขึ้น จะกระทบต่อชาวนา ราคาข้าว และการส่งออก ในอนาคต ตอนนี้หลายพื้นที่ปลูกข้าวเริ่มถอดใจกับราคาข้าวที่ตกต่ำมากในรอบ 10 ปี ข้าวเปลือกเจ้าสดต่ำกว่า 5 พันบาทได้เห็นแล้ว ข้าวเปลือกเจ้าแห้ง 5-6 พันบาทก็มีแล้ว ราคาขายต่ำกว่าต้นทุนอีก ภาคเกษตรเกิดหนี้สินขึ้นพรวดในวันนี้” นายชูเกียรติกล่าว