หน้าแรก เศรษฐกิจ พิศาล แนะเดิน...

พิศาล แนะเดินเกมชื่นชมสหรัฐ พร้อมเชิญ ‘ทรัมป์’ เยือนไทย แก้ปมข้อพิพาทกัมพูชา

5.08.25 | 18:40 น.

พิศาล แนะเดินเกมชื่นชมสหรัฐพร้อมเชิญ ‘ทรัมป์’ เยือนไทย แก้ปมข้อพิพาทกัมพูชา

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐ เปิดเผยว่า ภาษีการค้าสหรัฐที่เคาะให้ไทยในอัตรา 19% นั้น ถือว่าเป็นเบื้องต้น ส่วนภาระการเดินหมากขั้นต่อไปจะอยู่ที่ทางการทูต เพราะในโลกนี้ทั้งหมดมีเพียงจีนประเทศเดียวที่ตอบโต้โดนัล ทรัมป์ ได้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน เนื่องจากมีทีเด็ดคือ มีแร่หายากอยู่ในประเทศ เหมือนที่ต้องการเข้ามาในกัมพูชา เพราะรับรู้มาว่ามีแหล่งแร่หายากอยู่ในประเทศ ทำให้ทางออกในตอนนี้ จะต้องชื่นชมตัวประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ เหมือนในหลายประเทศที่ออกมาชื่นชม

นายพิศาลกล่าวว่า ขณะนี้มีเสนอต่อรัฐบาล ต้องทำให้แซงหน้ากัมพูชา ได้แก่ 1.ยกร่างหนังสือถึงประธานกรรมการตัดสินรางวัลโนเบล หรือศูนย์สันติภาพโนเบล ประเทศนอร์เวย์ โดยไทยขอเสนอให้ทรัมป์ได้รางวัล เพราะทุกที่เกิดขึ้นทั้งหมดมีฝ่ายที่ไม่เคารพอนุสัญญาเจนิวาและออตโตวา หรือกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายต่างๆ ที่มีอยู่ ก่อนที่ทรัมป์จะเข้ามาหยุดยั้งการที่ประเทศหนึ่งไม่ทำตามกฎกติกาอย่างแท้จริง ซึ่งประเทศไทยจะได้ประโยชน์ 2 ทางคือ การแฉความจริงในเรื่องที่เราถูกกระทำก่อน รวมถึงเป็นการแจ้งต่อประเทศนอร์เวย์เบื้องต้นด้วยว่า หากกัมพูชาส่งจดหมายกล่าวหาไทยถือว่าไม่มีค่า เพราะกัมพูชาเริ่มโจมที่พื้นที่พลเรือนของไทยก่อน

นายพิศาล กล่าวว่า รวมถึงขอให้รัฐบาลดำเนินการขอโปรดเกล้าส่งหนังสือเชิญทรัมป์มาสเตท วิสิท หรือเข้ามาเยือนไทยอย่างเป็นทางการในระดับประมุขของรัฐ ซึ่งประเทศที่มีสถาบัน หากเป็นฝ่ายเชิญเข้ามาในประเทศด้วยตัวเอง จะมีแรงบวกสูงกว่านายกรัฐมนตรีเป็นฝ่ายเชิญแน่นอน โดยทั้งหมดนี้จะต้องทำให้เร็ว และสื่อสารออกไปให้ดีที่สุด โดยเชื่อว่าหากทำได้จะทำให้ไทยได้ใจจากสหรัฐต่อไปอีกในช่วง 3 ปีกว่าต่อจากนี้

นายพิศาลกล่าวว่า สำหรับประเทศไทยจะอยู่รอดท่ามกลางภาษีสหรัฐได้ คือ 1.สร้างภูมิคุ้มกันด้วยการเข้าถึงทรัมป์ และคนรอบตัว 2.วิเคราะห์ เผยแพร่ ส่งเสริมสินค้าไทยล้วนที่ใช้ทุนไทยเป็นหลัก ไม่ใช่ทุนเทาจากต่างชาติที่ยังได้เปรียบคู่แข่งในตลาดสหรัฐ 3.ทุ่มงบเยียวยา ไม่ใช่การแจกเงินอย่างเดียว แต่มุ่งปรับเปลี่ยนสู่โครงสร้างเศรษฐกิจที่มีอนาคต 4.ลดพึ่งพาจีนที่กระทบเอสเอ็มอีไทย ซึ่งไม่รองรับโครงสร้างเศรษฐกิจในอนาคต อาทิ ภาคการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาน้อยลง แต่ก็มีตลาดระยะไกลเข้ามาทดแทน 5.เร่งเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับตลาดหลักที่มีศักยภาพ พิจารณาเข้ากลุ่มซีพีทีพีพี 6.ประเมินการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอที่มีอยู่ ส่งเสริมการใช้ให้ได้แบบเต็มศักยภาพ และ 7.หาตลาดใหม่ในอินเดีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา มุ่งช่วยผู้ประกอบการสายป่านสั้น

Advertisement