สั่งรับมือน้ำทะเลหนุนสูง 7-13 ส.ค. นี้ เสริมคันกั้นน้ำไว้พร้อม ประเสริฐ ยัน กทม.เอาอยู่
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการน้ำช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงฤดูฝนนี้ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ล่าสุดได้รับทราบข้อมูลคาดการณ์น้ำทะเลหนุนสูงบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างวันที่ 7-13 สิงหาคมนี้ ในช่วงเวลาประมาณ 18.00-21.00 น. อาจส่งผลให้ระดับน้ำ บริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียง เพิ่มสูงขึ้นถึงประมาณ 1.7-2 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำวิกฤติประมาณ 0.3 เมตร
นายประเสริฐกล่าวว่า นอกจากนี้อิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนจะส่งผลให้มีฝนตกในบางพื้นที่ ซึ่งทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้น จึงคาดว่าในช่วงเวลาดังกล่าวอาจมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง รวมถึงชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ และแนวเขื่อนชั่วคราวบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร (แนวฟันหลอ) บริเวณจังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม จึงได้สั่งการให้ สทนช. ประสานกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำ เขื่อนระบายน้ำ และประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมทั้งตรวจสอบความมั่นคงของอาคารป้องกันริมแม่น้ำและเสริมคันบริเวณจุดเสี่ยงบริเวณที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ และเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ ให้มีความพร้อมในการเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันที รวมทั้งต้องประชาสัมพันธ์ข้อมูลและแจ้งเตือนผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบดังกล่าวได้รับทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินให้ได้มากที่สุด
นายประเสริฐกล่าวว่า ในส่วนของสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันระดับน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยายังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,161 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ขณะที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 700 ลบ.ม. ต่อวินาที โดยศักยภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณกรุงเทพมหานครสามารถรองรับน้ำได้ถึงประมาณ 2,500 – 3,000 ลบ.ม. ต่อวินาที ซึ่งขณะนี้ที่สถานีสูบน้ำปากคลองตลาด ยังคงมีระดับน้ำต่ำกว่าระดับทะเลปานกลาง ประมาณ 0.45 เมตร และต่ำกว่าระดับเตือนภัย 2.75 เมตร ประกอบกับตั้งแต่หลังเหตุการณ์อุทกภัยเมื่อปี 2554 ได้มีการเสริมความสูงของคันป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพิ่มขึ้นอีกราว 20 – 50 เซนติเมตร
“ขอให้พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครเชื่อมั่นว่ามวลน้ำหลากจากภาคเหนือและน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงนี้จะไม่ส่งผลกระทบอย่างแน่นอน” นายประเสริฐ กล่าว

