กรอ.ขานรับนโยบายปลัดอุตฯ เปลี่ยนตั้งรับเป็นการรุก นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้
นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้นำนายสุนทร แก้วสว่าง นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา และนายปณตสรรค์ สูจยานนท์ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม รับมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงาน จาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเป็นทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจของกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี นายวีรพงษ์ เอี่ยมเจริญชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมบุรฉัตร สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ กรุงเทพฯ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ZOOM Meeting)
ดร.ณัฐพล กล่าวว่า เราคาดหวังสิ่งที่แตกต่างไม่ได้ ถ้าเราทำเหมือนเดิม” จากสถานการณ์ความไม่สงบ ภัยพิบัติ การเอารัดเอาเปรียบประชาชน การลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ และกลไกเขตปลอดอากร (Freezone) ล้วนเป็นปัจจัยภายนอกที่กระตุ้นให้ปัญหาภาคอุตสาหกรรมขยายวงกว้าง จึงเน้นย้ำให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมดำเนินงานเชิงรุกด้วยแนวคิดใหม่ ๆ สู่การพัฒนาเชิงสร้างสรรค์ นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับระบบงานต่าง ๆ พร้อมพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน เพื่อรับมือกับความท้าทายในยุคปัจจุบันและอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ ภาคอุตสาหกรรมเติบโตอยู่ร่วมกับชุมชน ได้อย่างสมดุล
ด้าน อธิบดีกรมโรงงานฯ ขานรับนโยบายแนวทางการดำเนินงานและการพัฒนาเปลี่ยนแปลง เร่งเปลี่ยนจาก “ ตั้งรับ ” เป็น “ การรุก ” ตลอดจนส่งเสริมการทำงานแบบบูรณาการครอบคลุมในทุกมิติ อย่างไรก็ดี การรับมอบนโยบายในครั้งนี้ ยังเป็นการเสริมแกร่งให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ได้แรงบันดาลใจและมุมมองใหม่ที่แตกต่าง นำไปสู่ทิศทางการดำเนินงานอย่างชัดเจน และกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวไปสู่ยุคใหม่ได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

นอกจากนี้ ปลัดฯ ได้ติดตามผลการดำเนินงานในประเด็นสำคัญต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้บรรลุผลตามเป้าหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม อาทิ
การออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ด้วยระบบ E-License
การพิจารณาอนุญาตในคู่มือประชาชน
การตรวจสุดซอย
การกำกับโรงงานในเขต Freezone
การดูแลและจัดการของกลางที่ทำการยึดอายัด
การปรับปรุงระเบียบการรับฟังความเห็นของประชาชน
การออกคำสั่งตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
รวมถึง การเพิ่มบทลงโทษ “จับแรง ปรับแรง” เอาจริงกับผู้ประกอบการที่กระทำความผิด และส่งเสริมคุณค่าอย่างเป็นรูปธรรมต่อผู้ประกอบการดีที่ปฏิบัติตามกฎหมาย

