หน้าแรก SDG Updates ิอธิบดีกรมโรง...

ิอธิบดีกรมโรงงานฯ สั่งสปีดแผนลดคาร์บอนอุตฯไทย ดันโรงงานสีเขียว 6.3 หมื่นแห่ง

8.08.25 | 07:13 น.

อธิบดีกรมโรงงานฯ สั่งสปีดแผนลดคาร์บอนอุตฯไทย ดันโรงงานสีเขียว 6.3 หมื่นแห่ง

นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) ในฐานประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมและรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว เปิดเผยว่า กรอ.จะเร่งผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียวในทุกมิติ มุ่งเป้าโรงงาน 100% อยู่ในระบบ หรือคิดเป็นจำนวน 63,654 ราย พร้อมผนวกการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (CFO) เข้าในหลักเกณฑ์อุตสาหกรรมสีเขียว นำอุตสาหกรรมบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศ

ปี 2568 กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ปรับปรุงเกณฑ์ข้อกำหนดอุตสาหกรรมสีเขียว และพัฒนาแพลทฟอร์มให้ผู้ประกอบการเริ่มบันทึกข้อมูลการใช้ทรัพยากร และประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร ในขอบเขตที่ 1 (การเผาไหม้เชื้อเพลิงและสารทำความเย็น), 2 (การซื้อไฟฟ้า) และ 3 (การใช้วัตถุดิบ) พร้อมกับจัดอบรมการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรให้กับผู้ประกอบการโรงงาน โดยความร่วมมือกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) International Center for Environmental Technology Transfer (ICETT) ประเทศญี่ปุ่น และองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Industrial Development Organization: UNIDO) เพื่อขับเคลื่อนความเป็นกลางทางคาร์บอนของภาคอุตสาหกรรม

โดยมีกิจกรรมให้คำแนะนำเชิงลึกแก่สถานประกอบการทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย รวมถึงการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้มีมาตรฐานและสามารถสู้กับมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี

นอกจากนี้ กรมโรงงานฯ ได้พัฒนาต่อยอดองค์ความรู้เพื่อส่งเสริมการจัดการของเสียตามแนวนโยบาย 3Rs สู่การฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) และในปัจจุบันดำเนินนโยบายสิ้นสุดการเป็นของเสีย (End-of-Waste) เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้พํมนาแนวทางการสิ้นสุดการเป็นของเสีย สำหรับเถ้าแกลบจากโรงไฟฟ้าชีวมวลเพื่อผลิตไบโอโซเดียมซิลิเกต และนำของเสียแบบพิมพ์ปูนพลาสเตอร์มาใช้เป็นวัตถุดิบผลิตแผ่นก่อผนังยิปซั่มและผลิตเซรามิคโบนไชน่า

Advertisement

นอกจากนี้ ยังได้จัดการอบรมเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ทั้งการจัดการมลพิษน้ำ มลพิษอากาศ มลพิษดินและน้ำใต้ดิน การจัดการกากของเสีย และการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร เพื่อให้พร้อมถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีแก่ผู้ประกอบการ ซึ่งกรมโรงงานฯ ได้นำร่องประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรของกรมโรงงานอุตสาหกรรม และใช้ผลการประเมินมาบ่งชี้โอกาสในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรอีกด้วย

ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มกำลังของผู้ประกอบการ กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้จัดขบวนสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งของสังคมคาร์บอนต่ำ ดังนี้

1.สร้างโอกาสในการค้าขายกับภาครัฐ โดยใช้กลไกโครงการ BDS ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ส่งเสริมผู้ประกอบการ ให้เงินอุดหนุนแบบร่วมจ่าย (Copayment) 50–80% สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท/ปี และขึ้นทะเบียนสินค้าและบริการ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (SME GP)

2.สร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนในการปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตที่มีประสิทธิภาพ การนำของเสียไปสร้างมูลค่า การพัฒนาพลังงานสะอาด ผ่านพันธมิตรอุตสาหกรรมสีเขียว เช่น ธนาคารกรุงไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) สนับสนุนเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และการระดมทุนระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่องกับบริษัท อินเวสทรี (ไทยแลนด์) จำกัด

3.สร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีและทดสอบเทคโนโลยีก่อนนำมาใช้จริง ผ่านโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามโจทย์ของผู้ประกอบการ พร้อมทั้งสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการทำโครงการ 50% และสามารถต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรม ทั้งผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตเพื่อขับเคลื่อนไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว

กระทรวงอุตสาหกรรมมีเป้าหมายส่งเสริมทุกโรงงานเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว และยังคงให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบของโรงงานต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากพบว่าโรงงานก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหาย หรือความเดือนร้อนอย่างร้ายแรง จะสั่งเพิกถอนการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวทันที ซึ่งเมื่อเดือนที่ผ่านมาได้เพิกถอนไปแล้ว 12 ราย เป็นการการันตียี่ห้ออุตสาหกรรมสีเขียว

“ปีนี้ กรมโรงงานฯ จะจัดงานมอบรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว คาดว่าจะมีโรงงานได้การรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวในระดับที่ 4 และระดับที่ 5 ไม่น้อยกว่า 250 ราย”นายพรยศกล่าว