หน้าแรก เศรษฐกิจ ทัศนคติด้านกา...

ทัศนคติด้านการเงินของ Gen Z ใช้ชีวิตวันนี้ แต่ไม่ทิ้งอนาคต

8.08.25 | 09:57 น.

กลุ่มคนรุ่นใหม่หรือ “เจนซี” (Generation Z) เป็นกลุ่มที่อยู่ในวัยเรียน-นักศึกษา ไปจนถึงวัยยี่สิบตอนปลาย เติบโตท่ามกลางเทคโนโลยีดิจิทัล อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ตลอดจนโซเชียลมีเดีย ทำให้คน Gen Z สามารถเข้าถึงข้อมูลและคลังความรู้มหาศาล มองเห็นทั้งโอกาสและความสำเร็จของผู้คนทั่วโลก กลุ่มคนวัยนี้ไม่เพียงแค่คล่องแคล่วเรื่องเทคโนโลยี แต่ยังมีทัศนคติต่อโลกยุคใหม่ที่น่าสนใจไม่แพ้ใครอีกด้วย

หนึ่งในสิ่งที่สะท้อนความคิดของ Gen Z ได้ชัดเจนที่สุดคือ “ทัศนคติด้านการเงิน” ที่หลากหลาย ทั้งในเรื่องการใช้จ่าย การออม การลงทุน ไปจนถึงการมองอนาคตอย่างการวางแผนเกษียณ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและความเชื่อที่พวกเขามีต่อ “ความสุข” และ “ความสำเร็จ” ในแบบฉบับของคนรุ่นใหม่ที่กำลังนิยามอนาคตทางการเงินด้วยตัวเอง

ใช้จ่ายตอนนี้แฮปปี้กว่าออม

มิน พนักงานบริษัทเอกชนวัย 24 ปี มีเงินเดือน 30,000 บาท และเพิ่งได้เงินโบนัสจากงานมา 60,000 บาท เธอนั่งคิดอยู่บนรถไฟฟ้าขณะกำลังกลับบ้านว่าจะเอาเงินก้อนนี้ไปทำอะไรดี “ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมที่อยากได้มานานแล้ว หรือจะเก็บออมทั้งหมดดี?” ในใจเธอตอนนั้นมีเสียงกระซิบว่า “เหนื่อยมาทั้งที ใช้เลยตอนนี้แฮปปี้กว่า”

Advertisement

มินไม่ได้เป็นคนเดียวที่คิดแบบนี้ ผลสำรวจทัศนคติด้านการเงินของ Gen Z ล่าสุดจากวิจัยกรุงศรี พบว่าเกือบ 50% ของกลุ่มวัยนี้มีแนวคิดเดียวกันคือ “ใช้จ่ายตอนนี้แฮปปี้กว่าออม” โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้แบบ “เดือนชนเดือน” มีแนวคิดนี้มากกว่ากลุ่มที่ “ออมไว้ก่อนสบายใจกว่า” ถึง 1.7 เท่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าคนกลุ่มนี้จะไม่ออมเลย แต่เรายังได้เห็นการเก็บออมของกลุ่มดังกล่าวประมาณ 18% และลงทุน 8% ของรายได้ต่อเดือน โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้เกิน 30,000 บาทต่อเดือน จะเก็บออมและลงทุนเป็นประจำมากขึ้น

นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าสนใจคือ LGBTQ+ ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวคิด “ใช้จ่ายตอนนี้แฮปปี้กว่าออม” โดยคิดเป็นสัดส่วนอยู่ที่ 60% ซึ่งสูงกว่าเพศชายและเพศหญิงที่เห็นด้วยเพียง 48% และ 45% ตามลำดับ จุดนี้สะท้อนถึงความตั้งใจในเรื่อง “ออมเพื่อความสุข” ของกลุ่ม LGBTQ+ ที่มักจะมีเป้าหมายเก็บออมเพื่อซื้อของขวัญให้ตัวเอง หรือดูแลตัวเองในรูปแบบที่ต่างจากกลุ่มเพศอื่นๆ

การเกษียณใกล้ตัว Gen Z มากกว่าที่คาด

Gen Z มีมุมมองเรื่องการเกษียณไม่ต่างจากวัยอื่น โดยเกือบ 70% มองว่าการเกษียณเป็นเรื่องใกล้ตัว โดยเฉพาะกลุ่มวัยเริ่มทำงาน และวัยยี่สิบตอนปลาย ที่มีแนวโน้มเห็นภาพการเกษียณชัดเจนกว่าวัยเรียน-นักศึกษาราว 2.2 เท่า คนกลุ่มนี้มักจะลงทุนในพันธบัตร หุ้น กองทุนรวม หรือแม้กระทั่งซื้อประกันสะสมทรัพย์มากกว่ากลุ่มที่ยังมองว่าการเกษียณเป็นเรื่องไกลตัว

นอกจากนี้ กลุ่มที่ “ออมไว้ก่อนสบายใจกว่า” ยังเป็นกลุ่มที่มองว่าการเกษียณเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่ากลุ่มที่มีความสุขกับการใช้เงินถึง 4 เท่า และไม่ค่อยนำเงินเก็บไปซื้อของขวัญและท่องเที่ยวเท่ากับคนในวัยเดียวกันอีกด้วย

กล้าเสี่ยงและเริ่มลงทุนเร็ว

มุมมองในเรื่องการลงทุนของ Gen Z นับว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะกว่า 71% กล้ารับความเสี่ยงทางการลงทุน โดยเฉพาะเพศชาย โดยยิ่งอายุน้อยก็ยิ่งกล้าเสี่ยงมากขึ้น โดยคน “กล้าเสี่ยง” กลุ่มนี้จะลงทุนราว 13% ของรายได้ต่อเดือน เมื่อเทียบกับอัตราการลงทุนโดยเฉลี่ยของ Gen Z ทั้งหมดที่ 8% ของรายได้ต่อเดือน

นอกจากนี้ 88% ยังตระหนักถึงความสำคัญของการเริ่มเก็บเงินตั้งแต่อายุยังน้อย โดยมีมุมมองว่า “ยิ่งเริ่มเก็บเงินเร็ว ยิ่งมีโอกาสมีเงินก้อนใหญ่ในอนาคต” โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัยทำงาน หลายคนจะเริ่มเก็บเงินเผื่อไว้ใช้ยามฉุกเฉินและวางแผนการเงินมากขึ้น

บ้าน-รถ: ภาระหรือการลงทุน?

เมื่อว่าด้วยเรื่องการซื้อของชิ้นใหญ่ในชีวิตอย่างบ้านและรถ Gen Z กลับมีทัศนคติที่หลากหลาย โดย 34% มองว่าเช่าบ้านดีกว่าซื้อ ขณะที่ 30% มองว่าซื้อบ้านดีกว่าเช่า และอีก 36% รู้สึกเฉยๆ คือเช่าหรือซื้อก็ได้ ไม่ต่างกัน หรือเรียกได้ว่าทั้ง 3 กลุ่มมีสัดส่วนที่ไม่ต่างกันมาก เมื่อเจาะลึกกลุ่มที่มองว่าซื้อบ้านดีกว่าเช่า พบว่าเป็นกลุ่มที่ทำงานมาสักพักหนึ่งแล้ว (กลุ่มยี่สิบตอนปลาย) และเป็นกลุ่มที่มีรายได้มากกว่า 50,000 บาท อีกทั้งมีงานประจำ โดยเพศหญิงมีโอกาสมองว่า “ซื้อบ้านดีกว่าเช่า” มากกว่าเพศชายถึง 2.6 เท่า

ในเรื่องรถยนต์ แม้ Gen Z จะถึงวัยที่มีใบขับขี่ได้แล้ว แต่ 45% มองว่าการซื้อรถเป็นภาระ ขณะที่มีเพียง 20% เท่านั้นที่คิดว่าไม่ใช่ภาระ ส่วนอีก 35% รู้สึกเฉยๆ ซึ่งความเห็นเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับอายุและรายได้ที่มากขึ้น โดยคนที่มองว่ารถยนต์ไม่ใช่ภาระ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยเรียนและวัยเริ่มทำงานที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท ที่อาจยังได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัวในเรื่องค่าบำรุงรักษารถยนต์

ไม่อยากเป็นหนี้ก้อนใหญ่และความรวยก็ไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต

Gen Z ส่วนใหญ่ (86%) ไม่ต้องการเป็นหนี้ก้อนใหญ่หรือต้องใช้หนี้จนเกษียณ อีกทั้งมีเพียง 45% เท่านั้นที่มองเรื่อง “รวยคือความสำเร็จ” สะท้อนว่าความสำเร็จในความหมายของคนรุ่นใหม่ไม่ได้วัดด้วยเงินทองเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะกลุ่ม LGBTQ+ และกลุ่มที่มีรายได้สูง (มากกว่า 50,000 บาทต่อเดือน) มักให้ความสำคัญกับความสำเร็จในด้านอื่นมากกว่า เช่น หน้าที่การงานหรือความสัมพันธ์

ย้อนกลับไปที่มิน เธอตัดสินใจซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมที่อยากได้ แต่ก็เอาเงินที่เหลือไปเปิดบัญชีลงทุน “ใช้เงินให้มีความสุข แต่ก็ต้องคิดถึงอนาคตด้วย” เธอพูดกับตัวเองขณะสั่งซื้อกระเป๋าและโอนเงินเข้าบัญชีกองทุนพร้อมกัน

นี่คือภาพสะท้อนของ Gen Z กับทัศนคติด้านการเงิน ใช้เงินให้มีความสุขแต่ต้องไม่ลืมวางแผนอนาคต เริ่มลงทุนเร็วและกล้าเสี่ยง

และที่สำคัญ “ความสำเร็จ” ของชีวิตในนิยามของ Gen Z ไม่ได้วัดเพียงด้วยทรัพย์สินเงินทองอีกต่อไป