หน้าแรก เศรษฐกิจ อิเล็กทรอนิกส...

อิเล็กทรอนิกส์ไทย แนะอย่ากังวลขึ้นภาษีเซมิคอนดักเตอร์ 100% ชี้อุตสาหกรรมไทยรับมือได้

8.08.25 | 11:54 น.

อิเล็กทรอนิกส์ไทย แนะอย่ากังวลขึ้นภาษีเซมิคอนดักเตอร์ 100% ชี้อุตสาหกรรมไทยรับมือได้

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นายสัมพันธ์ ศิลปนาฎ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ และอุปนายกสมาคมเซมิคอนดักเตอร์ไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศจะเรียกเก็บภาษีนำเข้า 100% สำหรับชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ ตนมองว่า สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่ควรตื่นตระหนกหรือวิตกกังวลมากจนเกินไป

นายสัมพันธ์ กล่าวว่า เนื่องจาก นายทรัมป์มักมีการประกาศนโยบายที่มักสร้างแรงกระเพื่อมแต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงควรรอดูท่าทีและความชัดเจนมากกว่านี้ก่อน เพราะการเก็บภาษี 100% ในเซมิคอนดักเตอร์เป็นตัวเลขที่รุนแรงและส่งผลกระทบในวงกว้างต่อทั้งอุตสาหกรรมทั่วโลก ไม่ใช่กับแค่ประเทศไทย

นายสัมพันธ์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ถือเป็นกลุ่มสินค้าเชิงยุทธศาสตร์ของโลก และหากสหรัฐฯ ต้องการกีดกันการนำเข้าจริง ก็น่าจะมีการเก็บภาษีตั้งแต่แรกแล้ว โดยตนมองว่าขณะนี้ความเป็นไปได้ในการเรียกเก็บภาษีในระดับสูงเช่นนี้จริงๆยังค่อนข้างต่ำ เนื่องจากตัวเลข 100% ยังเป็นอัตราที่สูงมากเกินไปจนน่าจะส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในทางปฏิบัติ

นายสัมพันธ์ กล่าวว่า ตนยืนยันว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ของไทยมีความพร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์ แม้กระแสข่าวเรื่องการเก็บภาษี 100% อาจมีความเป็นไปได้ต่ำ แต่หลังจากที่สหรัฐฯ ได้ประกาศปรับลดภาษีเหลือ 19% แล้ว อุตสาหกรรมไทยก็พร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายที่เข้ามา ซึ่งตนเน้นย้ำว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการขับเคลื่อนเชิงระบบและต้องทำอย่างรวดเร็ว เนื่องจากในอดีตประเทศไทยเคยตามหลังมาเลเซียและเวียดนามอยู่บ้าง หากยังเคลื่อนไหวช้าก็จะยิ่งทำให้ช่องว่างห่างมากขึ้นไปอีก

Advertisement

นายสัมพันธ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อนในครั้งนี้ต้องเป็นไปในรูปแบบของ “ทีม” โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคสังคม เพื่อร่วมกันปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมุ่งเน้นไปที่การลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต อาทิ มุ่งเน้น Local Content ให้ความสำคัญกับการผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศให้มากขึ้น

สองการ ปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ โดยเร่งเปลี่ยนผ่านจากเทคโนโลยี 2.0 ไปสู่ 3.0 และ 4.0 โดยเร็ว พร้อมทั้งนำ AI เข้ามาช่วยในกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ และ สามแก้ไขอุปสรรคอย่างจริงจัง โดยระบุและแก้ไขข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นายสัมพันธ์ กล่าวว่า ความกังวลเรื่องการย้ายฐานการผลิตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์กลับไปยังสหรัฐฯ ส่วนนี้ ตนยืนยันว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นนั้น น้อยมาก เนื่องจากประเทศไทยมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการผลิตอิเล็กทรอนิกส์มานานกว่า 30-40 ปี การที่สหรัฐฯ จะกลับไปเริ่มต้นใหม่และแข่งขันกับไทยนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ทั้งในด้านต้นทุนและศักยภาพของแรงงาน

นายสัมพันธ์ กล่าวว่า สำหรับทิศทางของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ไทยในช่วงปลายปี 2568 นี้ ตนมองว่าจะมีความท้าทายมากขึ้นจากโจทย์ใหม่คือภาษี 19% ที่ต้องนำมาพิจารณาอย่างจริงจังในแผนการดำเนินงาน แต่คาดว่าอุตสาหกรรมนี้จะใช้เวลาปรับตัวประมาณ 2-3 เดือน หลังจากการประกาศใช้ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ หลังจากนั้นทุกอย่างจะกลับเข้าสู่เส้นทางการพัฒนาประสิทธิภาพและศักยภาพเพื่อก้าวไปข้างหน้า

นายสัมพันธ์ กล่าวว่า ข้อเสนอแนะที่สำคัญคือถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนต้อง รวมตัวกัน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในภาพรวม แทนที่จะให้แต่ละฝ่ายแก้ไขปัญหาของตนเองเพียงลำพัง เพราะการแข่งขันในวันนี้ไม่ใช่ระหว่างอุตสาหกรรมต่ออุตสาหกรรม แต่เป็น ประเทศต่อประเทศ การทำงานเป็นทีมจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการเอาชนะคู่แข่งและทำให้ประเทศไทยกลับมาเป็นผู้นำในตลาดโลกได้อีกครั้ง