ททท. คาดหยุดยาวดันเงินสะพัด 13,750 ล้านบาท ได้แรงหนุนเที่ยวไทยคนละครึ่ง
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดวันแม่แห่งชาติ ระหว่างวันที่ 9-12 สิงหาคม 2568 ททท. คาดว่า บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวจะมีความคึกคัก เนื่องจากมีการประกาศวันหยุดในวันที่ 11 สิงหาคม 2568 เพิ่มอีก 1 วันเป็นกรณีพิเศษ โดยคาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศทั้งสิ้น 3.16 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 13,750 ล้านบาท ซึ่งภูมิภาคที่มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้ามากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ภาคกลาง 898,000 คน-ครั้ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 609,600 คน-ครั้ง และภาคตะวันออก 600,500 คน-ครั้ง
นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง นับว่ามีส่วนสำคัญในการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงวันหยุด โดยพบว่าจะมีผู้เดินทางใช้สิทธิระหว่างวันที่ 9-12 สิงหาคม 2568 จำนวน 46,732 สิทธิ โดยแบ่งเป็นเมืองหลัก 30,503 สิทธิ โดยจังหวัดที่มีการจองที่พักสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ชลบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี และระยอง และเมืองน่าเที่ยว 16,229 สิทธิ โดยจังหวัดที่มีการจองที่พักสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จันทบุรี ตราด ราชบุรี นครศรีธรรมราช และนครนายก
นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า สำหรับการใช้สิทธิโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ประชาชนใช้สิทธิจองที่พักเมืองหลักในโครงการเต็มจำนวน 300,000 สิทธิแล้ว จึงได้ปิดการจองที่พักสำหรับเมืองท่องเที่ยวหลัก พบผู้ใช้สิทธิเดินทางท่องเที่ยวภายใต้โครงการช่วงวันหยุดยาววันแม่แห่งชาติกว่า 46,000 สิทธิ พร้อมเชิญชวนประชาชนลงทะเบียนใช้สิทธิจองที่พักเมืองรองหรือเมืองน่าเที่ยว 55 จังหวัดทั่วประเทศ โดยประชาชนที่สนใจยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งได้ทางแอปพลิเคชัน Amazing Thailand หรือ https://www.เที่ยวไทยคนละครึ่ง.com และเดินทางใช้สิทธิได้จนถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2568
นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ประชาชนยังสามารถลงทะเบียนและเข้าร่วมโครงการ เพื่อใช้สิทธิจองที่พักในเมืองน่าเที่ยวที่ยังคงมีจำนวนสิทธิคงเหลือกว่า 80,000 สิทธิ และสามารถเดินทางใช้สิทธิใน 55 จังหวัดทั่วประเทศไทย ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในช่วงกรีนซีซั่น อาทิ ชมผีเสื้อปางสีดา จ.สระแก้ว ทุ่งดอกกระเจียว จ.ชัยภูมิ ล่องแก่ง จ.นครนายก และปราจีนบุรี เที่ยวชมอุทยานแห่งชาติพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และสัมผัสความโดดเด่นของวัฒนธรรมตามอัตลักษณ์ท้องถิ่น รวมถึงเข้าร่วมอีเวนต์กิจกรรมเทศกาลงานประเพณีต่าง ๆ ที่ ททท. มีการจัดและสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการเดินทาง เพิ่มค่าใช้จ่ายและขยายวันพักในเมืองน่าเที่ยว


ทั้งนี้ มีงานน่าสนใจ อาทิ Black Moon Music Camp 2025 จ.ฉะเชิงเทรา (8-9 สิงหาคม 2568), งาน Street Fight เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก (8–9 สิงหาคม 2568) MAE SOT 21 International Half Marathon 2025 จ.ตาก (9-10 สิงหาคม 2568), ขนอมเฟสติวัล จ.นครศรีธรรมราช (9-10 สิงหาคม 2568), เทศกาลล่องแก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี (9-12 สิงหาคม 2568), Chumphon Night Run Lighting” In The City #2 จ.ชุมพร (10 สิงหาคม 2568), Prachinburi Night at the Museum จ.ปราจีนบุรี (22-24 สิงหาคม 2568), VIJIT @ Udonthani แสงศรัทธาแห่งอีสานเหนือ จ.อุดรธานี (22-31 สิงหาคม 2568), Lady Golf Uttaradit 2025 จ.อุตรดิตถ์ (3-31 สิงหาคม 2568), VIJIT @ Lampang เสน่ห์เหนือกาลเวลา จ.ลำปาง (5-14 กันยายน 2568), ประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม (29 กันยายน-8 ตุลาคม 2568)


นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า สถานการณ์ลงทะเบียนของโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น. มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการจำนวน 2,076,394 ราย จองที่พักและชำระเงินเพื่อใช้สิทธิแล้ว 416,762 สิทธิ สิทธิคงเหลือจำนวน 83,238 สิทธิ ขณะที่ผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนและอนุมัติแล้วจำนวน 7,923 ราย แบ่งเป็น โรงแรม/ที่พัก 4,062 ราย ร้านอาหาร 3,400 ราย แหล่งท่องเที่ยว 106 ราย สปา/สุขภาพ 161 ราย สินค้าโอทอป 133 ราย และบริการรถเช่า/เรือเช่า 61 ราย โดยสำหรับจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่ผู้เข้าร่วมโครงการใช้สิทธิในการเดินทางท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี นครราชสีมา และ กรุงเทพมหานคร

