ธุรกิจรับสร้างบ้าน ชี้แรงงานกัมพูชากลับประเทศ กระทบน้อย ไม่น่าห่วงเท่าศก.ฝืด กำลังซื้อหด
วันที่ 9 สิงหาคม นายสุธี เกตุศิริ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ บริษัทรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ธุรกิจรับสร้างบ้านเริ่มได้รับผลกระทบจากแรงงานชาวกัมพูชาเดินทางกลับประเทศ โดยในส่วนของบริษัท ซึ่งมีลูกค้าอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล มีแรงงานกัมพูชาอยู่ประมาณ 30% ในจำนวนนี้มีครึ่งหนึ่งที่ขอกลับประเทศ เนื่องจากครอบครัวโทรมาขอให้กลับประเทศ แต่หลังจากที่กลับไปแล้วก็มีติดต่อกลับมาว่าจะกลับมาทำงานเหมือนเดิม หลังเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทยกับกัมพูชาสงบแล้ว เนื่องจากอยู่ประเทศไทยมีงานทำ มีรายได้ และมีความปลอดภัยกว่า
นายสุธีกล่าวว่า สำหรับการแก้ปัญหาในระหว่างนี้ บริษัทนำผู้รับเหมาจัดสรรที่เข้าคิวรอทำงานด้วยมาทดแทนบางส่วนและหากไม่เพียงพอจะจ้างแรงงานจากประเทศเมียนมาและลาวเพิ่ม รวมถึงแรงงานไทยบางส่วน แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มในส่วนของแรงงานฝีมือ ทั้งนี้เพื่อให้การก่อสร้างบ้านให้ลูกค้ามีความต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ได้จ้างแรงงานกัมพูชามากนัก ส่วนใหญ่เป็นแรงงานเมียนมา จึงยังไม่มีผลกระทบมาก ขณะที่ตลาดรับสร้างบ้านอยู่ในช่วงชะลอตัวด้วย แต่ถ้าหากเหตุการณ์นี้เหมือนช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งงานก่อสร้างมีจำนวนมาก อาจจะมีผลกระทบจนทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานได้
นายสุธีกล่าวว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2568 จากที่ประเมินในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมายังทรงตัวตามภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ที่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ทั้งการเมือง สงคราม หนี้ครัวเรือน ยังมีเหตุการณ์สู้รบบริเวณชายแดนไทยกับกัมพูชาเข้ามาอีก อย่างไรก็ดีในปีนี้บริษัทยังคงมั่นใจว่าจะมียอดสั่งสร้างบ้านจำนวน 180 หลังและรายได้ที่ 1,000 ล้านบาทตามเป้าหมาย จากการที่บริษัททำการตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังได้ปรับกลยุทธ์ไม่เน้นปริมาณ เน้นคุณภาพ แวลูและมาร์จิ้นมากขึ้น โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาได้มีการปรับขึ้นราคาบ้านเพิ่ม 5-7% ในทุกระดับราคา หลังได้มีการปรับสเป็กให้ดีขึ้นกว่าเดิม รวมถึงปรับตามต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันถือเป็นการคัดครองลูกค้าด้วย
นายเชิด เกียรติกำเนิด กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้านนายช่าง โฮมกรุ๊ป จำกัด ธุรกิจรับสร้างบ้านภาคตะวันออก กล่าวว่า บริษัทได้รับผลกระทบจากแรงงานชาวกัมพูชาเดินทางกลับประเทศ โดยหายไปประมาณ 50% จากเดิมมีอยู่ 80 คน เหลือ 40 คน ตอนนี้ต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวัน โดยบริษัทได้ปรับแผนหันไปจ้างแรงงานจากประเทศลาวและเมียนมา รวมถึงคนไทยบางส่วนที่เป็นงานเฉพาะส่วน เพื่อไม่ให้งานก่อสร้างสะดุด แต่อาจจะมีขาดช่วงบ้าง ทั้งนี้ถ้าหากรัฐบาลจะมีการนำเข้าแรงงานต่างด้าวเพิ่ม อยากให้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายภาคเอกชน และจัดหาซอฟต์โลนให้ เพื่อเป็นการบริหารสภาพคล่องในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ดี ตลอดจนมีการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อรองรับดีมานด์ในตลาด
“จากสถานการณ์เศรษฐกิจไทยและโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง รวมถึงแรงงานเขมรที่กลับประเทศ ทำให้ลูกค้าเรา ส่วนใหญ่อยู่พื้นที่จังหวัดจันทบุรี ตราด ระยอง ซึ่งเป็นเจ้าของสวนผลไม้ เช่น ทุเรียน โดยกลุ่มนี้จะสร้างบ้านในราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ได้ชะลอการตัดสินใจปลูกสร้างบ้าน รอดูผลผลิตในปีหน้าว่าดีหรือไม่ เพราะกลัวว่าแรงงานจะขาด อาจส่งผลกระทบต่อการเก็บเกี่ยวผลิตได้ เพราะส่วนใหญ่แรงงานเก็บผลไม้จะเป็นแรงงานเมียนมาและเขมร โดยปีนี้ยอดสั่งสร้างบ้านของบริษัทลดลง 20-30% เหลือ 10 กว่าหลัง ระดับราคาตั้งแต่หลังละ 3-10 ล้านบาท“นายเชิดกล่าว

