รฟม. ลุยศึกษารถไฟฟ้า 4 สายใหม่ หนุน 20 บาทตลอดสาย
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า รฟม. เตรียมเดินหน้าศึกษารถไฟฟ้า 3 สายใหม่ หลังคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) มีมติโอนภารกิจจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบ เพื่อขับเคลื่อนการลงทุนและสอดรับนโยบายค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย โครงการที่โอนมามี 3 เส้นทาง คือ รถไฟฟ้าสีเงิน ช่วงบางนา–ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, รถไฟฟ้าสายสีเทา ช่วงวัชรพล–ทองหล่อ และรถไฟฟ้าสายสีฟ้า ช่วงดินแดง–สาทร โดยสายสีเงินและสายสีเทามีการศึกษาเบื้องต้นไว้แล้ว ขณะที่สายสีฟ้ามีเพียงการกำหนดแนวเส้นทาง
นายกาจผจญ กล่าวว่า แม้ กทม.ได้ส่งข้อมูลโครงการมาให้ รฟม.แล้ว แต่ข้อมูลดังกล่าวจัดทำไว้หลายปีก่อน ตัวเลขการลงทุน ภาวะเศรษฐกิจ และสภาพพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้จำเป็นต้องศึกษาทบทวนใหม่ รวมถึงสำรวจเส้นทางเพิ่มเติม ซึ่งบางช่วงอาจต้องปรับรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน
นายกาจผจญ กล่าวว่า สำหรับกรอบการศึกษา รฟม.คาดว่าจะทบทวนสายสีเงินและสายสีเทาให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี เสนอโครงการต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในปี 2570 ก่อนเปิดประมูลก่อสร้าง ส่วนสายสีฟ้าจะใช้เวลาศึกษามากกว่า คาดว่าจะสรุปได้ในปี 2571 ทั้งหมดจะรวมการพิจารณานโยบายค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายไว้ด้วย เนื่องจากมีผลต่อการวางแผนลงทุน รูปแบบรายได้ และการออกแบบเส้นทางให้เป็นฟีดเดอร์เชื่อมโครงข่ายหลัก นอกจาก 3 เส้นทางดังกล่าว รฟม.ยังอยู่ระหว่างศึกษาทบทวนโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย–ลำสาลี (บึงกุ่ม) ระยะทาง 22.10 กม. เพื่อรองรับนโยบายค่าโดยสารสูงสุด 20 บาท และปรับแบบช่วงถนนวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก ให้สอดคล้องกับโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย คาดว่าจะสรุปผลการทบทวนได้ปลายปี 2568 เสนอบอร์ด รฟม. และเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติในปี 2569 ก่อนเปิดประมูลปลายปีเดียวกัน
นายกาจผจญ กล่าวว่า การลงทุนรถไฟฟ้าสายใหม่ในอนาคต มีแนวโน้มจะใช้รูปแบบร่วมลงทุนภาครัฐและเอกชน (PPP) แบบ Gross Cost คือ รัฐรับความเสี่ยงด้านรายได้ เพื่อให้ผู้รับสัมปทานโฟกัสการเดินรถและบริการ อย่างไรก็ตาม รูปแบบดังกล่าวอาจกระทบต่อรายได้ของ รฟม.ที่เคยได้รับจากส่วนแบ่งโครงการสายสีน้ำเงินและรายได้เชิงพาณิชย์อื่นๆ ซึ่งรวมราว 4–5 พันล้านบาทต่อปี โดยสัมปทานสายสีน้ำเงินจะสิ้นสุดในปี 2572 ทำให้รายได้มีโอกาสลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ รฟม.อยู่ระหว่างพิจารณาหาช่องทางเพิ่มรายได้จากการพัฒนาเชิงพาณิชย์ และการพัฒนาพื้นที่รอบสถานี (Transit-Oriented Development – TOD) เพื่อสร้างรายได้ระยะยาว ลดการพึ่งพาส่วนแบ่งรายได้จากสัมปทานเพียงอย่างเดียว
นายกาจผจญ กล่าวว่า รฟม.ตั้งเป้าว่าการศึกษารถไฟฟ้าทั้ง 4 สาย มูลค่ารวมกว่า 1.28 แสนล้านบาท จะไม่เพียงตอบโจทย์การเดินทางในเขตเมืองและปริมณฑล แต่ยังต้องสอดรับกับโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทั้งประเทศ และสามารถรองรับนโยบายค่าโดยสารอัตราเดียวได้อย่างยั่งยืน โดยเน้นการใช้ทรัพยากรและงบประมาณอย่างคุ้มค่า

