หน้าแรก เศรษฐกิจ เสียงสะท้อนสต...

เสียงสะท้อนสตาร์ตอัพ! บีโอไอแก้อุปสรรคแหล่งทุน มุ่ง DeepTech อัพเศรษฐกิจไทย

13.08.25 | 11:08 น.

สตาร์ตอัพเฮ! บีโอไอรื้อมาตรการ แก้อุปสรรคแหล่งทุน-มุ่งDeepTechอัพศก.ไทย แนะลดเงินลงทุนขั้นต่ำจากVCเอื้อกิจการไม่คุ้น

กรณี คณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เห็นชอบให้ปรับปรุงมาตรการส่งเสริมสตาร์ตอัพที่มีศักยภาพสูง ให้ตอบโจทย์ธุรกิจในช่วงเติบโต ใช้กลไกการให้เงินสนับสนุนจากกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันฯในลักษณะ Matching Fund มีเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นสตาร์ตอัพที่ได้รับเงินร่วมลงทุนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท จากกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital: VC) ที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) หรือที่จัดตั้งโดยสถาบันการเงินในประเทศ และบีโอไอจะพิจารณาสนับสนุนในวงเงินไม่เกินกว่ามูลค่าที่่ได้รับจาก VC แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อราย มุ่งเน้นสตาร์ตอัที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ เกษตรและอาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ การแพทย์ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ การพัฒนาเทคโนโลยี AI และเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG)

นายจรัสพงษ์ สรวิสูตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายกลยุทธ์และการเงิน และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โดซี่ เฮลธ์ จำกัด สตาร์ตอัพไทยผู้พัฒนาเอไอวิเคราะห์ข้อมูลเวชระเบียนและคำสั่งยาตามแนวทางการแพทย์ ให้ความเห็นว่า มาตรการใหม่จากบีโอไอนี้ ถือเป็นก้าวที่สำคัญต่อวงการสตาร์ตอัพไทยอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงแหล่งทุน  ซึ่งอุปสรรคหลักของการเติบโต การที่รัฐเข้ามาเติมเต็มจะเปิดประตูให้สตาร์ตอัพไทยมีพื้นที่ในการขยายธุรกิจ สร้างเทคโนโลยี และพัฒนานวัตกรรมได้กว้างไกลยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ จุดที่น่าสนใจคือ การออกแบบกลไก Matching Fund ร่วมกับ VC ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของภาครัฐ และยืนยันคุณภาพของสตาร์ตอัพได้ในตัว เพราะต้องผ่านการพิจารณาจากนักลงทุนเอกชนก่อน อีกจุดคือ การโฟกัสไปที่อุตสาหกรรมเป้าหมายโดยเฉพาะกลุ่ม Deep Tech และมีบทบาทต่ออนาคตเศรษฐกิจไทยและเวทีโลก เป็นรากฐานสำคัญในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศจากฐานทรัพยากรไปสู่ฐานนวัตกรรม

อย่างไรก็ตาม จุดที่ควรปรับปรุงคือเกณฑ์เงินลงทุนขั้นต่ำจาก VC ที่กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งอาจสูงเกินไปสำหรับสตาร์ตอัพบางกลุ่ม โดยเฉพาะในต่างจังหวัดหรือในสาขาที่นักลงทุนยังไม่คุ้นเคย เช่น เทคโนโลยีเกษตรเฉพาะทาง หรือโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อม หากเกณฑ์นี้ยืดหยุ่นขึ้น ไม่ว่าจะผ่านการลดวงเงินขั้นต่ำ หรือมีช่องทางรองรับกลุ่มที่มีศักยภาพแต่ยังไม่มี VC สนับสนุนโดยตรง ก็จะเปิดโอกาสให้สตาร์ตอัพกลุ่มใหม่ ๆ เข้าถึงโครงการได้มากขึ้น

Advertisement

นายจรัสพงษ์ กล่าวด้วยว่า ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมคือ ควรมีมาตรการเสริมที่ต่อยอดจากโครงการนี้ เช่น การสนับสนุนทรัพย์สินทางปัญญา (IP), การเข้าถึง sandbox กับภาครัฐ และการสร้างช่องทางสู่ตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง

รวมถึงควรมีระบบติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับปรุงและพัฒนาโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว การเชื่อมโยงกับภาคการศึกษา มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยในประเทศก็เป็นอีกแนวทางที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของเทคโนโลยีต้นน้ำ และทำให้สตาร์ตอัปไทยมีรากฐานที่มั่นคงมากยิ่งขึ้น