Negative Income Tax

19.08.25 | 11:52 น.

สั ปดาห์ที่ผ่านมาแนวคิด Negative Income Tax ถูกพูดถึงอย่างมาก หลังจากที่กระทรวงการคลัง ระบุกำลังเตรียมความพร้อมและพิจารณาจะนำมาใช้ในปี 2570 ที่ทุกคนต้องยื่นแบบเสียภาษี

สำรวจความเห็นนักวิชาการ พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ระบุ แนวทางนี้ เป็นระบบที่เชื่อมโยงโดยตรงกับภาษีรายได้ ทำให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ง่ายกว่าสวัสดิการแบบแจกตรง หากทำได้จริง รัฐจะเข้าใจประชาชนมากขึ้น ว่าคนเดือดร้อนคือใคร อยู่ที่ไหน

แต่ช่องโหว่ที่ต้องระวัง คือ คนไทยนอกระบบภาษี จึงตรวจสอบรายได้ไม่ง่ายนัก อาจทำให้เกิดปัญหาคนอยากจน และอาจจะทำให้ภาระของรัฐเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นและปัญหาการซ่อนรายได้

อย่างไรก็ตาม ถ้าออกแบบให้เงินอุดหนุนสูงเกินไปจนเมื่อรวมกับรายได้แล้วเพียงพอต่อการดำรงชีพ อาจทำให้บางคนทำงานน้อยลง หรือหยุดรายได้ไว้ในช่วงที่ยังได้สิทธิเต็ม

ดังนั้น Negative Income Tax เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ ถ้าทำได้จริงจะสามารถทำให้การอุดหนุนของรัฐแม่นยำและลดการรั่วไหลได้ แต่ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับสูตรคำนวณเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การปิดช่องโหว่ของการปกปิดรายได้ การสร้างแรงจูงใจให้คนเข้าสู่ระบบ

Advertisement

รวมทั้งการสื่อสารให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ารัฐต้องการจะช่วยเหลือคนที่ลำบากจริงๆ ไม่ใช่เพียงคนที่แกล้งทำเป็นอยากจน

ด้าน ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไอแท็กซ์ อินคอเปอเรชั่น จำกัด (iTAX) และอดีตนายกสมาคมการค้าสตาร์ตอัพไทย ระบุ การมีฐานข้อมูลภาษีที่ครอบคลุม จะช่วยให้รัฐบาลออกแบบนโยบายช่วยเหลือประชาชนได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักที่ต้องเผชิญ อย่างแรกคือ เรื่องงบประมาณและการออกแบบเกณฑ์ช่วยเหลือ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ชัดว่ากระทรวงการคลังจะกำหนดจำนวนเงินช่วยเหลือแก่ผู้มีรายได้ต่ำอย่างไร งบเพียงพอหรือไม่ ผู้เสียภาษีกลุ่มกลางและกลุ่มรายได้สูงว่าจะถูกเพิ่มภาระภาษีเพื่ออุดหนุนกลุ่มรายได้น้อยหรือไม่

ต่อมาคือ เรื่องภาระการยื่นภาษี (Compliance) โดยการขยายฐานผู้ยื่นภาษี เป็นประชาชนทั้งประเทศ อาจเพิ่มภาระและความยุ่งยากให้ประชาชนหลายเท่าตัว ดังนั้นรัฐจึงต้องเตรียมความพร้อมด้านระบบไอทีและระบบการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและยื่นภาษีเป็น ต้องทำให้กระบวนการยื่นภาษีง่ายที่สุด

อีกความท้าทายสำคัญ คือ เรื่องการตรวจสอบ รัฐจะต้องลงทุนในกระบวนการตรวจสอบและสอบสวน (Audit) เพื่อการป้องกันการเลี่ยงภาษี

ปิยะวรรณ ผลเจริญ