บอร์ดแก้หนี้ จ่อชง นายกฯ เคาะแก้กม.ธอส. เปิดช่องปล่อยกู้ใช้หนี้นอกระบบ -ปรับวิธีคิดดบ.เช่าซื้อแบบลดต้นลดดอก พร้อมแก้กฎหมาย ช่วยขรก.ถูกฟ้องล้มละลาย กรณีที่ไม่ได้ทุจริตไม่ต้องถูกบังคับออกราชการ
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ที่ปรึกษาคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 68 ที่มีนายจักรพงษ์ แสงมณี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการสรุปข้อเสนอในการแก้ไขหนี้ประชาชนจาก 10 คณะอนุกรรมการหนี้รายย่อย ซึ่งครอบคลุมการแก้ไขหนี้ 8 ชนิด เช่น หนี้นอกระบบ หนี้ข้าราชการ หนี้เช่าซื้อ หนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หนี้เอสเอ็มอี หนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัย นั้น เพื่อนำเสนอแนวทางต่อนายกรัฐมนตรีในสัปดาห์นี้ และออกมาตรการเพื่อดูแลแก้ไขปัญหาต่อไป
โดยข้อเสนอที่สำคัญจากคณะทำงาน และสามารถสามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องแก้กฎหมาย ได้แก่ การแก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้ขยายขอบเขตการปล่อยกู้แก่ลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนชำระดี เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสนำเงินไปใช้ในสิ่งที่ก่อประโยชน์ หรือนำไปชำระหนี้นอกระบบ ตัดภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า ซึ่งรูปแบบธนาคารพาณิชย์สามารถทำได้ แต่ทาง ธอส.ยังทำไม่ได้จึงเห็นควรให้มีการแก้ไขกฎหมาย
“ปัจจุบัน ธอส.ปล่อยกู้ในส่วนของการกู้ซื้อบ้าน อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงกู้มาใช้ปลูกบ้าน ตกแต่ง ซ่อมแซมได้เท่านั้น แต่มองว่าควรจะช่วยปล่อยกู้เพิ่มเติม ให้ลูกค้าที่มีประวัติผ่อนชำระดีนำไปใช้ด้านอื่นได้ด้วย อย่างหนี้นอกระบบ”
นายกิตติรัตน์ ส่วนในเรื่องความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ธนาคารสามารถพิจารณาโดยอาจมีการกำหนดสัดส่วนในการปล่อยกู้ หากลูกค้าซื้อบ้านผ่อนไปแล้ว 50% และต้องการใช้เงินไม่กี่หมื่นบาทเพื่อไปปิดหนี้ ก็สามารถขอกู้จากวงเงินที่ผ่อนไปแล้วออกมาใช้ได้ แต่ยังใช้สินทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีการเสนอให้มีการปรับวิธีคำนวณดอกเบี้ยจากที่คิดดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) เป็นแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) สำหรับธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ (ลีสซิ่ง) รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ลูกหนี้
เนื่องจากการคิดดอกเบี้ยแบบคงที่จะทำให้ผู้กู้มีภาระการผ่อนที่สูงเพราะจะคิดจากยอดเงินกู้ตามสัญญาแล้วนำเงินจำนวนนี้มาคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันแรกที่เริ่มกู้จนถึงวันครบกำหนดสัญญา แต่หากคิดแบบลดต้นลดดอกจะสะท้อนยอดหนี้ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งการคิดดอกเบี้ยแบบนี้จะเสียดอกเบี้ยเท่ากันทุกงวดตั้งแต่งวดแรกจนถึงงวดสุดท้าย แต่หากคิดแบบลดต้นลดดอก จะสะท้อนหนี้ที่เกิดขึ้นจริง เช่น หากผ่อนไปยอดหนี้ลดลง ดอกเบี้ยก็จะเสียน้อยลง
ทั้งนี้ที่ประชุมมีข้อเสนอให้สถาบันการเงินและนอนแบงก์ ที่ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการคลินิกแก้หนี้ ที่ดำเนินการผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด โดยนำแนวทางการรวมหนี้ และปรับโครงสร้างหนี้ ช่วยคนเป็นหนี้เสียค้างชำระเกิน 120 วัน ให้มีทางเลือกในการผ่อนชำระตามความสามารถโดยดอกเบี้ยต่ำ 3-5% และแบบคิดแบบลดต้นลดดอก
นายกิตติรัตน์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้มีการพิจารณาแก้กฎหมาย ช่วยเหลือข้าราชการประจำที่ถูกฟ้องล้มละลายที่ไม่ได้เกิดจากการทุจริต ให้ไม่ต้องถูกบังคับให้ออกจากราชการเหมือนกับพนักงานจากหน่วยงานอื่นๆ ที่จะไม่ให้ถูกออกจากราชการ เพราะถือเป็นเรื่องของคดีแพ่ง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อาจต้องใช้เวลาในการแก้ไขกฎหมาย
“หากมีการเร่งฟ้องล้มละลายจนต้องออกจากงานจะยิ่งเป็นผลเสียเพราะทำให้ลูกหนี้ขาดรายได้และไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระอีก”
โดยรวมไปถึงหนี้เกษตรกร ซึ่งต้องมีกลไกในการดูแลลูกหนี้และทวงถามหนี้เกษตรกรในช่วงที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้จากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม ควบคู่ไปกับการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
นายกิตติรัตน์ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมยังได้หารือถึงการจัดตั้ง AMC เพื่อจัดการปัญหาหนี้เสีย โดยเน้นย้ำในประเด็นที่ AMC ต้องเน้นช่วยเหลือ ปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้ สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ เพื่อให้ประกอบธุรกิจและรักษาทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันได้

