กรมโรงงานฯ กางโรดแมปลุยใช้งบปี’69 เร่งเครื่องจบมหากาพย์กากอุตสาหกรรม

22.08.25 | 11:20 น.

ารแก้ปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ที่สร้างมลภาวะขั้นรุนแรงทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนคนไทย คือภารกิจแรกๆ ที่ “พรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)” ประกาศไว้ตั้งแต่เริ่มรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567

โดยที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม หรือโรงงานรับกากอุตสาหกรรมไปแล้วจัดการไม่เหมาะสมในอดีตที่ผ่านมา หลายพื้นที่ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมใช้มาตรการทางกฎหมาย เพื่อสั่งการให้ผู้กระทำความผิดรับผิดชอบจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างถึงที่สุด แต่การเพิกเฉยต่อข้อสั่งการ ทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที 

กรมโรงงานฯยุคอธิบดีพรยศ จำเป็นต้องเข้าไปจัดการกากอุตสาหกรรมที่ตกค้างเหล่านั้น เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สกัดกั้นการรั่วไหลแพร่กระจายของสารมลพิษทั้งในดิน แหล่งน้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน ให้อยู่ในวงจำกัด 

รวมทั้งผลักดันการแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมควบคุมมลพิษ และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อคืนสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับประชาชน วันนี้เราจะมาตามติดภารกิจนี้กัน

ล่าสุดกรมโรงงานอุตสาหกรรมยุคอธิบดีพรยศ ได้รับข่าวดี เพราะได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2569 เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จากที่เคยได้รับการจัดสรรปีละ 400-500 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2569 ทะยานไปถึง 800 ล้านบาท

Advertisement

“อธิบดีพรยศ” ให้ข้อมูลว่า งบประมาณ 900 ล้านบาท ถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของกรมโรงงานฯ โดยงบประมาณที่ได้รับจะนำมาใช้ในการผลักดันภารกิจสำคัญ ทั้งการแก้ไขปัญหาเดิมในอดีต โดยเฉพาะการจัดการกากอุตสาหกรรมที่ตกค้างในพื้นที่ต่างๆ 

โดยกรมโรงงานฯจะเร่งแก้ปัญหาพื้นที่ปนเปื้อนที่เกิดจากการลักลอบทิ้ง หรือจัดการกากอุตสาหกรรมไม่เหมาะสมที่ กรอ.ตรวจพบหรือได้รับแจ้งเบาะแส ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายโรงงาน และกฎหมายวัตถุอันตรายกับผู้กระทำความผิดจนถึงที่สุด พร้อมสั่งการให้นำของเสียไปจัดการในเวลาที่กำหนด แจ้งความดำเนินคดี 

ที่ผ่านมาเมื่อดำเนินคดี พบว่าบางพื้นที่ศาลมีคำพิพากษาให้ริบของเสียเป็นของกลาง ส่งมอบให้กรมโรงงานจัดการ และให้จำเลยชำระค่าใช้จ่ายให้กรมโรงงาน โดยขั้นตอนของกฎหมายหากกรมโรงงานต้องเข้าไปจัดการกากอุตสาหกรรมแทน จำเป็นจะต้องจัดหางบประมาณมาดำเนินการก่อน และฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายกับผู้กระทำความผิดต่อไป 

“ดังนั้นปีงบประมาณ 2569 เมื่อกรมโรงงานฯได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อนำไปจัดการของเสียที่ตกค้าง วงเงินกว่า 135 ล้านบาท เชื่อว่าจะบรรเทาผลกระทบความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนเพิ่มเติมและต่อเนื่องจากการดำเนินการในปี 2568 แน่นอน” อธิบดีพรยศเน้นย้ำ

อธิบดีพรยศยังกางภารกิจการตรวจสอบการแก้ปัญหาพื้นที่ปัญหากากอุตสาหกรรม ที่กรมโรงงานฯจะเข้าไปดำเนินการแก้ปัญหา ประกอบด้วย

1.บริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด จ.ราชบุรี เป็นพื้นที่ที่เป็นปัญหายาวนานกว่า 20 ปี เกิดการปนเปื้อนในพื้นที่ และน้ำใต้ดินทั้งในและนอกโรงงาน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านโดยรอบ แหล่งน้ำใช้ปนเปื้อน หลังจากได้รับงบกลางปี 2566 วงเงิน 59 ล้านบาท จัดการกากที่ตกค้างไปราว 13,000 ตัน คงเหลือกากตกค้างบนดินในพื้นที่อีกประมาณ 7,000 ตัน ในปี 2569 ได้รับการจัดสรรงบ 35 ล้านบาท จัดการกากเพิ่มเติม 3,200 ตัน ซึ่งจะจัดการของเสียประเภทน้ำปนเปื้อนน้ำมัน ตัวทำละลาย ระยะเวลาดำเนินการ 270 วัน และวางแผนที่จะของบปี’70 อีก 43 ล้านบาท เพื่อจัดการส่วนที่เหลือ 3,900 ตัน

2.บริษัท เอกอุทัย จำกัด (สาขาอุทัย) จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงที่อยู่กลางชุมชน และพบการรั่วไหลออกสู่สิ่งแวดล้อม พื้นที่ติดกับพื้นที่เกษตรกรรม หลังจากในปี 2567 กรมโรงงาน ใช้งบ 4 ล้านบาท จัดการของเสียที่เป็นกรดด่างปริมาณ 400 ตัน ปี 2568 ใช้งบ 6 ล้านบาท เพื่อจัดการของเสียเพิ่มเติม เช่น กรดเสื่อมสภาพในอาคารและนอกอาคาร ปิดคลุมและซ่อมแซมหลังคาบ่อน้ำกรด อีกราว 500 ตัน และในปี’69 ได้รับงบกว่า 30 ล้านบาท เพื่อจัดการของเสีย เช่น กรดเสื่อมสภาพ วัสดุปนเปื้อนของเสียอันตราย กากตะกอนปนเปื้อน ที่เหลือตกค้างทั้งหมดในพื้นที่อีก 6,500 ตัน ระยะเวลาดำเนินการ 270 วัน ดังนั้น ในปี 2569 พื้นที่นี้จะเป็นพื้นที่ที่ของเสียที่ตกค้างบนดินและในบ่อคอนกรีตในพื้นที่ได้รับการจัดการแล้วเสร็จ จากนั้นจึงจะสำรวจการปนเปื้อนในพื้นที่และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมต่อไป

3.บริษัท วิน โพรเสส จำกัด อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เป็นพื้นที่ที่มีของเสียตกค้างมากที่สุดกว่า 1 แสนตัน โดยในช่วงปลายปี 2567 กรมโรงงานใช้เงินวางศาล 4 ล้านบาท จัดการตะกรันอะลูมิเนียมกว่า 7,000 ตัน ปี 2568 กรมโรงงานได้รับงบกลางกว่า 40 ล้านบาท เพื่อจัดการของเสียที่นอกอาคาร และบ่อซีเมนต์ เช่น สารเคมีไม่ทราบชนิด ภาชนะปนเปื้อน โครงสร้างเหล็ก IBC ที่ถูกไฟไหม้ กากตะกอน ที่มีความเสี่ยงต่อการรั่วไหล จำนวนประมาณ 4,000 ตัน ระยะเวลาดำเนินการ 270 วัน ในปี 2569-2570 กรมโรงงานได้รับการจัดสรรงบประมาณภายใต้แผนบูรณาการพื้นที่ EEC วงเงินกว่า 400 ล้านบาท โดยในปี’69 จะใช้งบประมาณวงเงินราว 65 ล้านบาท จัดการของเสียที่ตกค้างในอาคารต่างๆ เช่น กากตะกอนของเสีย เศษซาก กากตะกอนและของเหลวในอาคารที่ถูกไฟไหม้ อีกกว่า 5,300 ตัน ระยะเวลาดำเนินการ 270 วัน และในปี’70 จะสามารถจัดการของเสียที่ตกค้าง และน้ำเสียในบ่อในพื้นที่ได้แล้วเสร็จทั้งหมด ระยะเวลาดำเนินการ 270 วัน

4.บริษัท วิน โพรเสส จำกัด สาขาโขดหิน อ.เมืองระยอง จ.ระยอง เป็นพื้นที่ที่มีการนำกากของเสียอันตรายไปลักลอบเก็บไว้ใกล้พื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน ปี’69 กรมโรงงานได้รับการจัดสรรงบประมาณภายใต้แผน
บูรณาการพื้นที่ EEC วงเงิน 5 ล้านบาท เพื่อจัดการของเสียอันตรายทั้งหมดที่ตกค้างในอาคารและพื้นที่ เช่น สารเคมีไม่ทราบชนิด ฝุ่นผงสีดำ เข็มฉีดยา ประมาณ 300 ตัน ระยะเวลาดำเนินการ 270 วัน

อธิบดีพรยศกล่าวด้วยว่า นอกจากการขอรับการจัดสรรงบประมาณในปี 2569 เพื่อมาใช้ในการจัดการกากอุตสาหกรรมที่ตกค้างในแต่ละพื้นที่แล้ว กรมโรงงานฯยังได้รับงบประมาณ 5 ล้านบาท เพื่อสำรวจปริมาณและขอบเขตการปนเปื้อนในพื้นที่บริษัท เอกอุทัย จำกัด ที่ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ อีกด้วย เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการวางแผนเพื่อจัดการของเสีย และการปนเปื้อนในพื้นที่ต่อไป

จากแผนงานของกรมโรงงานอุตสาหกรรมข้างต้นจะพบว่า ด้วยงบประมาณปี 2569 กากของเสียที่ตกค้างบนดินทั้งหมด ใน 2 พื้นที่ จะได้รับการจัดการแล้วเสร็จในปี 2569 ได้แก่ พื้นที่ บริษัท เอกอุทัย จำกัด (สาขาอุทัย) จ.พระนครศรีอยุธยา และบริษัท วิน โพรเสส จำกัด สาขาโขดหิน อ.เมืองระยอง จ.ระยอง 

นอกจากนี้ยังมีงบกลางปี 2568 ที่จะนำมาใช้จัดการกากช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 จะมีอีก 1 พื้นที่ที่กากของเสียที่ตกค้างบนดินทั้งหมดจะได้รับการจัดการแล้วเสร็จ คือ โกดังภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา 

ทั้งหมดนี้ ถือเป็นผลงานที่เห็นผลชัดเจนว่าปี 2569 จะมีพื้นที่ที่กากของเสียได้รับการจัดการแล้วเสร็จถึง 3 พื้นที่ และยังไม่นับรวมอีก 1 พื้นที่ที่ใช้งบปี 2568 จัดการได้แล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2568 จำนวน 1 พื้นที่ตามคำพิพากษาศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีของเสียตกค้างอยู่ในหลายพื้นที่ที่ กรอ.ได้ดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุด และมีความจำเป็นต้องเข้าไปจัดการของเสียแทน ซึ่งกรมโรงงานจะขอรับการจัดสรรงบประมาณปี 2570 ต่อไป 

“การนำเงินงบประมาณมาใช้ในการจัดการของเสียทั้งหมดที่ผ่านมาจะไม่สูญเปล่า เพราะกรมโรงงานจะเดินหน้าฟ้องร้องหรือบังคับคดีเพื่อเรียกค่าใช้จ่ายกับผู้กระทำผิดต่อไป” นายพรยศเน้นย้ำ